ถ้าพูดถึงชื่อ Bugatti ภาพที่ทุกคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นรถซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดและแพงที่สุดในโลก แต่ในวันนี้แบรนด์หรูจากฝรั่งเศสกำลังรุกสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ ด้วย โครงการ Bugatti Residences By Binghatti ตึกระฟ้าสูง 43 ชั้น ในนครรัฐ ดูไบ ของสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ (ยูเออี)

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Bugatti และผู้พัฒนาอสังหาฯ ชื่อดัง โดยความพิเศษของที่นี่ไม่ใช่แค่ความสูงหรือดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว แต่คือการตอบโจทย์ความหลงใหลแบบสุดๆ ตัวอย่างเช่น ห้องเพนต์เฮาส์ราคาแพงที่จะมาพร้อมกับลิฟต์ส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์โดยเฉพาะ เพื่อให้เจ้าของสามารถขับซูเปอร์คาร์คันโปรด ที่ก็น่าจะต้องเป็น Bugatti ขึ้นไปจอดโชว์ไว้ในห้องนั่งเล่นได้เหมือนกับเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง
ส่วนใครที่กระเป๋าหนักพอที่ซื้อก็อาจไม่ได้ห้องที่แพงสุด เพราะมีข่าวว่า เนย์มาร์ นักฟุตบอลคนดังและหนึ่งในมหาเศรษฐีของบราซิล ซื้อห้องนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

นี่เป็นการสะท้อนถึงเทรนด์ Branded Residences หรือการลงทุนสร้างที่พักอาศัยของแบรนด์หรู ซึ่งข้อมูลจาก Knight Frank ระบุว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนโครงการลักษณะนี้ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว โดยจาก 169 แห่งเมื่อปี 2016 เป็น 611 แห่งในปัจจุบัน และจะเพิ่มอีกถึงหลักพันแห่งเมื่อถึงปี 2030
ดูไบ เป็นโซนที่โครงการแบบนี้มากที่สุดในโลก เนื่องจากค่าครองชีพของเหล่าคนรวยที่นั่นดูเหมือนจะคุ้มค่ากว่าเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กหรือลอนดอน เพราะภาษีที่ต่ำและไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ความหรูหราแบบจัดเต็มได้มากกว่า

นอกจาก Bugatti แล้ว ค่ายรถหรูค่ายอื่นๆอย่าง Porsche และ Aston Martin ก็มีโครงการ Branded Residences เช่นกัน โดยเทรนด์ดัวกล่าวก็กำลังเริ่มเป็นที่นิยมของแบรนด์สินค้าหรูประเภทอื่นๆ อย่าง แบรนด์แฟชั่นหรู Fendi และแม้แต่นาฬิกาหรูอย่าง Jacob & Co อีกด้วย

สาเหตุที่แบรนด์เหล่านี้หันมาทำ Branded Residences เพราะ นี่คือธุรกิจที่ “ได้กับได้” โดยแบรนด์แทบไม่ต้องลงมือสร้างเองแต่มีพันธมิตรที่เป็นมืออาชีพด้านอสังหาฯ ยื่นมือมาช่วยหรือจัดการให้ เช่นกรณีของ Bugatti ที่ได้บริษัอสังหาฯ ในยูเออี มาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ
ขณะที่ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนระดับมหาเศรษฐีและคนดังในวงการต่างๆ อย่างกรณีของ เนย์มาร์ ก็ยอมควักกระเป๋าจ่ายแพงกว่าคอนโดหรูทั่วไปถึง 30-40% เพื่อแลกกับความพิเศษเหนือระดับ เช่น บริการบัตเลอร์ส่วนตัว สิทธิ์การใช้เรือยอชต์ หรือแม้แต่ “ศูนย์ดูแลสุขภาพอัจฉริยะ” ที่มีเทคโนโลยีการบำบัดด้วยความเย็นจัดเพื่อชะลอวัย
ในมุมมองของทางจิตวิทยา เทรนด์นี้ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่มันคือการส่งสัญญาณทางสังคมของบรรดาของมหาเศรษฐีที่อยากประกาศ อยากอวดให้ทุกคนรู้ว่ามีรสนิยมหรูหราแบบแค่ไหน และเหนือกว่าคนทั่วไป
โดยแม้เลี่ยงต่อการถูกมองว่าชอบอวดเกินไป แต่กลุ่มมหาเศรษฐีก็ดูจะไม่สนใจ ตราบใดที่ยังได้เติมเต็มความต้องการและรักษาสถานะทางสังคม ซึ่งในทางการตลาดแล้วย่อมเป็นประโยชน์ต่อแบรนด์หรู เพราะช่วยหล่อเลี้ยงให้ตลาด Branded Residences ให้อยู่และขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
จากทั้งหมดนี้จึงสรุปได้ว่า การที่แบรนด์รถหรู รุกตลาดอสังหาฯ สะท้อนให้เห็นว่าในยุคปัจจุบัน “ความหรูหรา” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถและข้าวของเครื่องใช้ แต่คือทั้งไลฟ์สไตล์ จนสามารถขยายไปสู่ตลาดอสังหาฯ ดังที่เห็นจากเทรนด์ Branded Residences ที่กำลังโตวันโตคืน
แม้จะมีคำถามเรื่องความคุ้มค่าหรือรสนิยมที่ดูอลังการเกินไป แต่ตราบใดที่มหาเศรษฐีทั่วโลกยังคงโหยหาความแตกต่าง ความหรูหรา และเหนือกว่า “คอนโดแบรนด์หรู” เหล่านี้ก็จะยังคงผุดขึ้นท้าทายมาความเรื่อยๆ และกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของโลกยุคปัจจุบันที่แบรนด์และชีวิตส่วนตัวถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก / bbc
