เมื่อสัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงเพื่อนแก้เหงา แต่เขาคือส่วนหนึ่งของชีวิต ทำให้ผู้เลี้ยงคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักอยู่เสมอ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ตลาดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่ามหาศาล ทั้งยังเติบโตขึ้นทุกปี และถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงจะมีโอกาส ทว่าในความเป็นจริงการเข้าสู่ธุรกิจของผู้ประกอบการใหม่ หรือการขยายกิจการเพื่อต่อยอดธุรกิจของผู้ประกอบการเดิมกลับไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก เพราะปฏิเสธได้ยากว่า การหาสินค้าหรือคู่ค้าในธุรกิจนี้เป็นไปอย่างจำกัด

การมาของ Pet Fair South East Asia งานแสดงสินค้าสำหรับธุรกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจร เพื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม 2565 ณ ฮอลล์ 103-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค จึงถือเป็นการปลดล็อกทุกข้อจำกัดของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง โดยได้มืออาชีพอย่าง วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค หนึ่งในบริษัทผู้จัดงานแสดงสินค้าสำหรับธุรกิจแบบ B2B เป็นแม่งาน

เวทีพบปะเพื่อการต่อยอด

ภาพจำของหลายคนเวลาไปงานแสดงสินค้าอาจมองว่างานไหนก็เหมือนกัน แต่งาน Pet Fair South East Asia  นั้น ไม่เหมือนใคร เพราะผู้เข้าชมงานจะได้พบกับผู้ประกอบการชั้นนำมากถึง 300 แบรนด์ จาก 30 ประเทศทั่วโลก ประกอบด้วยประเภทธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง-ค้าปลีก ร้านขายอาหารสัตว์ ผู้ค้าปลีกผ่านระบบออนไลน์ คลินิกรักษาสัตว์เล็ก นักโภชนาการสัตว์เลี้ยง สมาคม รวมถึงสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน งานนี้ยังถือเป็นเวทีให้ผู้ซื้อและนักลงทุนที่สนใจเริ่มธุรกิจได้มารวมตัวกันเพื่อมองหาโอกาสทางธุรกิจ การต่อยอดการลงทุน การเจรจาซื้อขาย และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมทั้งในไทยและนานาประเทศ

นอกจากนี้ Pet Fair South East Asia ยังมีพาวิลเลียนของนานาชาติที่รวมกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องมานำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจในนามของแต่ละประเทศ อาทิ พาวิลเลียนจากทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เกาหลีใต้ และอินเดีย โดยผู้เข้าชมงานจะได้พบกับแบรนด์และตัวแทนจำหน่ายที่หลากหลายจากตลาดในแต่ละภูมิภาค พร้อมโอกาสในการมองหาพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายแบบ win-win รวมถึงการค้าปลีกและการจัดหาแหล่งผลิตอาหารใหม่ๆ อีกด้วย

องค์ความรู้ดีๆ มีไม่จำกัด

ไม่เพียงแต่เป็นเวทีพบปะเพื่อการเริ่มต้นและต่อยอดของผู้ประกอบการที่สนใจธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น ตลอด 3 วันของการจัดงานยังมีสัมมนาเพื่อมอบองค์ความรู้ในหัวข้อที่น่าสนใจต่างๆ โดยถ่ายทอดผ่านวิทยากรรับเชิญจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญสำหรับธุรกิจสัตว์เลี้ยง เช่น

– ภาพรวมของตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศอินเดีย โดย India International Pet Trade Fair (IIPTF)

– โภชนาการในคลินิกสัตว์ปีก / นก โดย บริษัท Versele-Laga & Pamornchai Supply

– การจัดการการเพาะพันธุ์นก โดย Avian Breeding Management

– ครบเครื่องเรื่องควรรู้ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทย ก้าวไกลสู่ตลาดโลก โดย กรมปศุสัตว์

“ตอนนี้เราได้เปิดระบบลงทะเบียนล่วงหน้าพบว่ามีผู้สนใจเข้าชมงานในครั้งนี้มาก โดยมาจากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เรียกได้ว่าการจัดงานครั้งนี้สามารถดึงดูดนักลงทุนและผู้ผลิตจากธุรกิจสัตว์เลี้ยงได้อย่างกว้างขวาง และตอบสนองความต้องการของตลาดในภูมิภาคได้อย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่การจัดงานครั้งแรก” คุณโยฮันเนส เคร้าส์ ผู้จัดการโครงการอาวุโส กล่าว พร้อมทิ้งท้ายว่า

“วันนี้ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 3 ของโลก การใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดงานจึงมีความเหมาะสม ส่งผลดีต่อทั้ง Supply Chain ด้านวัตถุดิบ การผลิตสินค้า หรือการบริการที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง และเป็นโอกาสในการเปิดตลาดให้กับผู้ซื้อจากต่างประเทศได้มาเยี่ยมชมงาน และติดต่อธุรกิจได้อีกทางหนึ่งด้วย”

ทั้งหมดนี้ ตอกย้ำว่า Pet Fair South East Asia เป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่ส่งผลกระทบในแง่บวกต่อนักลงทุนและเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงส่งท้ายปี 2565 ซึ่งผู้สนใจธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง !

หมายเหตุ

เนื่องจาก Pet Fair South East Asia เป็นงานเจรจาธุรกิจ จึงสงวนสิทธิ์ให้ผู้เข้าชมงานต้องมีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป งดนำสัตว์เลี้ยงเข้างาน และกรุณาสวมใส่ชุดสุภาพ

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับบัตรเข้าร่วมงานฟรีได้ที่

https://online-register.org/pet/register/index.php?spc=PFSEA148 หรือ https://www.petfair-sea.com/

 

สถานการณ์ตลาดส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย ?

ดร. ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย กล่าวว่า “ในปี 2021 ประเทศไทยส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไปทั่วโลก 720,795 ตัน โดยมีมูลค่า 65,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปี 2020 ทำให้เรากลายเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 3 ของโลก โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2022 (ม.ค.-ก.ค.) มีปริมาณการส่งออก 494,418 ตัน และมูลค่า 50,086 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43%”

สำหรับตลาดส่งออกหลักได้แก่ สหรัฐอเมริกา 33% ญี่ปุ่น 13% อิตาลี 8% และมาเลเซีย 7% ซึ่งไทยมีการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไปยังประเทศในแถบเอเชียกว่า 32 ประเทศ หรือคิดเป็น 42% ของการส่งออกทั่วโลก โดยประเทศนำเข้าที่สำคัญคือ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน อินโดนีเซีย อินเดีย และจีน

คาดการณ์ว่า ปี 2025 ประเทศไทยจะขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 1 หรือ 2 ของโลก !



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน