หนึ่งในเทรนด์ใหญ่ของวงการแฟชั่นช่วง 7-8 ปีมานี้คือการจับมือกันระหว่างแบรนด์หรูกับแบรนด์เครื่องกีฬาและแบรนด์กลุ่มแฟชั่นแนว Street Wear ทั้งหลาย 

เพื่อลดวัยของฝ่ายแบรนด์หรูไม่ให้แก่จนเกินไป และจับตลาดวัยรุ่นคนยุคใหม่ที่มีกำลังซื้อ โดยในจำนวนนี้ Balenciaga เป็นหนึ่งแบรนด์หรูที่ทั้งนำเทรนด์ดังกล่าวและปฏิวัติแบรนด์ไปด้วยในตัว ผ่านไอเดียแสบๆ แบบไม่กลัวเสียงวิจารณ์

ตัวอย่างไอเดียแสบๆ ของ Balenciaga ยุคปัจจุบันก็เช่น นำถุงช้อปปิ้งธรรมดาที่มีอยู่ใน Ikea ห้างค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ดัง Ikea มาจับคู่กับเสื้อผ้าในแฟชั่นโชว์แล้วตั้งราคาสูงถึงหลักหมื่น และการนำรองเท้ามาทำให้ขาดวิ่น สื่อถึงความหรูแต่ลุยทนทานแล้วแต่ก็ตั้งราคาหลักหมื่นเช่นกัน

Demna Gvasalia

เจ้าของไอเดียแสบแบบไม่หวั่นคำวิจารณ์เหล่านี้คือ Demna Gvasalia ผู้ครองเก้าอี้ดีไซเนอร์ใหญ่ของ Balenciaga ตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งประวัติของเขาน่าสนใจไม่แพ้ผลงานเลยทีเดียว

Demna Gvasalia เกิดในจอร์เจียเมื่อปี 1981 สมัยยังเป็นดินแดนของอดีตสหภาพโซเวียตที่มีแต่สงครามไม่เว้นวัน ทำให้ทั้งครอบครัวต้องหนีตายไปอาศัยอยู่อีกเมือง ซึ่งตัวเขาเองก็เคยเห็นผู้ที่ตายจากสงครามความขัดแย้งในระยะใกล้มาแล้ว 

ประเทศจอร์เจียยุค 80 

ช่วงวัยรุ่น Demna Gvasalia เข้าเรียนระดับปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยในประเทศ จากนั้นปี 2001 ทั้งครอบครัวพากันอพยพไปอยู่เยอรมนี

ความหลงใหลในแฟชั่นและไม่อยากทำงานนั่งโต๊ะวิเคราะห์เศรษฐกิจ-การเงินแสนน่าเบื่อ Demna Gvasalia จึงย้ายไปอยู่เบลเยียมเพื่อเรียนต่อปริญญาโทสาขาออกแบบที่มหาวิทยาลัย Antwerp

พอจบปริญญาโทก็เปลี่ยนไปทำงานในแวดวงแฟชั่นสมใจกับ Maison Margiela แบรนด์ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความล้ำสมัย ต่อด้วย Louis Vuitton ในยุคของดีไซเนอร์ Marc Jacobs และ Nicholas Ghesquiere ไปพร้อมกับปั้นแบรนด์ Vetements ของตัวเองที่ทำร่วมกับน้องชายขึ้นมา

การนำแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าและลวดลายที่เห็นอยู่ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่โลโก้สินค้า แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดไปจนถึงแบบตัวอักษรจากวงดนตรีแนว Death Metal

และการตัดเย็บชุดที่เหมือนจะไม่เข้ากันให้สะดุดตาขึ้นมาของ Vetements ไปเตะตา Balenciaga ที่อยากได้ดีไซเนอร์ใหม่มาแทน Alexander Wang อยู่พอดี 

ปี 2015 Demna Gvasalia ก็ตอบรับการทาบทามและไปเป็นดีไซเนอร์ใหญ่ให้ Balenciaga ซึ่งเขาก็เปลี่ยนให้แบรนด์แฟชั่นสเปนอายุ 103 ปีแบรนด์นี้ ให้เข้าถึงได้มากขึ้นด้วยการนำลักษณะเด่นของ Street Fashion เข้ามา

และผสมผสานกับแรงบันดาลใจจากประเด็นทางสังคมเช่น ภาวะโลกร้อน ความอดอยากและคนดังในข่าวเข้าไป

เช่น การแต่งตัวแบบ Bernie Sanders นักเมืองหัวเอียงซ้ายรุ่นเก๋าขวัญใจคนชาวอเมริกันรุ่นใหม่ ซึ่งเคยดูเชยและไม่เข้ากัน ให้ดูเท่ขึ้นมา จนปลุกเทรนด์การแต่งตัวแบบ Normcore และต่อยอดสู่การออกรองเท้า Sneaker ทรงโตในเวลาต่อมอีกด้วย

ตามด้วยการนำถุงพลาสติก ตระกร้าจ่ายตลาดมาเป็นไอเท็มแฟชั่น ในคอลเล็กชั่น Clone ที่สื่อว่าแบรนด์หรูกับแบรนด์โนเนมที่ใส่กันทั่วไปก็เหมือนกันจนแทบจะแยกไม่ออกแล้ว

ในงาน MET Gala ปี 2021 Demna Gvasalia นี่แหละเป็นคนออกแบบชุดดำสนิทปิดตั้งแต่หัวจรดเท้าและใส่คู่กับ Kim Kadashian รวมไปถึงเป็นแกนนำให้ Balenciaga กับ Crocs จับมือกันทำ รองเท้ายางทรงโตปักหมุดเอาใจพังค์ออกมา

ปีนี้ก็เรียกเสียงเพิ่งเรียกเสียงฮือฮาด้วยการออกคอลเล็กชั่นสื่อถึงสงครามยูเครน และการโปรโมทแบรนด์รองเท้า Paris Sneaker ด้วยการนำรองเท้ามาทำให้เละเพื่อสื่อถึงความทนทานคู่ใจขาลุย โดยแน่นอนว่าทั้งหมดยังคงขายได้ด้วยราคาแพง แบบสินค้าแฟชั่นของแบรนด์หรู

ทั้งหมดทำให้ Balenciaga ในยุคของ ดีไซน์เนอร์ชาว LGBT แถวหน้าวัย 41 ปีผู้นี้ เป็นแบรนด์หรูที่ฉีกกฎ ไม่น่าเบื่อ ร่วมสมัยเข้าถึงได้ ใส่ใจประเด็นปัญหาใหญ่ๆในโลกยุคนี้

และใส่ได้ในหลายโอกาส ตั้งแต่พรมแดงไปถึงห้องครัวตามครองใจคนรุ่นใหม่ และยังคงประสบความสำเร็จ ด้วยยอดขายระดับหลายพันล้านยูโร (ราว 36,000 ล้านบาทขึ้นไป) / vanityfair, wikipedia, theguardian



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน