สหรัฐอเมริกาได้เผชิญวิกฤตขาดแคลนนมผงสำหรับทารกอย่างหนัก อันเนื่องมาจากการปิดโรงงานของ Abbott Laboratories ผู้ผลิตนมผงรายใหญ่ของอเมริกา เพราะมีรายงานว่าเด็กทารกสี่คนที่รับประทานนมผงของ Abbott ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเนื่องจากพบเชื้อแบคทีเรีย และในจำนวนสี่คนนี้มีเด็กสองคนเสียชีวิต



รูป: นมผงขาดแคลนทั่วสหรัฐฯ ที่มา The Guardian

เกิดอะไรขึ้น
โรงงานผลิตนมผง Abbott Laboratories สาขาเมือง Sturgis, Michigan ได้ปิดตัวลงและบริษัทได้เรียกคืนนมผงหลายสูตรจากท้องตลาดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการพบเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนและทำให้เด็กทารกป่วยหนักและเสียชีวิต แม้ภายหลังจะมีการตรวจสอบพบว่าแบคทีเรียที่พบในเด็กกลุ่มดังกล่าวนั้นไม่ตรงกับแบคทีเรียปนเปื้อนที่พบในโรงงานของ Abbott ก็ตาม แต่การที่โรงงานผลิตนมผงสำหรับทารกจะมีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนก็ไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับได้

การปิดตัวลงของโรงงาน Abbott สาขาเมือง Sturgis นั้นส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดนมผงในอเมริกา เมื่อหนึ่งในสี่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการนมผงต้องปิดตัวไปชั่วคราว สิ่งที่ตามมาคือการชะงักอย่างรุนแรงของซัปพลาย จนดีมานด์ที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศระส่ำระสาย มีรายงานว่าพ่อแม่ต่างพากันกักตุนนมผงให้ลูกตัวเองกันจนห้างสรรพสินค้าอย่าง Wallgreen และ Target ต้องจำกัดการซื้ออยู่ที่ไม่เกิน 4 กระป๋องต่อคนเท่านั้น

องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ เผยเรื่องน่าตกใจว่าโรงงาน Abbott สาขาดังกล่าว มีรอยรั่วบนเพดาน แถมยังมีน้ำเจิ่งนองที่พื้น และอุปกรณ์ในการผลิตก็มีรอยแตกร้าว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุให้แบคทีเรียเข้าไปเจริญเติบโตได้ จนเกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต ต่อเนื่องมาจนกลายเป็นวิกฤตการขาดแคลนนมผงครั้งนี้


 โรงงาน Abbott สาขาเมือง Sturgis ที่มา The Guardian

 

รู้จัก Abbott Laboratories กันสักนิด

Abbott Laboratories คือบริษัทผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชื่อดังของสหรัฐอเมริกา โดดเด่นในเรื่องอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ โดยมีแบรนด์เด่น ๆ ในมือ เช่น Similac, Ensure, Pedialytec เป็นต้น Abbott Laboratories ก่อตั้งขึ้นในปี 1888 โดย Wallace Abbott ผู้ซึ่งเป็นนายแพทย์และเจ้าของร้านยา ปีแรกที่ก่อตั้ง Abbott ทำเงินได้ 2,000 ดอลลาร์ และได้จดทะเบียนบริษัทในปี 1894

ในปี 1907 Abbott ขยายกิจการไปต่างประเทศ โดยเริ่มที่ลอนดอน เป็นที่แรก และในปี 1916 Abbott ก็ได้ผลิตยาสังเคราะห์ตัวแรกของบริษัทโดยใช้ชื่อว่า Chlorazene เป็นยาฆ่าเชื้อที่ใช้รักษาทหารที่บาดเจ็บจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 Abbott เข้าสู่บริษัทระดับโลกและได้สร้างบริษัทในเครือชื่อว่า AbbVie ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นเกี่ยวกับยาโดยเฉพาะ AbbVie ในขณะที่ Abbott ยังคงมุ่งเน้นในด้านเครื่องมือแพทย์ต่อไป ในปี 2017 Abbott เข้าซื้อกิจการบริษัท St. Jude Medical บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ระดับโลก และในปีเดียวกันนั้นเอง Abbott ก็ได้เข้าซื้อกิจการ Alere Inc. ผู้ผลิตด้านการทดสอบและวินิจฉัยโรค ซึ่งถือเป็นการซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดของ Abbott และทำให้ Abbott ขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านการตรวจวินิจฉัยแบบ Point-of-care และครองอันดับหนึ่งด้านการทดสอบรวดเร็วสำหรับโรคพิษวิทยา คาร์ดิโอเมตาบอลิค และโรคติดเชื้อ

กลุ่มแม่และเด็กทารกก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่ Abbott ดูแล โดยมีผลิตภัณฑ์เพื่อคุณแม่และทารกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนมผงสารพัดสูตรสำหรับทารก อาหารเสริมเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่ อาหารเสริมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นต้น
ทำไมตลาดนมผงถึงขาดแคลนเข้าขั้นวิกฤต

เนื่องจากอเมริกาแทบจะไม่มีการนำเข้านมผงมาจากต่างประเทศเลย 98% ของนมผงในท้องตลาดคือนมผงที่ผลิตในประเทศ ซึ่งมีสี่ยักษ์ใหญ่ครองตลาดอยู่ ได้แก่ Abbott, Mead Johnson Nutrition, Nestle USA และ Perrigo ดังนั้นเมื่อ Abbott ซึ่งกินส่วนแบ่งตลาดถึงครึ่งหนึ่ง หยุดการผลิตและเรียกเก็บคืนผลิตภัณฑ์ไป จึงทำให้สินค้าหายวับอย่างน่าใจหาย

และเนื่องจากกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดสำหรับนมผงต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาจำหน่ายในสหรัฐฯ ทำให้สัดส่วนนมผงนำเข้ามีเพียง 2% จากตลาดนมผงทั้งหมด เมื่อมีวิกฤตเช่นนี้เกิดขึ้น นมผงจากแบรนด์ต่างประเทศจึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แม้หลังจากเกิดปัญหา ทางองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ จะประกาศลดความเข้มงวดในการนำเข้านมผงแบรนด์ต่างประเทศลง และมีการนำเข้านมผงจำนวนมากเพื่อมาขัดตาทัพ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไรนัก

ใครได้รับผลกระทบมากที่สุด

แน่นอนว่าบุคคลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กวัยทารกที่ยังต้องพึ่งพานมผงอยู่ มีรายงานว่ารัฐเทนเนสซี, เทกซัส และไอโอวา เจอผลกระทบการขาดแคลนนมผงหนักกว่ารัฐอื่น ๆ และพ่อแม่ที่มีฐานะยากจนก็ได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากครึ่งหนึ่งของแบรนด์นมผงในสหรัฐฯ เข้าร่วมโปรแกรม WIC ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยเหลือผู้หญิง ทารก และเด็กที่มีรายได้น้อย Abbott เองก็เป็นแบรนด์หลักที่อยู่ในโปรแกรมนี้ ดังนั้นเมื่อ Abbott หยุดการผลิต ครอบครัวลูกเล็กที่มีรายได้น้อย จึงเป็นกลุ่มคนที่ประสบปัญหามากที่สุด

อีกสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ลูกเล็กทุกคนรู้ดีก็คือ นมผงทุกสูตรไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกคน เด็กทารกบางคนต้องรับประทานนมผงสูตรเฉพาะ เนื่องด้วยอาการแพ้บางอย่าง เช่น แพ้โปรตีนนมวัว หรือลำไส้มีปัญหาเฉพาะด้านที่นมชนิดอื่นทดแทนไม่ได้ ดังนั้นเมื่อนมผงสูตรเฉพาะที่เด็กทารกรับประทานอยู่ประจำหายไปจากตลาด จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะหานมผงสูตรอื่นที่เหมาะสมมาทดแทน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความเครียดกับพ่อแม่เป็นอย่างมาก

ในสหรัฐอเมริกามีผู้หญิงจำนวนมากที่ไม่ได้ให้นมแม่ และต้องพึ่งพานมผงเป็นหลัก โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีรายได้น้อย มีรายงานจากกรมควบคุมและป้องกันโรคในปี 2019 ว่าจำนวนผู้หญิงผิวดำที่ให้นมแม่น้อยกว่าผู้หญิงผิวขาวที่ให้นมแม่ เนื่องจากพวกเธอไม่สามารถลางานได้นานนักหลังคลอดลูก และเมื่อกลับไปทำงาน งานของพวกเธอก็ไม่เอื้อในการปั๊มนมแม่เพื่อเก็บกลับมาให้ลูกได้รับประทาน ผู้หญิงกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องพึ่งพานมผงอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้มากที่สุด

นมแม่เข้ามาแก้ปัญหานมผง

อย่างที่รู้กันว่านมผงนั้นมีเพื่อทดแทนนมแม่ ในกรณีที่แม่ไม่สามารถให้นมได้ นมผงก็จะเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว แต่ในกรณีนี้นมแม่ได้เข้ามากอบกู้วิกฤตนมผงขาดแคลนเอาไว้แทน Dr.Ann Kellams อาจารย์แพทย์ด้านกุมารเวชศาสตร์แห่ง University of Verginia และประธานบริหารของ Academy of Breastfeeding Medicine ได้แนะนำทางแก้ให้กับครอบครัวที่มีลูกเล็กและต้องใช้นมผงเป็นหลักในการดำเนินชีวิตว่า ถ้าคุณแม่ยังให้นมลูกอยู่บ้าง แม้น้ำนมจะน้อย แต่ถ้าลูกอายุสี่เดือนหรือต่ำกว่านั้นก็สามารถเข้ารับการปรึกษาเพื่อเพิ่มน้ำนมจากผู้เชี่ยวชาญได้ เพื่อให้เด็กทารกได้กินนมแม่ 100% ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์ขาดแคลนนมผงเช่นนี้ นอกจากนั้น Dr.Kellams ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับนโยบายลาคลอดของสหรัฐฯ ที่ไม่เอื้อต่อการให้นมแม่เท่าไรนัก เพราะสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจร่ำรวยเพียงประเทศเดียวที่ไม่มีกฎหมายรองรับการลาคลอด นั่นแปลว่าคุณแม่เพิ่งคลอด อาจจำต้องลาคลอดโดยไม่ได้รับเงินเดือน ซึ่งส่งผลให้ผู้หญิงจำนวนมากโดยเฉพาะผู้หญิงที่มาจากชนชั้นแรงงาน รีบกลับไปทำงานหลังจากคลอดลูก และทำให้การให้นมแม่สำหรับผู้หญิงกลุ่มนี้เป็นเรื่องยากมาก

วิกฤตครั้งนี้ใกล้จบหรือยัง

เริ่มมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้ได้เห็นกันบ้างแล้วสำหรับวิกฤตครั้งนี้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ อาจจะอนุญาตให้ Abbott กลับมาเปิดโรงงานสาขา Michigan ได้อีกครั้ง โดย Abbott หวังไว้ว่าจะสามารถเปิดโรงงานได้ในอีกสองอาทิตย์ และหลังจากเริ่มการผลิตแล้ว อีกหกถึงแปดอาทิตย์นมผงก็จะพร้อมจำหน่ายตามชั้นวางสินค้าทั่วไป และสถานการณ์ก็น่าจะกลับสู่สภาวะปกติ

Robert Ford CEO ของ Abbott ได้กล่าวว่าโรงงานสาขา Sturgis นั้นจะได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาให้กลับมาเปิดทำการอีกครั้งในต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งนั่นหมายความว่าราวปลายเดือนกรกฎาคมวิกฤตขาดแคลนนมผงครั้งนี้ก็น่าจะหมดไป Ford กล่าว่า “เมื่อโรงงานของเราเปิดทำการอีกครั้ง เราจะเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่าสองเท่าเพื่อให้มีนมผงมากพอสำหรับทุกครอบครัวในอเมริกา แน่นอนว่าสิ่งที่เราจะทำนั้นอาจจะไม่สามารถทำให้ความยากลำบากที่หลายครอบครัวต้องเผชิญในวันนี้หายไป ขั้นตอนต่าง ๆ ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ บางขั้นตอนก็นานกว่านั้น แต่เราจะไม่หยุดพักจนกว่าจะทำสำเร็จ ผมจะไม่หยุดพัก จนกว่าวิกฤตครั้งนี้จะจบลง ขอให้ทุกคนเชื่อใจว่าเราจะทำในสิ่งที่ถูกต้องและจะไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอีก”

ที่มา: http://www.theguardian.com / http://www.cnbc.com / http://www.nytimes.com / http://www.abbott.com



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน