รถไฟฟ้าสายสีชมพู จิ๊กซอว์ที่ทำให้เมืองทองธานีสมบูรณ์แบบสักที

ภาพที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ถือว่าเป็นวันของครอบครัว “กาญจนพาสน์” ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เมื่อผู้บริหารของบริษัทนอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล (NBM ในเครือ BTS กรุ๊ป) คีรี และ กวิน กาญจนพาสน์ 2 คนพ่อลูก จับมือร่วมลงทุนกับผู้เป็นหลานคือ ปีเตอร์ และพอลล์ กาญจนพาสน์ ลูกชายของอนันต์ ผู้ก่อตั้งบริษัทบางกอกแลนด์  หรือ BLAND เจ้าของเมืองทองธานี 

เพื่อสร้างโครงการ “รถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี” ด้วยเม็ดเงินลงทุนโครงการ 4,000 ล้านบาท

เป็นเงินของ 2 บริษัทล้วน ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงบประมาณรัฐบาล

เพื่อร่วมกันสร้างเมืองใหญ่แห่งนี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

เมืองทองธานีคือตัวอย่างการสร้าง “เมือง” ในพื้นที่ประมาณ 4,000 ไร่ โดยภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2533

เชื่อว่าตั้งแต่หลายคนยังไม่เกิดเเละวันนี้ก็ยังไม่เสร็จ

เป็นเรื่องเล่าของการพัฒนาอภิมหาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่คลาสสิกเรื่องหนึ่งของสังคมไทย

ผ่านไป 30 กว่าปี ผ่านมาแล้วหลายวิกฤต โครงการนี้ยังถูกพัฒนาต่อเนื่อง

จนวันนี้มีผู้เข้าอยู่อาศัยประมาณ 300,000 คน

มีผู้ที่เดินทางเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าและการประชุมที่มีกว่า 10 ล้านคนต่อปี

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 เริ่มมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู (ช่วงแคราย-มีนบุรี จำนวน 30 สถานี) เเต่ช้าไปกว่ากำหนดประมาณปีกว่า ด้วยเหตุผลวิกฤตโควิดทำให้ต้องหยุดการก่อสร้างเป็นช่วง ๆ

แต่คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด มั่นใจว่าจะเสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2566 แน่นอน

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าเมืองทองธานี ประมาณ 3 กิโลเมตร เพิ่งได้รับอนุมัติจาก กทม. และคาดว่าจะก่อสร้างได้เสร็จภายในปี 2568

ในส่วนต่อขยายนั้นประกอบไปด้วย 2 สถานี คือสถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี (ชาเลนเจอร์อาคาร 1) และสถานีทะเลสาบ เมืองทองธานี   

สำหรับเม็ดเงินลงทุน 4,000 ล้านบาทนั้น BLAND ได้อนุมัติเงินสมทบและค่าสิทธิให้กับ NBM ประมาณ 1,293.75 ล้านบาท (เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างและพัฒนาส่วนต่อขยายเมืองทองธานี และเพื่อสิทธิของ BLAND หรือบริษัทในเครือของ BLAND ในการก่อสร้างทางเชื่อมสถานี เพื่อเชื่อมต่ออาคารหรือสิ่งก่อสร้างใด ๆ อันเป็นกรรมสิทธิ์ของกลุ่ม BLAND  

และ BLAND  ได้ลงทุนการก่อสร้าง Skywalk อีก 1,000 ล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อจากโครงการฯ ไปยังศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค, โรงแรม, ร้านค้าปลีก และห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ

หลังจากเจ็บหนักกับวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าความหวังของ BLAND ยังอยู่ที่การพัฒนาที่ดินในโครงการที่ยังเหลืออยู่

เเละรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายจะเป็นตัวที่ทำให้ความหวังของเขาเป็นจริงมากขึ้น 

โครงการนี้จะสร้างโอกาสให้กับเมืองทองธานีแค่ไหน

1. ประชาชนทั้งผู้ที่อยู่อาศัยและผู้ที่ทำงานอยู่ในเมืองทองธานีกว่า 300,000 คน รวมทั้งผู้ที่เดินทางเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าและการประชุมที่มีกว่า 10 ล้านคนต่อปี จะได้รับความสะดวกสบายด้วยการได้ใช้บริการรถไฟฟ้าในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง

2. ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรได้อีกทางหนึ่ง 

3. เป็นโอกาสทางธุรกิจที่ปีเตอร์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่าจะช่วยส่งเสริมธุรกิจต่าง ๆ ในเมืองทองธานี เช่น ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค, โรงแรม, คอสโม บาซาร์, คอสโม วอล์ค, เอาท์เล็ท  สแควร์, บีไฮฟ ไลฟ์สไตล์มอลล์ และ คอสโม ออฟฟิศ พาร์ค ให้มีการเติบโตมากขึ้นอีก 10-20% 

ที่สำคัญ ยังจะเพิ่มศักยภาพและเพิ่มมูลค่าที่ดินเปล่าในเมืองทองธานีที่มีอยู่อีก 600 ไร่ โดยเฉพาะที่ดินริมทะเลสาบซึ่งเป็นพื้นที่ไข่เเดง เป็นไฮไลท์ของบริษัทจำนวนประมาณ 400 ไร่  ซึ่งถูกวางแผนไว้ว่าส่วนหนึ่งจะพัฒนาให้เป็นโครงการ Mixed Use เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนรุ่นใหม่

“ปัจจุบันที่ดินติดถนนแจ้งวัฒนะ ราคาประมาณ 3 แสนบาทต่อตารางวา ในเมืองทองธานีประมาณ 1 แสนบาทต่อตารางวา แต่เมื่อมีรถไฟฟ้า มีสถานีรถไฟฟ้าเข้ามาต้องเพิ่มขึ้นมากกว่านี้แน่นอน”

.https://marketeeronline.co/archives/210788 เมืองทองธานี สร้างจาก “รุ่นพ่อ” ขอให้จบใน “รุ่นลูก”

เเล้วบีทีเอส กรุ๊ปฯ ได้อะไร

กวิน กาญจนพาสน์ กรรมการบริหาร บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด บอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือตอบโจทย์การเดินทางตั้งแต่ก้าวแรกถึงก้าวสุดท้ายให้กับผู้โดยสารอย่างสมบูรณ์

โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ รถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทางหลัก ช่วงแคราย-มีนบุรี ซึ่งสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าได้อีก 4 สายได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ), รถไฟชานเมืองสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ-รังสิต), รถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) และรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี)

คีรียังให้ความเห็นว่าอาจจะมีคำถามหรือข้อสงสัยว่า ทำไมเราถึงเข้าไปลงทุนในพื้นที่เอกชน เพราะเป็นตระกูลกาญจนพาสน์หรือเปล่า ซึ่งไม่ใช่ประเด็นนั้นแน่นอน แต่เป็นเพราะศักยภาพของเมืองที่เติบโตขึ้นทุกวัน มีคนจำนวนมากอยู่อาศัยและเข้ามาใช้บริการในแต่ละวันจำนวนมาก ซึ่งเขาถือว่านี่เป็นการลงทุน 

เขายังให้ความเห็นว่าในพื้นที่ชุมชนใหญ่เเบบนี้ ปัญหาเรื่องการเดินทางน่าจะเป็นบทบาทของภาครัฐบาลที่จะเข้ามาลงทุนเพื่อประชาชนมากกว่า

เมื่อถามว่าถึงเวลานี้ 30 กว่าปี เมืองทองธานีคือเมืองใหม่ที่สมบูรณ์แบบหรือยัง

พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทบางกอกเเลนด์ บอกว่า สำหรับเขามองว่าเพิ่งพัฒนาไปได้เพียง 50% เท่านั้น แม้จะมีที่ดินเหลืออยู่เพียง 600 ไร่ เเต่ยังมีอะไรอีกมากมายที่จะเพิ่มเติมความสมบูรณ์ให้กับเมืองอีกมาก

—————–

บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR JV consortium) ที่ร่วมทุนกันระหว่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BTSG), บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (STEC) และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน