1 ก.ค. 65 ที่จะถึงนี้คือวันครบรอบ 2 ปี สำหรับการกลับมาเป็นผู้บริหารช่อง 3 อีกครั้งของ สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการ สายธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)

2 ปีผ่านไป ถ้าดูทั้งผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นและในเรื่องแผนงานในอนาคต

ดูเหมือนเขาจะทำให้นักลงทุนไม่ผิดหวัง

สุรินทร์เข้ามาร่วมงานกับช่อง 3 เมื่อปี 2548 ทำอยู่ 12 ปี ก่อนไปเป็นผู้บริหารช่อง PPTV เมื่อปี 2560 และหวนกลับมาบริหารช่อง 3 อีกครั้งเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 63 

เคยอยู่ในยุคที่ช่อง 3 รุ่งเรืองสุดขีดเมื่อปี 2556 ก่อนเกิดสงครามทีวีดิจิทัลที่ทำรายได้สูงสุดถึง 15,127 ล้านบาท กำไร 5,589 ล้านบาท

เขากลับมาอีกครั้งในวันที่ผลประกอบการแค่ครึ่งปีแรก 2563 มีตัวเลขขาดทุนสูงถึง 541 ล้านบาท เป็นการขาดทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561

ท่ามกลางอุปสรรคต่าง ๆ รอบตัว เมื่อโควิด-19 ยังไม่ไปไหน ศึก Streaming แข่งกันดุ กำลังซื้อของผู้คนชะลอตัว และเม็ดเงินโฆษณาในทีวีลดลง 

แต่สุรินทร์ก็ทำให้ในปี 2564 ช่อง 3 มีเม็ดเงินกำไรเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ 761 ล้านบาท  

กำไรที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการลดขนาดองค์กร ซึ่งสุรินทร์ให้เครดิตผู้บริหารยุคเก่าที่ทำไว้ แต่มาออกดอกออกผลในยุคของเขา

แต่สิ่งที่เขาทำอย่างจริงจังมาตลอดคือการทำคอนเทนต์ที่ลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่สามารถออกไปหารายได้ในหลายแพลตฟอร์ม ที่เรียกว่า Single Content Multiple Platform

นอกจากไปใช้แพลตฟอร์มของคนอื่นแล้วยังหารายได้ค่าสมาชิกจากการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ OTT ที่เป็นเสมือนบ้านของตัวเองคือ CH3 Plus ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่นอกจากมีข่าว มีละครให้ดูมากมายแล้ว ยังมี Exclusive Content ที่หาดูที่ไหนไม่ได้

เป็นการบริหารทรัพย์สินอื่น ๆ ที่มีอยู่มากมายตลอดระยะเวลา 52 ปีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด   

นอกจากการหารายได้เพิ่มจากธุรกิจทีวีเดิมในหลายแพลตฟอร์ม และการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์สู่ตลาดต่างประเทศแล้ว  

วันนี้เขากำลังให้ความสำคัญกับธุรกิจใหม่คือเรื่องของเพลงและภาพยนตร์ โดยเอาศิลปินในมือที่มีอยู่มาต่อยอดสร้างรายได้เพิ่ม

นักร้องคนแรกที่เปิดตัวไปแล้ว คือ “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” ส่วนภาพยนตร์ ช่อง 3 ได้จับมือ ‘เอ็มพิคเจอร์ส’ สร้าง ‘บัวผัน ฟันยับ’ นำโดย ‘แอน ทองประสม-กลัฟ คณาวุฒิ’ ซึ่งคาดว่าจะได้ดูกันในปีนี้

และล่าสุดการตั้งบริษัท บีอีซี สตูดิโอ ที่จะมีบทบาทในการเป็นฐานผลิตคอนเทนต์ละครและซีรีส์แบบครบวงจร เพื่อนำไปออกอากาศทางช่อง 3 และดิจิทัลแพลตฟอร์ม 3 Plus รวมถึงนำไปออกอากาศบนแพลตฟอร์มพันธมิตรอื่น ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

เป็นอาวุธใหม่ล่าสุดที่ช่อง 3 ต้องการเอามาช่วยปลดล็อกศักยภาพการผลิตคอนเทนต์เพื่อก้าวไปเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ในประเทศ

และที่สำคัญคือการเสริมกลยุทธ์หารายได้เพิ่มที่สุรินทร์วางไว้

สำหรับสตูดิโอบริษัทเตรียมงบลงทุน 400 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้าง “CH3 Sound Stage Studio” เฟสแรก ในพื้นที่โรงถ่ายหนองแขมซึ่งมีที่ดินรวม 72 ไร่ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปลายปีนี้ 

ถ้าดูจากตัวเลขผลประกอบการ 2 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสุรินทร์เดินมาถูกทาง ถึงแม้รายได้ส่วนใหญ่กว่า 80% ยังมาจากการขายโฆษณาในทีวี 

แต่เขาก็คาดหวังว่าอีก 3-5 ปีต่อจากนี้รายได้จากธุรกิจการจัดจำหน่ายละครไปต่างประเทศ (Global Content Licensing) และธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) รวมทั้งรายได้จากธุรกิจเพลงและภาพยนตร์จะต้องเพิ่มขึ้น 20-30% แน่นอน

แต่เมื่อโลกที่เต็มไปด้วยปัจจัยที่ยากจะคาดการณ์เกิดขึ้นมากมาย เขาจะสามารถพลิกให้ช่อง 3 กลับมาเเข็งเเรงอย่างมั่นคงได้หรือไม่ ต้องติดตาม 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน