ปีที่ผ่านมาเป็นปีทองของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ที่ผลการดำเนินธุรกิจในทุกด้านประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย ทั้งในด้านยอดขาย รายได้และกำไรสุทธิ เติบโตขึ้นจากปีก่อนและสูงที่สุดในรอบ 21 ปี โดยมียอดขายถึง 41,282 ล้านบาท รายได้รวม 39,041ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,801 รักษาความเป็นแชมป์ในอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยได้อีกปี

ปี 2557  ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บอกว่าปีนี้ ธุรกิจเรียลเอสเตทจะเติบโตในกรอบแคบๆ ใกล้เคียงกับปี 2556  (โต 4%) แต่ถ้าสถานการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อรุนแรงจะชะลอลงมาประมาณ -2%  แต่อย่างไรก็ตาม พฤกษา ยังมั่นใจว่าปีนี้สามารถเปิดโครงการได้อีก 40-50 โครงการ และยังตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4.1-4.5 หมื่นล้านบาทสูงกว่าปีที่ผ่านมา

อะไรที่ทำให้เขามั่นใจว่าปีนี้สามารถเปิดโครงการได้อีกมากมาย และยังตั้งยอดรายได้ไว้ค่อนข้างสูง ในขณะที่คู่แข่งในวงการเดียวกันต่างปรับลดเป้าหมายลงมา

“ถ้าดูจากฐานข้อมูลของบริษัทพฤกษาเอง รายรับและจำนวนยูนิตของเรา80% มาจากแนวราบ ซึ่งเป็นเรียลเซ็กเตอร์ พื้นฐานการทำธุรกิจของเรากับบางบริษัทอาจจะต่างกัน และคิดไม่เหมือนกัน  และจำนวนที่วางไว้ลดลงส่วนหนึ่งแล้วนะครับ  แต่บังเอิญเรายังมีโครงการที่กำลังก่อสร้างและมียอดคงค้างอยู่ ทำให้ยังมั่นใจว่ายอดขายเรายังเติบโต”

ทองมายังมั่นใจว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปี เขาวางแนวทางในการเติบโตไว้ถูกต้องชัดเจน

ยุทธศาสตร์ของผู้นำ

1.มุ่งให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นReal Demand  ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเซ็กเม้นท์ระดับล่างถึงกลาง  โดยในปี 2557  จะยังรักษาพอร์ตเดิม (บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์มากกว่า 80% คอนโดน้อยกว่า 20%)รวมทั้งขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าระดับกลาง–สูง และขยายโครงการไปในต่างจังหวัดมากขึ้น

2. โฟกัสในเรื่องการปรับปรุงกระบวนการทำงานด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบ Real Estate Manufacturing (REM) ในการก่อสร้างทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยว ทำให้สามารถควบคุมระยะเวลาและประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มคุณภาพของสินค้า

3. มุ่งมั่นสร้างให้เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้า   ซึ่งหมายถึงการมุ่งในเรื่องการให้บริการ คุณภาพ การบริการแก้ไขในเรื่องคุณภาพของบ้านอย่างต่อเนื่อง

เป็น No. 1 Brand ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

พฤกษาเป็นแบรนด์หนึ่งในเรื่องที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญในการตรวจสอบความแข็งแรงของแบรนด์อยู่ตลอดเวลา

เมื่อกลางปีที่ผ่านมาพฤกษาได้ประกาศรีแบรนด์ภายใต้แนวคิดหลัก (Brand Idea) “ใจ…ทลายทุกข้อจำกัด (Mind Beyond Invention)” โดยวัตถุประสงค์ของการรีแบรนด์ครั้งนี้สอดคล้องกับการปรับวิสัยทัศน์ใหม่ของบริษัทที่ว่า “พฤกษา มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจลูกค้า ด้วยการสรรค์สร้างที่อยู่อาศัยที่มีคุณค่า เพื่อทุกครอบครัวได้สัมผัสความสุข ความอบอุ่น และชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน” และสอดคล้องกับการปรับโครงสร้างการบริหารงานองค์กรใหม่ โดยมุ่งเน้นที่ลูกค้า (Customer Centric) และให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการภายใน เพื่อส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ และการบริการที่เป็นเลิศ
เราได้มีการวางแผน และเตรียมการเพื่อรีแบรนด์มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยในแผนของ Branding Campaign พฤกษาได้นำความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ ทุก Touch Point มาวิเคราะห์ และผลักดันแนวคิดเรื่องการใช้ “ใจ” ที่เป็น Pruksa Value ของพนักงานพฤกษาใส่ลงไปในทุกๆ กระบวนการทำงานในห่วงโซ่ธุรกิจ (Business Supply Chain) ตั้งแต่กระบวนการสรรหาที่ดิน การดีไซน์แบบบ้าน การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในการก่อสร้าง และการตลาด รวมไปจนถึงการบริการหลังการขายมาใช้อย่างบูรณาการ เพราะเชื่อมั่นว่าหากเราใส่ใจ และใช้ใจในการดำเนินธุรกิจ จะทำให้พฤกษาสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

โดยเฉพาะการ Rebranding ครั้งนี้ ได้ทำผ่านสื่อต่างๆ ทั้ง TV ป้ายโฆษณา สื่อสมัยใหม่ (New Media) อาทิ เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และโซเชียลมีเดียต่างๆ

Pruksa Creative Innovation Intelligence

การเป็นผู้นำในเรื่องของเทคโนโลยีในเรื่องการก่อสร้างเป็นอีก Key Successที่สำคัญของพฤกษา

จากการได้นำเอาเทคโนโลยีการก่อสร้างด้วยชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปมาใช้ เพื่อรองรับความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นและยังพัฒนาต่อเนื่อง

โดยใช้แนวคิด Pruksa Creative Innovation Intelligence ในทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการสรรหาที่ดินออกแบบ ก่อสร้าง ส่งมอบ และบริการหลังการขาย  และยังเน้นการนำนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ในทุกกระบวนการทำงานให้ครอบคลุม Supply Chain Management

ส่วนของการพัฒนาด้านการออกแบบและการก่อสร้าง ก็ได้นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ ประกอบด้วยระบบการก่อสร้างบ้านแบบอุตสาหกรรม (Real Estate Manufacturing : REM) เป็นระบบการสร้างบ้านที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคาดว่าสามารถย่นระยะเวลาก่อสร้างลงให้เหลือเฉลี่ย 21 วัน จากระยะเวลาก่อสร้างเฉลี่ย 45 วัน

ส่งผลให้พฤกษาสามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 2556 ได้เป็นจำนวนถึง 16,969 ยูนิต แบ่งเป็น บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 13,169 ยูนิต และคอนโด 3,800 ยูนิต ซึ่งนับเป็นสถิติยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่สูงสุดของบริษัท และคาดว่าจะสูงที่สุดในวงการ โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่โอนกรรมสิทธิ์ได้ 12,283 ยูนิต”

อีกทั้งยังได้พัฒนาการผลิตห้องน้ำสำเร็จรูป ซึ่งเป็นห้องน้ำที่ผลิตมาจากโรงงาน สามารถยกมาประกอบในบ้านเสมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งของบ้าน โดยกำลังศึกษาการนำรูปแบบห้องน้ำสำเร็จรูปแบบญี่ปุ่นมาประยุกต์และปรับปรุงในการก่อสร้าง

ล่าสุด บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาและศึกษาแนวโน้มความเป็นไปได้ร่วมกับ LIXIL GROUP ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่างที่ทำจากอลูมิเนียม ห้องน้ำสำเร็จรูป พื้นไม้สังเคราะห์ เป็นต้น โดยบริษัทจะนำมาใช้กับโครงการต่างๆ ของบริษัททั้งทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม

สำหรับการบุกตลาดในต่างประเทศนั้นทองมา คาดว่าปี นี้สามารถเปิดใหม่ได้อีก 1 โครงการที่เมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย หรืออาจจะเป็นที่อินโดนีเซีย  รวมทั้งกำลังเจรจาหาซื้อที่ดินในประเทศเวียดนามด้วย

 

Marketeer ฉบับเดือนมีนาคม 2557

เรื่อง : อรวรรณ บัณฑิตกุล

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer