โอกาสครั้งสำคัญของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัปไทยในปี 2565 ที่จะได้รับการลงทุนและการสนับสนุนจากนักธุรกิจระดับหมื่นล้านบาท ในรายการ  “Shark Tank Thailand ซีซั่น 3” รายการเรียลลิตี้ทางธุรกิจระดับโลก ที่พร้อมผลักดันเอสเอ็มอีไทยให้มีธุรกิจแข็งแกร่งมากขึ้น โดยในการออกอากาศ EP4 ที่มีธุรกิจจากคนรุ่นใหม่ที่มีฝัน และเริ่มสร้างแบรนด์ระหว่างเรียนปริญญาด้วยกันกับ ไอศกรีม มอลลี่ อัลลี่ “Molly Ally” เป็นไอศกรีมเจลาโต้ ที่มาจากพืช Plant-based เป็นรายแรกในประเทศไทย และในปัจจุบันมีสาขาและจุดจำหน่ายรวม 7 แห่ง จึงตรงใจกับ “ชาร์คกฤษน์ ศรีชวาลา” เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ ผู้ก่อตั้งอาณาจักร Fico Group ขอร่วมดีลลงทุนในธุรกิจนี้ด้วยเงินลงทุน 15 ล้านบาท และเข้ามาถือหุ้น 37% พร้อมประกาศสร้างแบรนด์ไอศกรีมไทยแบรนด์น้องใหม่ ให้เติบโตและครองใจกลุ่มลูกค้าในประเทศ

เรื่องราวของไอศกรีม “มอลลี่ อัลลี่” ได้สร้างสิ่งใหม่และแตกต่างในอุตสาหกรรมไอศกรีมของประเทศไทย ทั้งการผลิตจากพืช แต่ได้พัฒนาให้มีรสชาติอร่อย เข้มข้นไม่แพ้ไอศกรีมที่มีส่วนผสมของนมวัวที่มีอยู่ในตลาด ทำให้ มอลลี่ อัลลี่ เป็นไอศกรีมที่ดีสุขภาพและยังร่วมรักษ์โลก โดยความโดดเด่นของไอศกรีมเกิดจากแนวคิดของผู้ก่อตั้ง 3 คน ได้แก่ นายกานต์ชนิต บุบผาชื่นน.ส.รตี บวรมงคลศักดิ์ และ น.ส.โชติมา มีมุ่งธรรม ที่สนใจสร้างธุรกิจนี้ระหว่างเรียนปริญญาโท ที่อยากร่วมส่งของขวัญความสุขในการรับประทานไอศกรีมให้แก่ลูกค้า ด้วยแนวคิดทำธุรกิจและสร้างแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ มอลลี่ อัลลี่ ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดธุรกิจที่จัดขึ้นในประเทศสหรัฐฯ ซึ่งมีทีมจากมหาวิทยาลัยดังร่วมประกวดถึง 70 ทีม รวมถึงมหาวิทยาลัยเยล ทำให้ผู้ก่อตั้งได้รับเงินทุนสนับสนุนสร้างธุรกิจได้สำเร็จ

สำหรับตลาดไอศกรีมนับเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองอย่างมาก และจากการรายงานของกระทรวงพาณิชย์ ในช่วงปี 2563 ธุรกิจไอศกรีมไทยมีการส่งออกเป็นอันดับสี่ในโลก และส่งออกมากสุดในภูมิภาคอาเซียน โดยโอกาสธุรกิจที่มีสูงแต่ก็มีข้อควรรู้ในการขยายธุรกิจ ซึ่ง ชาร์ค นักลงทุนได้ให้คำแนะนำผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สนใจอยากขยายธุรกิจและเพิ่มช่องทางขายสินค้า โดย “ชาร์คเต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี ผู้บริหาร จากบริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด แนะนำว่า “ผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ที่สนใจขยายแบรนด์เข้าสู่ห้างค้าปลีก ต้องศึกษาส่วนแบ่งการขาย หรือ GP (Gross Profit) ให้ดีที่สุด และพิจารณาอัตราที่ถูกจัดเก็บว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ เนื่องจากสินค้าที่จะเข้าโมเดิร์นเทรด จะต้องมีการผลิตจำนวนมากและติดตลาดแล้ว แต่หากยังไม่ติดตลาดและนำเข้าห้างค้าปลีก ต้องถูกเก็บค่า GP ที่อาจไม่คุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว

ดังนั้นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจึงควรเริ่มจากระดับเล็กก่อนขยายไปขนาดใหญ่ พร้อมยึดมั่นในการทำธุรกิจด้วยความรัก เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมั่นคงในระยะยาว

“ชาร์คกฤษน์” เน้นย้ำว่า ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ประกอบการได้นำสินค้าไปทำตลาดในห้างค้าปลีกและไม่ประสบความสำเร็จ จึงต้องมีการศึกษาให้รอบคอบในสินค้าแต่ละรายการมีความเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงการนำไปขยายตลาดในต่างประเทศจะต้องประเมินความคุ้มค่าระยะยาวในการนำสินค้าไปวางจำหน่ายด้วย

มาติดตามไอเดียและแนวคิดทำธุรกิจสุดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการไทย กับการดีลของชาร์คนักลงทุนระดับหมื่นล้านจะสนใจลงทุนในธุรกิจใดบ้าง ซึ่งความสนุกในโลกการลงทุนและการทำธุรกิจมีที่เดียวในรายการ “Shark Tank Thailand ซีซั่น 3” ออกอากาศทุกอาทิตย์ เวลา 13.30 ทางช่อง 7HD กด 35

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของรายการ Shark Tank Thailand ได้ที่

Website: https://www.sharktankthailand.com

Youtube: https://www.youtube.com/c/MEDIAtank

Facebook: https://www.facebook.com/sharktankTH

Instagram: https://www.instagram.com/sharktankthailand/

TikTok: https://www.tiktok.com/@sharktankthailand

#sharktank #sharktankthailand #mediatank



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน