จากการสำรวจของเอคเซนเซอร์ ที่ปรึกษาด้านการจัดการ บริหารเทคโนโลยี และบริการเอาท์ซอรส์ระดับโลก ถึงโอกาสในตลาดอาเซียนพบว่าตลาดประเทศไทย คือประเทศหนึ่งที่มีความแข็งแกร่งไม่แพ้กัน
1.คนไทยใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
ภายในปี 2563 เศรษฐกิจไทยจะมีมูลค่า 4.75 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 15.6 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตสะสมต่อปีเฉลี่ย 4.3%
และถึงแม้ว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรที่คงที่ การใช้จ่ายในอนาคตจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และ การขยับขึ้นจากกลุ่มรายได้ปานกลาง ซึ่งมาจากการพัฒนาและช่องว่างระหว่างรายได้ในกรุงเทพฯ และส่วนอื่น ๆ ของประเทศ ยังคงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าจ้างของประชากรกลุ่มรายได้น้อยเพิ่มขึ้นในช่วงสิบปี ที่ผ่านมา
ส่วนกรุงเทพฯ จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยอำนาจซื้อที่สูงขึ้น ประชากรมากขึ้น ประชากรในกรุงเทพฯ นั้นคิดเป็น 44.9% ของประชากรในเมืองเมื่อปี 2555 และคาดว่าจะขยายตัวเร็วขึ้นในอัตรา 2.9% สำหรับช่วงปี 2556-2563 เมื่อเทียบกับการขยายตัวของทั้งประเทศที่ 0.4%
นอกจากนี้แผนการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจะผลักดันให้มีการเติบโตนอกเขตปริมณฑล เพื่อกระตุ้นรายได้ โดยเน้นที่ศูนย์กลางขนส่งและเมืองเกตเวย์หรือเมืองหน้าด่านเพื่อรองรับประชาคมอาเซียนปี 2558
2.ชนชั้นผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 9 ล้านคน
ภายในปี 2563 ประเทศไทย ชนชั้นผู้บริโภคจะขยายเพิ่มขึ้น 9 ล้านคน ไปแตะระดับ 35 ล้านคน กลุ่มนี้ประกอบไปด้วยผู้บริโภคใหม่ (ชนชั้นกลางใหม่ที่มองหาทางใหม่ ๆ ในการใช้จ่ายรายได้หลังหักภาษี) และผู้บริโภคที่มีฐานะมั่งคั่งขึ้น (ผู้ที่ก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่มรายได้สูงขึ้นและจับจ่ายสินค้าหลากหลายขึ้น พรีเมียมมากขึ้น) ยังไม่รวมถึงผู้บริโภคที่ยังไม่ได้เผยศักยภาพ: กว่า 22.5 ล้านคนที่อยู่ในชั้นฐานปิระที่มีอำนาจจับจ่ายสินค้าประจำวัน
คาดว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า เป็น 3.75 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 12.12 ล้านบาท ในช่วงระหว่างปี 2555 ถึง 2563
3.อยู่ได้ด้วยนวัตกรรม
การเติบโตของธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคต้องมุ่งเน้นที่นวัตกรรมในสินค้า เพื่อนำเสนอสินค้าที่แตกต่าง ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มประชากรวัยเยาว์ กับ กลุ่มประชากรสูงอายุ,ผู้บริโภคในสังคมเมืองที่ได้รับข้อมูลข่าวสาร ต้องการความสะดวกมากขึ้น ต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น,รายได้ที่เพิ่มขึ้นหลายทาง ทำให้เกิดความต้องการสินค้าพรีเมียมหลาย ๆ ประเภท ในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง หรือการตัดสินใจซื้อได้รับอิทธิพลจากช่องทางดิจิตอล

