เอสซีจีแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 และครึ่งปีแรก 2565 ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่กำไรลดลง จ่ายปันผล 6บาท/หุ้น แพลนในอนาคตเน้นลุย Green Product และคาดการณ์งบลงทุนในปีนี้จบที่ 7 หมื่นล้าน

ในภาวะที่ต้องเจอกับความท้าทาย ทั้งโรคโควิด-19 การชะงักของซัปพลาย  ภาวะเงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงานวัตถุดิบเพิ่มสูง รวมไปถึงคลื่นลูกใหญ่อย่าง Cllimate Change แต่ภาพรวมธุรกิจเอสซีจียังแข็งแกร่ง เพราะการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง

คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า งบการเงินรวมก่อนสอบทานของเอสซีจี ในไตรมาส 2 ประจำปี 2565 รายได้จากการขาย 152,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน สาเหตุจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้นตามราคาตลาด โดยมีกำไรเท่ากับ 9,937 ล้านบาท ลดลง 42% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบของธุรกิจเคมิคอลส์แพงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมของเคมิคอลส์ลดลง  อย่างไรก็ตาม กำไรในไตรมาส 2 ปีนี้เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน จากเงินปันผลรับจากการลงทุนในธุรกิจอื่น

ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2565 มีรายได้จากการขาย 305,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% มีกำไรเท่ากับ 18,781 ล้านบาท ลดลง 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบเคมิคอลส์แพงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง อนึ่ง ผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 ธุรกิจปิโตรเคมีได้รับอานิสงส์จากวิกฤตฤดูหนาวที่รุนแรงในสหรัฐฯ ส่งผลให้กำลังการผลิตตลาดโลกลดลง

ในส่วนของครึ่งปีแรก SCG มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม 104,332 ล้านบาท คิดเป็น 34% ของรายได้จากการขายรวม

รายได้จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออกจากประเทศไทย อยู่ที่ 135,822 ล้านบาท คิดเป็น 45% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1%

ตามด้วยสัดส่วนของการพัฒนาสินค้าใหม่ อยู่ที่ 17% และ Service Solution อยู่ที่ 5% ของรายได้จากการขายรวม

สินทรัพย์รวม SCG ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2565 มีมูลค่า 903,137 ล้านบาท 45% เป็นสินทรัพย์ในอาเซียน

ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และครึ่งปีแรก 2565 แยกตามรายธุรกิจ

  • ธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC) ไตรมาส 2 รายได้จากการขาย 66,789 ล้านบาท เพิ่ม 10% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันธุรกิจมีปริมาณการขายลดลง กำไรสำหรับงวด 3,704 ล้านบาท ลดลง 64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น

ผลประกอบการครึ่งปีแรก SCGC รายได้จากการขาย 135,951 ล้านบาท +21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้น กำไรสำหรับงวด 7,292 ล้านบาท ลด 62% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง

  • ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

ในไตรมาส 2 มีรายได้จากการขาย 52,881 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14%  จากช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะกลยุทธ์การขายสินค้า ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและภูมิภาค  ชดเชยความต้องการสินค้าที่ชะลอตัว โดยที่กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 1,668 ล้านบาท ลดลง 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลัก ๆ มาจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น

ด้านผลประกอบการครึ่งปีแรก มีรายได้จากการขาย 103,771 ล้านบาท เพิ่ม 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ส่วนกำไรสำหรับงวด 3,976 ล้านบาท ลดลง 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

  • SCGP ได้แถลงไปแล้วก่อนหน้า สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ผลประกอบการ SCGP

นายรุ่งโรจน์เปิดเผยว่า ในสภาวะที่ธุรกิจต้องต่อสู้กับความไม่แน่นอนมากมาย เหมือนกับคลื่นลูกใหญ่ที่ตั้งท่ารออยู่ ต้นทุนการผลิตตอนนี้เองก็สูงขึ้น 20% การลงทุนจึงอาจต้องเข้มงวดมากขึ้น อย่างในปีนี้ก็มีการลงทุนที่น้อยลง  เน้นโครงการที่จะให้ผลตอบแทนได้ไว ส่วนโครงการที่ต้องใช้ระยะเวลานานอาจชะลอไว้ก่อน เพราะท่ามกลางสภาวะที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้ สภาพคล่องทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

นอกจากนั้น ยังกล่าวเสริมว่า SCG มุ่งเน้นการลงทุนใน Green Product มากขึ้น  จากยอดขายนวัตกรรมรักษ์โลก ภายใต้ฉลาก SCG Green Choice ครึ่งปีแรกเท่ากับ 153,240 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของยอดขายรวม เอสซีจีได้ตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 อยากให้สัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 60-70%

ในส่วนของงบการลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะจบที่ 70,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกประจำปี 2565 ในอัตรา 6.0 บาทต่อหุ้น เป็นเงิน 7,200 ล้านบาท กำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ศุกร์ ที่ 26 ส.ค. 2565



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน