“ชาร์ป” ยุคไต้หวันกลับมาแล้ว หวังเป็นผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2020

“ชาร์ป” กลับมาเคลื่อนไหวในรอบ 2 ปี ภายใต้ 6 กลยุทธ์หลัก ประเดิมด้วยพรีเซนเตอร์คนใหม่ พร้อมเตรียมดันทีวี 8K มาปีหน้า หวังเป็นผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2020

โรเบิร์ต อู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่ชาร์ปประเทศญี่ปุ่น ได้ตกลงขายหุ้น 66% ให้กับ หงไห่ พรีซิชัน อินทรัสทรี ประเทศไต้หวันไปเมื่อต้นปี 2016 หลังจากนั้นก็ได้มีการปรับโครงสร้างภายใน และพลิกฟื้นธุรกิจที่ขาดทุนให้กลับมามีกำไรตั้งไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ซึ่งเมืองไทยเองก็ได้มีการปรับโครงสร้างเช่นเดียวกัน

โดยหลังจากที่ได้เข้ามารับตำแหน่งในเมืองไทยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้ปรับแผนใหม่ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายใต้กลยุทธ์ 6 ข้อได้แก่

1.การรวมบริษัทลูกทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีทั้งหมดร่วมกันได้

2.เพิ่มสินค้าที่ผลิตในไทยมากขึ้น แต่เดิมนั้นจะมีสินค้าบางส่วนที่ถูกย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศมาเลเซีย แต่หลังจากนี้จะย้ายกลับมาที่เมืองไทยทั้งหมด ปัจจุบันมีโรงงาน 2 แห่งด้วยกัน คือ โรงงานที่บางปะกงผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเป็นหลัก และอีกแห่งอยู่ที่ จ.นครปฐม เดิมผลิตเครื่องถ่ายเอกสารล่าสุดได้ใช้งบลงทุน 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการเพิ่มไลน์ผลิตสินค้าทีวี จากเดิม 32 นิ้ว เพิ่ม 40-70 นิ้วขึ้นมา มีกำลังการผลิต 5 แสนเครื่อง จะเน้นขายในไทยก่อน แล้วค่อยส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV และอินเดียโดยปีหน้าเตรียมเพิ่มอีกหนึ่งไลน์การผลิต

3.สร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย

4.มีบริการที่ครบวงจรไล่มาตั้งแต่ผลิต ขาย และบริการหลังการขาย

5.ทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด

6.สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน และก่อให้เกิดแรงงานคุณภาพสูง

ซึ่งหลังจากปรับภายในมาสักพัก ก็ถึงเวลาที่จะกลับมาทางตำแหน่งผู้ตำในตลาดเมืองไทย เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวพรีเซนเตอร์เป็น “กันต์ – กันตถาวร” ซึ่งถือเป็นการมีพรีเซนเตอร์ในรอบ 2 ปี ผ่านโฆษณาชุดใหม่ เพื่อขยายฐานไปยังกลุ่มคนอายุ 25-40 ปี มีการใช้สื่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์อย่างเต็มที่ โดยปีหน้าจะมุ่งจำหน่ายสินค้าที่ชูเทคโนโลยีอควอส และพลาสม่าคลัสเตอร์

อีกทั้งเตรียมดันทีวี ซึ่งมีสัดส่วนรายได้กว่า 50% และเป็นหนึ่งใน 3 สินค้าหลักนอกจากตู้เย็นกับเครื่องฟอกอากาศ โดยเตรียมวางจำหน่ายทีวี 8K ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ละเอียดกว่า Full HD ถึง 16 เท่า ปัจจุบันวางจำหน่ายแล้วในญี่ปุ่น ส่วนเมืองไทยคาดว่าจะเข้ามาในสิ้นปีหน้า เริ่มต้นที่ 70 นิ้ว ราคา 100,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 33 ล้านบาท

“ทีวี คาดว่าปีนี้จะมียอดขาย 3 แสนเครื่อง ปีหน้าโต 20-30% ส่วนภาพรวมตั้งเป้าโต 20% หรือคิดเป็นรายได้6,000 ล้านบาท ปีหน้าโตได้อีก 20-30% โดยเป้าหมายที่ชาร์ปต้องการไปคือเป็นผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2020”