โฟรโมสต์เดินหน้าเป็น Food Service ขยายกลุ่ม B2C คาดการณ์ปิดปีนี้ตัวเลขกลับมาเป็นบวกได้
หลังจากประกาศยุติการผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ และปิดโรงงาน ก็ทำให้ชื่อของโฟรโมสต์เป็นที่พูดถึงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้
สาเหตุที่ต้องเลิกผลิตนมพาสเจอร์ไรส์มาจากปัญหาเรื่องอายุ Shelf life ที่ค่อนข้างสั้น ทำให้เกิดเวลาอันจำกัดในการขาย นมที่ขายไม่หมดก็มาเพิ่มต้นทุนทางธุรกิจอีก

คุณวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพินา (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนการเดินหน้าต่อจากนี้ของบริษัท คือ การมุ่งเป็น Food Service ลุยขยายในส่วนของ B2C มากขึ้น มุ่งขายสินค้าแบบ Tailor-Made ซึ่งแต่เดิมก็มีฐานลูกค้าแบบ B2C พอสมควรอยู่ก่อนแล้ว
ปัจจุบันแบรนด์ที่เหลืออยู่ภายใต้การดูแลของฟรีสแลนด์คัมพิน่า ประเทศไทย ได้แก่ โฟรโมสต์ (โฟรโมสต์ UHT, โฟรโมสต์โอเมก้า) Falcon นมหวาน MY BOY (ขายอยู่ในภาคใต้ของไทย) นมข้นหวานเรือใบ และล่าสุดกับครีมแดรี่ตรา Dabic ซึ่งเป็นสินค้าเพียงอย่างเดียวของบริษัทที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ขณะที่ ดร. โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพินา (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้คำตอบประเด็นการเลิกผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ว่า การยกเลิกผลิตเป็นเพียงการปรับตัวให้เหมาะสมกับการทำธุรกิจ เพื่อหันไปโฟกัสโปรดักส์ที่ควรโฟกัส ให้บริษัทพัฒนาต่อไปได้มากกว่า โดยที่สัดส่วนของนมพาสเจอร์ไรส์ที่ถูกตัดออกไปนั้น อยู่ในสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้นมแบรนด์โฟร์โมสต์
จากการประเมินของนีลเส็น ตลาดนม (UHT Milk, UHT kids, UHT Flavor) มีมูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาท มองแบบ YTD ติดลบ 5% แต่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับปีที่เเล้วตัวเลขเป็นบวก
อย่างไรก็ตาม จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป คุณแม่เลือกให้ลูกดื่มนมกล่องแทนนมผงชงมากขึ้น ทำให้นมสำหรับเด็กเป็นเซกเมนต์เดียวที่โตอย่างต่อเนื่อง แม้ในภาพรวมตลาดนมจะติดลบก็ตาม โฟรโมสต์จึงหันมาโฟกัสในกลุ่มผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็ก ที่โฟร์โมสต์มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่แล้ว 30-35% แทน
แต่ในอนาคตแบรนด์ยังคงต้องการขยายเซกเมนต์ลูกค้าไปยังกลุ่มวัยรุ่นและผู้สูงอายุเพิ่มเติม ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการดื่มนมให้คนไทยใหม่ ที่ส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่านมดื่มได้เฉพาะเด็กเท่านั้น
ดร. โอฬารเผยอีกว่า อุปสรรคที่บริษัทกำลังเผชิญอยู่ ไม่เพียงแต่การบริโภคนมของคนไทยที่มีปริมาณลดลงอย่างมาก (สถิติเด็กไทยดื่มนม 18 ลิตรต่อคนต่อปี ขณะที่สิงคโปร์และญี่ปุ่นอยู่ที่ 120 และ 200 ลิตร ตามลำดับ) บริษัทยังต้องเผชิญกับทั้งการเลิกเลี้ยงโคนมของเกษตรกร ปัญหาค่าแรงที่ปรับสูงขึ้น ประเด็นเงินเฟ้อ ทำให้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูง
ด้านคุณวิภาส กล่าวจบในตอนท้ายว่า รายได้บริษัท 3 เดือนย้อนหลังเริ่มกลับมาดีขึ้นแล้ว หลังจากติดลบมาตั้งแต่ต้นปี ในส่วนของรายได้นั้น ปิดปีนี้จากตัวเลขติดลบ ตั้งเป้าการเติบโตเป็นเลขตัวเดียวก่อน
ทั้งนี้ สิ่งที่ท้าทายสำหรับโฟร์โมสต์ คือ การมีกลุ่มลูกค้าเด็กเป็นสัดส่วนใหญ่ของแบรนด์ เมื่อกลุ่มนี้โตขึ้นเป็นวัยรุ่นก็ไม่นิยมดื่มนมกันแล้ว และด้วยอัตราการเกิดที่ลดลง มีเด็กเข้าสู่ตลาดน้อยลง ทำให้ลูกค้าของโฟรโมสต์หลุดหายไป
หากโฟร์โมสต์มีผลิตภัณฑ์นมที่ตอบโจทย์ความต้องการในทุกช่วงวัยตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงวัยซึ่งในอนาคตจะเป็นสัดส่วนใหญ่ของประชากรมากกว่านี้ เชื่อได้ว่าชื่อของโฟร์โมสต์จะยืนอยู่ในใจผู้บริโภคชาวไทยทุกเพศทุกวัยไปได้อีกนาน
Marketeer FYI
บริษัทฟรีสแลนด์คัมพิน่า มีสหกรณ์โคนมฟรีสแลนด์คัมพิน่า ยู.เอ. (Zuivelcoöperatie FrieslandCampina UA) เป็นเจ้าของ โดยมีพันธมิตรคือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 16,995 ราย จากเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และเยอรมนี
โฟรโมสต์เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพินา (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) องค์กรผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากนมวัวระดับโลก
เริ่มต้นในไทยด้วยการดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอศกรีมและนมคืนรูปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 มีโรงงานแห่งแรกที่หลักสี่ จากนั้นจึงค่อยเพิ่มผลิตภัณฑ์นมประเภทต่าง ๆ ทั้งนมข้นหวาน นมข้นจืด นมยูเอชที ตามลำดับ
.
ฟรีสแลนด์คัมพินา
กำไรอยู่ดี ๆ มาล่าสุดขาดทุน
| 2560 | 2561 | 2562 | 2563 | 2564 | |
| รายได้ | 12,675 | 12,599 | 11,902 | 10,809 | 10,896 |
| กำไร(ขาดทุน) | 0.90 | 291 | 486 | 289 | -1,361 |
หน่วย: ล้านบาท
| มูลค่าตลาดนม 4 หมื่นล้านบาท (YTD -5%) |
| ผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มของโฟร์โมสต์
-โฟร์โมสต์นมโคแท้ 100% -โฟร์โมสต์โอเมก้า 369 -โฟร์โมสต์มัลติเกรน -โฟร์โมสต์ Flavor -โฟร์โมสต์โปรตีนพลัส |
| แบรนด์ภายใต้การดูแลของฟรีสแลนด์คัมพินา ประเทศไทย
–FOREMOST -ผลิตภัณฑ์นม ตรา ฟอลคอน (Falcon) -วิปปิ้งครีมเดบิค (Debic) -นมหวานมายบอย (MY BOY) -นมข้นหวานตราเรือใบ (SHIP) |
–


