ถ้าจะบอกว่า NEW MG4 ELECTRIC คือหนึ่งในผลงานที่เป็นเพชรน้ำเอกของผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง MG ก็ไม่ผิดนัก ด้วยแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์บนเวทีระดับโลกที่ MG ยึดมั่นเสมอมา ภายใต้ 3 แกนหลักอย่าง เทคโนโลยี (Technology) ความทันสมัย (Fashion) และความคุ้มค่า (Value) 

MG4 กับเทคโนโลยีที่ฉีกจากรถไฟฟ้าที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Global EV รุ่นนี้ประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับอย่างดีในทั่วโลก คือการ BORN TO BE EV ด้วยแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเพื่อรถไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่าง “NEBULA PURE ELECTRIC” การออกแบบจะคำนึงถึงความปลอดภัยของแบตเตอรี่มากขึ้น การติดตั้งแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้ารุ่นนี้จะเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรถยนต์ เพิ่มความแข็งแกร่งของการปกป้องมากขึ้น อีกทั้งแบตเตอรี่นวัตกรรมใหม่ RUBIK’s CUBE BATTERY ขนาดความจุ 51 kWh ถูกจัดเรียงเซลล์แบบแนวนอน ระบายความร้อนด้วยระบบ Liquid Cooling system มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น อีกหนึ่งผลพลอยได้ของแพลตฟอร์มนี้คือพื้นที่ภายในห้องโดยสารถูกจัดสรรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

FYI: แพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC สามารถรองรับแบตเตอรี่ได้หลากหลายความจุ นั่นหมายความว่า แพลตฟอร์มนี้สามารถใช้ได้กับรถไฟฟ้าหลากหลายเซ็กเมนต์ ตั้งแต่รถขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ เป็นไปได้ว่า รถไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ของ MG ที่จะมาในอนาคตจะได้รับการส่งผ่านนวัตกรรมนี้

มั่นใจได้ว่า MG4 ถูกวางให้เป็นรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์เรื่องอรรถรสการขับขี่ที่สนุก เร้าใจ จากการเลือกวาง “ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง” ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้านการตอบสนองตั้งแต่การออกตัว สร้างจุดต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าที่ทำตลาดในปัจจุบันหลายรุ่น มีการออกแบบให้เกิดการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 เพิ่มบาลานซ์ที่ดี เมื่อบวกกับตัวรถมีจุดศูนย์ที่ถ่วงต่ำ ช่วยลดอาการโคลงขณะเข้าโค้ง ฐานล้อที่กว้างทำให้รถยึดเกาะถนนได้ดี ลดโอกาสการพลิกคว่ำ ผู้ขับขี่จะมั่นใจมากขึ้น

ขณะที่ระบบช่วงล่างแบบอิสระ 4 ล้อ ช่วยให้ล้อตั้งฉากกับพื้นมากขึ้น ระบบกันสั่นสะเทือนหลังเป็นแบบอิสระ 5 ลิงค์ ช่วยให้ผู้โดยสารนั่งสบายมากขึ้น

แม้ว่ารูปลักษณ์และขนาดตัวถังของ MG4 จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม C-Segment แต่กลับเป็นรถที่มีความคล่องตัว กระฉับกระเฉงในการหักเลี้ยว กับรัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร และมี Overhang ด้านหน้าและหลังของรถที่สั้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความยอดเยี่ยมของ MG4

ปัจจุบันสถานีชาร์จรถไฟฟ้าสาธารณะมีจุดบริการเยอะขึ้น อย่างสถานี MG Super Charge ที่ปัจจุบันมีมากถึง 128 แห่ง หรือในทุก ๆ 150 กิโลเมตร และยังมีสถานีชาร์จของภาคเอกชนอื่นๆ อีกหลากหลายแบรนด์ให้บริการ ผนวกกับตัวเลขระยะทางที่วิ่งได้สูงสุด 425 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดูดีเลยทีเดียว

การชาร์จแบบ QUICK CHARGE ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 35 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 88 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ส่วนการชาร์จแบบ NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER 0% – 100% ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง 30 นาที ที่ 6.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง  ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

ส่วนขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ก็เพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น SNOW , ECO , NORMAL , SPORT , CUSTOM ความแตกต่างของแต่ละโหมดก็จะเป็นเรื่องน้ำหนักพวงมาลัย อัตราเร่ง และแรงที่ต้องใช้ในการเหยียบเบรก

หลายคนอาจจะงงๆ กับโหมด SNOW จะได้ใช้ตอนไหน ถ้าขับขี่ในเมืองไทยก็แนะนำให้ใช้ขณะเดินทางบนถนนลื่น ต้องบอกว่ารถไฟฟ้ารุ่นนี้เป็น GLOBAL EV สเปค ฟังก์ชัน รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ จะเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

ส่วน KERS MODE ระบบชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ขณะชะลอรถของรถรุ่นนี้ ตั้งค่าได้ถึง 4 ระดับ ทั้ง LOW , MEDIUM , HIGH ล่าสุดมี ADAPTIVE มาเป็นทางเลือกเพิ่มเติม ซึ่งจะปรับระดับให้อัติโนมัติตามลักษณะการขับขี่

ส่องดีไซน์ภายนอก ภายใน และความสะดวกสบาย

MG4 ถือว่าเป็นรถไฟฟ้ามีความ Stylish ค่อนข้างจัด ดีไซน์เส้นสายคมชัดใช้สีดำตัดกับสีของรถรอบคันจนทำให้ MG4 ดูสปอร์ต ดุดัน ด้านไฟหน้า และไฟท้ายเป็นแบบ LED ที่ใส่ดีเทล เส้นสายทุกอณู ที่แปลกตาเลยก็คงจะเป็นสปอยเลอร์หลังแบบ TWIN ARROW WING ที่แยกเป็น 2 ชิ้น ซ้าย-ขวา  ขณะที่ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมพร้อมกับ AERO WHEEL COVER ที่ช่วยเพิ่ม AERODYNAMIC เฉกเช่นเดียวกับรถไฟฟ้าหลายรุ่นของ MG

ภายในห้องโดยสารของ MG4 เน้นความเรียบง่ายอย่างเห็นได้ชัด ตัดทอนความไม่จำเป็น แต่ครบครันในทุกฟังก์ชันการใช้งาน การควบคุม สื่อสาร และสั่งการผ่านทางหน้าจอทัชสกรีนขนาด 10.25 นิ้ว แผงหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว แผงช่องแอร์แนวนอนเรียงยาวใต้จอส่วนกลาง เกียร์แบบลูกบิดตามแบบฉบับของรถสมัยใหม่ สำหรับ Wireless Charger และช่องเชื่อมต่อ USB ทั้ง Type A และ Type B ก็มีมาให้พร้อม

ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปมีมาให้ถึง 26 ระบบ ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART มีฟังก์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง “ระบบตรวจสอบแบตเตอรี่ หรือ BATTERY DOCTOR” ทำหน้าที่ช่วยตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ วิเคราะห์ ให้คำแนะนำการใช้งาน ประเมิณและให้คะแนนแบตเตอรี่แบบ REALTIME ด้วย เพื่อช่วยถนอม และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ฟังก์ชันล้ำๆ อย่าง DIGITAL KEY ก็ยังมีมาในรุ่นนี้ด้วย และยิ่งถ้าใช้งานควบคู่กับระบบ INTELLIGENT SMART ACCESS ที่เมื่อผู้ขับขี่ อยู่ในตำแหน่งคนขับ ปิดประตูให้สนิททุกบาน และกุญแจรถอยู่ภายในห้องโดยสาร เพียงเหยียบเบรก ระบบต่าง ๆ ก็จะทำงานพร้อมออกเดินทางสู่โลกกว้าง ส่วนการดับรถก็ง่ายเพียงกดล็อกรถ เครื่องยนต์ก็จะดับโดยอัตโนมัติ  ยกระดับความสะดวกสบายมากขึ้น

MG ประกาศเปิด PRE-BOOKING

ล่าสุดทาง MG ประกาศเปิดรับ PRE-BOOKING ก่อนเตรียมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน MOTOR EXPO 2022

ใครที่สนใจสามารถเริ่มจับจอง NEW MG4 ELECTRIC ก่อนใคร ผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND และเว็บไซต์ https://onlinebooking.mgcars.com ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09.00 น. จนถึง วันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 นี้ 23.59 น. พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ! อุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท เตรียมสัมผัสคันจริง และการประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW MG4 ELECTRIC ได้ภายในงาน MOTOR EXPO 2022 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ณ บูธ MG

ลิงค์ดาวน์โหลด แอพพลิเคชัน MG THAILAND

สำหรับ iOS https://apps.apple.com/th/app/mg-thailand/id1614430167

สำหรับ Google Play Store https://play.google.com/store/apps/details?id=com.saicmotor.ismartthai



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน