เทศกาลกินเจ ถือเป็น Seasonal Event สำคัญงานหนึ่งของทุกๆ ปี และจากจำนวนคนกินเจที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ก็นับเป็นโอกาสของบรรดาผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเจที่จะเร่งทำยอดขายในช่วงเทศกาลดังกล่าว

นอกจากเรื่องของรสชาติและความสะอาดของอาหารเจจะเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ แล้ว ผู้ประกอบการควรมีการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันมากินเจเพิ่มขึ้น ดังนี้

ปรับเมนูอาหารให้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพมากขึ้น

ผู้บริโภคบางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงอาจมีความกังวลในเรื่องของคุณค่าทางสารอาหาร รวมถึงน้ำหนักตัวที่อาจจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากอาหารเจส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยแป้งและอาหารที่มีไขมันมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการอาจจะมีการปรับเมนูอาหารเจ โดยเน้นไปที่เมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แคลอรี่น้อย หรือให้โปรตีนมากขึ้น เช่น ธัญพืชและถั่วต่างๆ เต้าหู้ เห็ดประเภทต่างๆ ผักและผลไม้

ปรับช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย

ความสะดวกเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ ดังนั้น ผู้ประกอบการควรมีการปรับกลยุทธ์การให้บริการที่หลากหลายสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาด อาทิ มีบริการรับสั่งทำอาหารเจ หรือเซตเมนูอาหารเจที่หลากหลายให้ผู้บริโภคเลือกซื้อในแต่ละวัน ผ่านช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ ช่องทาง E-Commerce ซึ่งน่าจะอำนวยความสะดวกและสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้ รวมถึงจับมือกับผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น Fitness ในการนำเสนอเมนูสุขภาพให้กับกลุ่มสมาชิก นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs อาจจะสร้างความน่าสนใจและทางเลือกในการให้บริการให้กับผู้บริโภคด้วยการเพิ่มบริการจัดส่งอาหารเจฟรีถึงที่ หรือตามเส้นทางรถไฟฟ้า/รถไฟใต้ดิน ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เพิ่มขึ้น

ผลิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพจำหน่ายนอกเทศกาล

79% ต้องการให้มีเมนูอาหารเจ อาหารเพื่อสุขภาพ เมนูมังสวิรัติ อาหารคลีน นอกเหนือจากเทศกาลกินเจ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคหันมากินอาหารกลุ่มดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น อาทิ วันพระ วันเกิด หรือช่วงเวลาที่สะดวกตลอดทั้งปี

 

 

 

เมนูฮิตคนกินเจ

ปีนี้เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ก็เริ่มเป็นทางเลือกใหม่ๆ ที่ผู้บริโภคให้การตอบรับมากขึ้น โดยพิจารณาถึงส่วนประกอบในอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมถึงอาหารเจแนวสุขภาพ อาหารคลีน (สูตรเจ)หรือเมนูอาหารเจที่ไม่มัน หรือมีส่วนประกอบจากแป้งที่ไม่มากเกินไป โดยจะเน้นไปที่คุณค่าทางอาหารที่ร่างกายได้รับ จำนวนแคลอรี่ หรือกรรมวิธีการปรุงแต่งให้น้อยที่สุด เพื่อให้ดีต่อสุขภาพและช่วยควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมไปในตัว

กลุ่มผู้บริโภคเจรุ่นใหม่ (กลุ่มอายุ 20-39 ปี)

ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 20-39 ปี โดยจัดอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นวัยทำงาน ซึ่งมีจำนวนกว่า 1 ล้านคนในกรุงเทพฯ กลุ่มนี้สนใจกินเจเพื่อสุขภาพซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากความนิยมบริโภคอาหารเชิงสุขภาพ/ อาหารคลีนที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนักแสดงหรือผู้มีชื่อเสียงด้านการดูแลสุขภาพและออกกำลังกาย อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่สนใจกินเจตามกระแสเทศกาล (ส่วนใหญ่ตั้งใจรับประทานบางมื้อ เฉลี่ยอย่างน้อย 3-4 วันจาก 9 วัน) ซึ่งได้รับแรงหนุนหรือการชักชวนจากคนใกล้ตัว ครอบครัว/เพื่อนฝูง โดยรูปแบบการบริโภคของกลุ่มนี้ จะเน้นเรื่องความสะดวกในการรับประทานมาเป็นอันดับแรก ดังนั้น การรับประทานอาหารเจที่ร้านอาหาร จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก โดยเฉพาะร้านอาหารที่อยู่ใกล้สถานที่ทำงานและสถานศึกษา รองลงมาคือ การซื้ออาหารเจสำเร็จรูปจากร้านอาหารมารับประทานที่บ้าน และซื้ออาหารเจแบบตักขายข้างทาง ตามลำดับ โดยมีเมนูยอดฮิตได้แก่ ข้าวราดแกง เมนูประเภทเส้นและเมนูของทอดเจต่างๆ ตามลำดับ

 

กลุ่มผู้บริโภคเจดั้งเดิม (กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป )

ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 40 ปี ขึ้นไป เป็นผู้บริโภคอาหารเจเป็นประจำ และตั้งใจถือศีลกินเจในช่วงเทศกาลกินเจตลอดทั้ง 9 วัน โดยไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้มักจะประกอบอาหารเจรับประทานเอง เนื่องจากเคร่งครัดด้านการปรุงอาหารที่ถูกต้องตามหลัก ในขณะเดียวกันก็นิยมซื้ออาหารเจสำเร็จรูปจากร้านอาหารมารับประทานที่บ้าน เนื่องจากหาซื้อง่าย สะดวก และสามารถทานได้หลายคนในครอบครัว โดยพิจารณาถึงรสชาติและความสะอาดควบคู่ไปด้วย ซึ่งอาหารที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่สำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้ ได้แก่ เมนูอาหารเจประเภทต้ม (ต้มจืด ต้มยำ จับฉ่าย) เมนูเส้น (ผัดหมี่เจ ราดหน้าเจ) ข้าวราดแกงหรือกับข้าวตักแบ่งขาย ตามลำดับ ส่วนเมนูของว่างที่นิยมได้แก่ นมถั่วเหลืองและผลไม้

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer