แกร็บประเทศไทยเปิดประเดิมงาน “Grab NEXT ยกระดับประเทศไทย เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อพัฒนาคุณภาพแรงงาน เเละผลักดันไทยก้าวสู่ผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

 

Grab ประเทศไทย เปิดให้บริการมาถึงปีที่ 9 พร้อมกับคอนเซ็ปต์ Grab NEXT ก้าวต่อไป เพื่อยกระดับสังคมไทยให้มีชีวิตที่ดีกว่า  ภายใต้พันธกิจ GrabForGood  แบ่งออกเป็น

 

1. GrabForDrivers

นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการบริหาร แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า แกร็บประเทศไทยให้บริการเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว กับบทบาทที่เป็นแหล่งส่งเสริมรายได้และโอกาส และยิ่งเห็นภาพชัดเจนขึ้นในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา แกร็บกลายเป็นช่องทางรายได้สำคัญ จนเกิดเป็นวลีฮิตในช่วงหนึ่งว่า “ตกงานก็มาขับแกร็บ” ประกอบกับรูปแบบการทำงานโลกยุคใหม่ที่มีความเป็นอิสระมากขึ้น ทำให้ Grab มีพาร์ตเนอร์คนขับหลายแสนคนในประเทศไทย

Grab’s Drivers อายุเท่าไร
Baby Boomer อายุ 54-72 ปี 1.5%
Gen  X อายุ 38-53 ปี 26%
Gen Y อายุ 21-37 ปี 48.5%
Gen Z อายุน้อยกว่า 20 ปี) 24%
Drivers มากกว่า  71% ขับ Grab เป็นอาชีพเสริม
Drivers ที่เป็นผู้สูงอายุของ Grab มีจำนวนมากถึง 3,700 คน  และภายในปีนี้ Grab จะเพิ่มให้ได้ 11,100 คน หรือมากกว่าเดิมสองเท่า

นอกจากนั้น ยังมีกลุ่ม Drivers LGBTQ+, ผู้พิการ และผู้สูงอายุ

สำหรับ GrabForDrivers นั้น แกร็บจะให้ความสำคัญกับ gig economy โดยมุ่งเน้นการเพิ่มพูนทักษะแก่แรงงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพาร์ตเนอร์ จึงได้เปิด “Grab ให้ความรู้” เพื่อให้พาร์ตเนอร์ได้เข้าไปศึกษาข้อมูลในการต่อยอดธุรกิจหรือทักษะการทำงานของตน เพราะกว่า 56% ของแรงงานไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสกิล ส่งผลให้ ‘Grab ให้ความรู้’ ที่เปิดมานั้นมียอดการเข้าเรียนแล้วกว่า 4 ล้านครั้ง

นอกจากนั้น นายวรฉัตรเปิดเผยว่า จำนวนพาร์ตเนอร์ที่เป็นผู้สูงอายุของแกร็บนั้นมีจำนวนมากถึง 3,700 คน และภายในปีนี้แกร็บจะเพิ่มจำนวนให้ได้ 11,100 คน หรือมากกว่าเดิมสองเท่า จึงต้องให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้ เปิดคอร์สเรียนสำหรับผู้สูงวัยโดยเฉพาะ

 GrabForMerchants

แกร็บจะมุ่งเน้นไปที่ Digital Inclusion ส่งเสริมการเข้าใช้เทคโนโลยีอย่างทั่วถึง เพื่อให้ธุรกิจร้านค้าขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเรียนรู้เทคนิคการบริหารได้สะดวก

นอกจากนั้น สำหรับ GrabForMerchants ยังได้แก้ปัญหากระแสเงินสดด้วยการเปิด “Grab การเงิน” ปล่อยเงินทุนหมุนเวียนกว่า 3 พันล้านบาท สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก-ขนาดกลาง 18,000 แห่ง

GrabForThai

แกร็บให้ความสำคัญกับ Economy Impact และ Environment Impact มากกว่าการเป็น Teach Company นำเอาเทคโนโลยีมาช่วยสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับคนไทย ทั้งฝั่งผู้ประกอบการและฝั่งแรงงาน เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสทางอาชีพที่เปิดกว้างมากขึ้น

โดยยึดการบาลานซ์เสาสำคัญ คือ พาร์ตเนอร์คนขับ-ผู้บริโภค-พาร์ตเนอร์ร้านค้า-บริษัท

ทุกฝ่ายต้องได้กำไรหรือค่าตอบแทนอันน่าพึงพอใจ เพื่อให้เติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน และพัฒนาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยแผนการดำเนินงาน อันได้แก่

  • การทำงานแห่งโลกยุคใหม่ (Future of Work) แกร็บได้ตั้งเป้าร่วมผลักดันมาตรฐานรูปแบบการทำงานแห่งโลกยุคใหม่  โดยเน้นไปใน 5 ด้าน (5อ.) ได้แก่

อิสระ = ส่งเสริมรูปแบบกรทำงานที่มีความยืดหยุ่น

โอกาส = สร้างโอกาสให้ผู้คนที่มีความหลากหลาย

อบรม = จัดอบรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาทักษะที่จำเป็น

อุ่นใจ = พัฒนาสิทธิประโยชน์เพื่อสร้างความอุ่นใจ

ออม = ส่งเสริมการออมและการบริหารเงิน

  • การส่งเสริมการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Inclusion) ผ่านโครงการ GrabAcademy พัฒนาและส่งเสริมทักษะเชิงดิจิทัลแก่พาร์ตเนอร์คนขับและร้านอาหาร ขณะเดียวกันก็ให้เข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) ให้บริการสินเชื่อแบบผ่อนจ่ายรายวัน และผ่อนชำระสินค้า

 

  • การสร้างความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) แกร็บได้ประกาศเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยร่วมกับสถาบันการเงินและผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสร้าง ‘สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับพาร์ตเนอร์คนขับ’ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพาร์ตเนอร์คนขับ-ผู้จัดส่งอาหารที่ใช้ EV ให้ได้ 10% ของจำนวนพาร์ตเนอร์คนขับทั้งหมดภายในปี 2569



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน