เราได้ยินคำแนะนำเรื่อง Productivity อยู่บ่อย ๆ ว่าให้ทำงานยาก ๆ ก่อนเป็นอันดับแรก จะได้ไม่เสียเวลามานั่งผัดวันประกันพรุ่ง แน่ละ!! พูดง่ายกว่าทำเยอะเลย

เรามักไม่อยากทำโปรเจกต์ยาก ๆ เพราะกลัวที่จะดูโง่ข้อหนึ่งแหละ (“เราไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้ อาจจะทำออกมาไม่ค่อยได้ดี”) ไปจนถึงไม่รู้จะเริ่มตรงไหน (“มีงานร้อยอย่างเต็มไปหมด ไม่รู้จะเริ่มงานไหนก่อนดี”)

เราได้ศึกษาว่าจะทำอย่างไรให้เราทำสิ่งที่สำคัญก่อน แม้ว่าลึก ๆ แล้วเราจะไม่อยากทำเอาเสียเลย ในหนังสือเล่มใหม่ของเรา The Long Game: How to Be a Long-Term Thinker in a Short-Term World เราได้พูดถึง 3 วิธีที่จะ “หลอกล่อ” ให้เราเริ่มทำ Project ยาก ๆ…สักที

 

เริ่มจากเปลี่ยนพฤติกรรมวันละนิด

เมื่อเป้าหมายของเรานั้นยิ่งใหญ่ และใช้เวลานานกว่าจะก้าวไปถึง เราต้องใช้ความพยายามอย่างหนักหน่วงที่จะให้เรายังมีแรงผลักดันทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ ทำ Proposal หรือ Presentation Deck ให้ลูกค้าเจ้าใหญ่ใช้เวลา และขั้นตอนมากทีเดียว (Brainstorm, เขียนร่างโครง Outline, Draft ที่ 1, ปรับแก้ไปมาอีกหลาย Draft, รับ Feedback จากเจ้านาย และ แก้ ๆ อีกหลายรอบ)

นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Sandford BJ Fogg กล่าวว่า “ถ้าพฤติกรรมที่เราต้องการจะเปลี่ยนไม่ได้ยากเย็นอะไร เราก็ไม่ต้องใช้พลังใจมากมายเท่าไรเช่นกัน”

แทนที่จะไปนึกถึงแต่ Project ยิ่งใหญ่ ลองเริ่มจากสร้าง “นิสัยเล็ก ๆ” ดูก่อน นิสัยเล็ก ๆ ที่ทำได้ง่าย ๆ ง่ายจนคิดว่าถ้าง่ายขนาดนี้ยังไม่เริ่มทำอีกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว!! เช่น ถ้าเราอยากเริ่มสร้างนิสัยใช้ไหมขัดฟันทุกวัน ลองเริ่มจากตั้งเป้าหมายขัดฟันแค่ซี่เดียวดู พอเราได้เริ่มต้น 1 ซี่ เราอาจจะอยากขัดฟันต่ออีกหลาย ๆ ซี่ก็เป็นได้

หากงานไหน หรือเป้าหมายใดที่ดูแสนจะยากเย็น ลองลดเป้าหมายลงมาให้ดูทำง่ายขึ้น เพื่อที่เราจะได้เริ่มทำง่ายขึ้น ถ้า Inbox มี Email กองเต็มไปหมด เริ่มจากตอบแค่ 1 Email ดู ถ้าเป็นคนขี้อายไม่ค่อยกล้าคุยกับใครในงานปาร์ตี้ ลองตั้งเป้าหมายเดินเข้าไปคุยกับคน 1 คนดู (เราอนุญาตให้ตัวเองกลับบ้านได้หลังจากคุย แต่ใครจะไปรู้เราอาจจะไม่อยากกลับบ้านแล้วก็ได้)

 

ตั้ง Deadline และ ทำให้ได้

ผู้นำทุกคนมีคติประจำใจว่า “What gets measured gets done.” วิธีนี้ได้ผลอย่างมากในการ Track ยอดขาย หรือลูกค้า และวิธีนี้ยังได้ผลกับการนำมาใช้ในชีวิตการทำงานอีกด้วย

Sam Horn นักเขียน และนักพูดชื่อดัง หาเวลาหยุดงานไม่ได้เลย “หลาย 10 ปีที่ตารางงานของเราเต็มเอี้ยดทุกวัน” เธอกล่าว “เรารู้สึกว่าการทำงานเป็นตัววัดความสำเร็จในชีวิตเรา” เราทำงานตลอดเวลา เรารู้สึกเหนื่อยสุด ๆ หลังจากทำงานหนึ่งเสร็จเธอตัดสินใจที่จะทำสิ่งที่อยากทำมานานแสนนาน เธออยากจะท่องโลก และทำงานจากที่ไหนก็ได้ และสำคัญที่สุดเธอวงปฏิทินปักหมุดวันที่ 1 ตุลาคมไว้เลย เธอวางแผนเคลียร์งานสำคัญ ๆ อย่างเช่น เริ่มธุรกิจใหม่, ประกวดรางวัล หรือเริ่มต้นเรียนคอร์สใหม่ ๆ เธอกล่าวว่า “ถ้าเราไม่มีวันที่แน่นอนที่จะเริ่มต้น เราก็จะไม่ทำสักที เพราะชีวิตเรามีอะไรเข้ามามากมายทุกวัน แล้วเราก็คิดว่า เอาไว้ก่อนดีกว่า”

เธอมีอุปสรรคมากมายกว่าจะทำได้เหมือนกัน เพื่อนบางคน (Sam เธอป่วยป่ะเนี่ย) หรือความกลัวว่าธุรกิจของเธอจะรอดไหม ถ้าเธอไม่ได้อยู่ที่บริษัท “แต่สุดท้ายเราก็ทำได้” เธอได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงว่าเราทำได้ถ้าเราตั้งใจ และ มุ่งมั่น

 

ทำให้เหมือนเป็นการทดลองเล่น ๆ

เราเลื่อนทำงานบางอย่างออกไปเพราะเราไปตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เกินจริง ถ้าเรารู้สึกว่าต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่ชี้เป็นชี้ตาย เราจะชะงัก และ ไม่กล้าทำ (“ถ้าเราเริ่มทำ Podcast แล้วเลิกทำ คนจะมองว่าล้มเหลวไหม หรือถ้าเริ่มแล้ว ก็ต้องทำมันตลอดชีวิตเลยไหมเนี่ย”)

จะเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ ได้ เราต้องลดความคาดหวังต่าง ๆ ในหัวเราก่อน เรามองว่าความสำเร็จของ Project จะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปเลย “ถ้าเราทำ Pitch Deck ไม่ดี ก็จะไม่มีใครลงทุนใน Start Up ของเรา และความฝันที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจของเราก็คงต้องมอดไหม้”

ในทางกลับกันเราลองมองว่าเราแค่ทำการทดลองล่ะ เพื่อลดความกลัวที่จะล้มเหลว ในการทำการทดลอง ถ้าทำแล้วไม่สำเร็จก็ไม่ถือว่าล้มเหลวสักหน่อย เรารู้ว่าเราอาจจะต้องทดลองหลาย ๆ ครั้งกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ แทนที่จะตั้งเป้าหมายว่าจะทำ Podcast เพื่อเลี้ยงชีพ เราตั้งใจทำแค่ 1 season หรือ 6 ตอนดูก่อน เราก็จะได้ข้อมูลว่าเราควรทำสิ่งนี้ต่อไปไหม พอเราไม่ได้กดดันมากมาย เราก็กล้าที่จะเริ่มทำ

 

เป็นธรรมดาที่คนเราจะเลื่อนงานที่ยากออกไป หรือเลือกทำอย่างอื่นที่ง่ายกว่า แต่ถ้าเราอยากเป็นคนที่มองการณ์ไกล และก้าวไปถึงเป้าหมายในชีวิต ลองทำ 3 วิธีนี้ดูเพื่อที่จะได้เริ่มต้นสักที

ที่มา : hbr.org



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน