การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในยามวิกฤต ของ “ตัน ภาสกรนที” กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กลายเป็นภาพคุ้นชินของคนไทยไปเสียแล้ว

ไม่ว่าจะวิกฤตจากมหาอุทกภัยปี 2554 เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เชียงรายในปี 2557  หรือล่าสุดกับการเปิด ศูนย์พักคอยตันปัน เพื่อช่วยผู้ป่วยโควิด-19 และอีกหลากหลายเหตุการณ์ เราจะเห็นไอคอนแห่งวงการชาพร้อมดื่มเมืองไทยเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองขับเคลื่อนเพื่อช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ “อิชิตัน” กลายเป็น Brand Love ของผู้บริโภค และคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand แบรนด์ชาพร้อมดื่มอันดับหนึ่งในใจคนไทยต่อเนื่องถึง 3 สมัย

CEO Branding กลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจที่แข็งแกร่ง

เมื่อพูดถึงแบรนด์อิชิตัน สิ่งแรกที่ทุกคนจะนึกถึงก่อนผลิตภัณฑ์ คงหนีไม่พ้น “คุณตัน” ซึ่งเป็นการใช้ผู้บริหารเป็นแม่เหล็กตามกลยุทธ์ CEO Branding ซึ่งอิชิตันทำได้อย่างแข็งแกร่งเสมอมา ซึ่งทุกการเคลื่อนไหวของคุณตันสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจในแบรนด์และเลือกให้เป็น No.1 Brand อีกหนึ่งสมัย

การสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจอย่างเดียว ต้องมีส่วนร่วมกับลูกค้า ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ฉะนั้นเราต้องทำทุกอย่าง อาจจะไม่ได้ทำเยอะมากแต่เราทำอย่างสม่ำเสมอ

การขับเคลื่อนกลยุทธ์ CEO Branding ของอิชิตัน เป็นเหมือนไลฟ์สไตล์ของผมเอง ต้องบอกว่าตลอดชีวิตที่ทำธุรกิจมา ส่วนตัวผมชอบเที่ยว ชอบเดินทาง ซึ่งสมัยก่อนผมได้เดินทางไปบรรยายที่ต่าง ๆ เยอะมากก็มีการพบปะผู้อื่นบ่อย ๆ และเหมือนมีความผูกพัน ซึ่งหลายๆ ครั้งก็มีโอกาสได้มีส่วนร่วมกับสังคม โดยเฉพาะช่วงลำบากที่สุดในทุก ๆ วิกฤต เราก็ได้เป็นส่วนเล็ก ๆ ของเกือบทุกครั้ง ซึ่งเราคิดเสมอว่าถ้าเราเห็นหรือสามารถช่วยคนอื่นได้ เราก็พร้อมเป็นส่วนหนึ่ง”

ลูกค้ายุคใหม่ให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

เมื่อถามถึงเทรนด์ของผู้บริโภคปัจจุบันเป็นไปในทิศทางใด คุณตันให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ไม่ใช่แค่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่แบรนด์นั้น ๆ ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งคุณตัน กล่าวว่า นี่เป็นมากกว่าเทรนด์ แต่เป็นหน้าที่ที่ทุกแบรนด์ต้องมีส่วนร่วม

“สมัยนี้เด็กวัยรุ่นมีความรู้ เข้าถึงและรับสื่อได้หลากหลายช่องทาง เขาไม่ได้ต้องการแค่ผลิตภัณฑ์ที่ดีหรือแค่ราคาถูก ฉะนั้น เทรนด์ผู้บริโภคสมัยนี้ ไม่ใช่ขายของอย่างเดียว ไม่ใช่โฆษณาอย่างเดียว แบรนด์ต้องรับผิดชอบร่วมกันกับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย เหมือนผมเองก็ไม่ได้เป็นผู้ผลิตอย่างเดียว ยังเป็นผู้บริโภคด้วย ผมก็ยินดีจ่ายแพงกว่าเพื่ออุดหนุนแบรนด์ที่เรารู้สึกว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างชัดเจน

ทุกบริษัทต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของความยั่งยืนอย่างจริงจัง เพราะทุกวิกฤตล้วนเกิดจากมนุษย์ทั้งสิ้น เราใช้ เราสร้างปัญหา ฉะนั้นเราต้องรับผิดชอบและพยายามทำให้ดีที่สุดด้วย ไม่ใช่แค่ทำธุรกิจเพื่อหากำไรอย่างเดียว เราต้องแบ่งกำไรมาดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย”

ซึ่งคุณตันเสริมว่า ในการดูแลเรื่องของ ESG นอกจากแบรนด์ต้องลงทุนเม็ดเงินแล้ว อีกสิ่งสำคัญคือต้องให้เวลาและลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การสร้างภาพลักษณ์

“ถ้าคุณจ่ายแค่เงินอย่างเดียว บางทีจ่ายผิดที่ผิดทางก็ไม่ได้อะไรกลับมา อย่างมากก็แค่ภาพประชาสัมพันธ์ ภาพข่าว CSR แล้วก็ไม่ได้อะไรเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมจริงจังหลังจากนั้น ฉะนั้นต้องเน้นการเข้าไปทำถึงที่ ถึงจุดจริง ๆ

อย่างตอนนี้ผมให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้มาก ๆ และก็ปลูกแบบจริงจังเยอะมากเป็นแสนต้นเลย แบบเพาะต้นกล้าจริงจัง ไม่ใช่แค่ซื้อต้นไม้มาปลูก ผมมีที่ที่ไหนผมก็ปลูกหมด แม้กระทั่งโรงงานเมื่อ 10 กว่าปีปลูกไว้ 500 ต้น นักออกแบบโรงงานหรือนักอุตสาหกรรมมักบอกว่าปลูกต้นไม้ในโรงงานเยอะ ๆ ไม่ดีเพราะจะมีนกมาสร้างปัญหาให้กับโรงงานได้ แต่ผมมองว่ามันคือสิ่งที่เราแก้ไขได้ ก็เอาตาข่ายมาบังให้อยู่ด้านนอก ไม่ให้มีส่วนกับสายการผลิต ซึ่งตอนนี้เหลือราว ๆ 400 ต้น เป็นต้นไม้ใหญ่ร่มเย็น

ผมพยายามปลูกฝัง DNA ตรงนี้ให้กับพนักงานทุกคน และอยากส่งต่อให้ทุก ๆ แบรนด์ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจไปพร้อมกับการเกื้อหนุนเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือใช้คืนสิ่งแวดล้อมไปพร้อม ๆ กันด้วย ผมว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ทุกคนช่วยกันได้ และได้ประโยชน์กับโลกของเราจริง ๆ”

“อิชิตัน GREEN Factory

“ตั้งแต่วันแรกที่เราลงทุนสร้างโรงงานอิชิตัน เราให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุด เราวางแผนทุกจุด และลงทุนกับเครื่องจักรที่ High Technology ที่ใช้พลาสติกน้อยกว่าในอดีตมาก ๆ จากเดิมใช้พลาสติกมากกว่า 26 กรัมต่อ 1 ขวด ตอนนี้น้อยสุดของเราอยู่ที่ 17.5 กรัม ต่อ 1 ขวด ซึ่งลดไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้วการผลิตเราไม่ต่ำกว่าพันล้านขวดต่อปี ลดการใช้ทรัพยากรได้มหาศาล และเรากำลังมุ่งเน้นในการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ รีไซเคิลได้ 100% ทั้งขวด ฝา และฉลาก

คุณตันพูดถึงแนวทางการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นหนึ่งในนโยบายด้านความยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ขององค์กร ซึ่งในทุกส่วนของการทำงานของ “อิชิตัน” ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานใหญ่ โรงงานผลิต รวมไปถึงทุกผลิตภัณฑ์จะคำนึงถึงโลกและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ด้วยกระบวนการ “ลด ทดแทน บำบัด และนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่” ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้โรงงานอิชิตันได้รับการยกย่องให้เป็น โรงงานผลิตเครื่องดื่มที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในไทยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมบูรณ์แบบ จนได้รับการกำหนดให้เป็น  “GREEN Industry ระดับ 5” ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในเกณฑ์กำหนดของกระทรวงอุตสาหกรรม

“ผมคิดตั้งแต่แรกแล้วว่า โรงงานของเราต้องรบกวนทรัพยากรธรรมชาติให้น้อยที่สุด เราจึงเลือกใช้เครื่องจักรระบบบรรจุเย็นแบบปลอดเชื้อ (Cold Aseptic Filling Technology) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดของโลก นอกจากจะสามารถผลิตเครื่องดื่มได้หลากหลายประเภท ไม่เฉพาะชาเขียว ยังรวมถึงน้ำผลไม้ น้ำวิตามิน และอื่น ๆ อีกมากมายแล้ว ยังมีประสิทธิภาพช่วยคงคุณค่าสารอาหารและวิตามินได้มากกว่าการผลิตแบบเดิม ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก และที่สำคัญยังลดปริมาณการใช้พลาสติกอีกด้วย เช่นเดียวกับในส่วนอื่น ๆ ที่เราพยายามพัฒนาและปรับให้สามารถรีไซเคิลได้ทั้งระบบ”

นอกจากนี้ คุณตันยังกล่าวเชิญชวนแบรนด์ที่ต้องการผลิตเครื่องดื่มด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับอิชิตัน มาใช้บริการที่โรงงาน “อิชิตัน GREEN Factory ได้

“ด้วยนวัตกรรมเครื่องจักร Automation ที่ทันสมัยทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นสายถึงปลายสาย เรามีความพร้อมที่จะรองรับ OEM เพื่อผลิตให้กับบริษัทที่มองหาการทำเครื่องดื่มของตัวเอง ภายใต้เทคโนโลยีที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและความเชี่ยวชาญของเรา ซึ่งปัจจุบันก็มีเจ้าใหญ่ ๆ และแบรนด์ชั้นนำหลายรายใช้บริการอยู่”

แจ้งเกิดสินค้าใหม่ “TANSANSU” โคเรียนโซดาที่กระแสแรงเกินต้าน พร้อมส่งต่อคำมั่นสัญญาการขับเคลื่อนธุรกิจ

สุดท้ายนี้ คุณตันได้ฝากถึงลูกค้าทุกท่านว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่สินค้าไฮไลท์ เครื่องดื่มโคเรียนโซดา TANSANSU (ตันซันซู)” ออกมา เจาะกลุ่ม Gen Z ที่ชอบทดลองสิ่งใหม่ ๆ และหลงใหลในวัฒนธรรมเกาหลี ที่รับประกันได้เลยว่าจะตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคของลูกค้า และเรียกกระแสตอบรับได้เป็นอย่างดีแน่นอน พร้อมฝากคำมั่นสัญญาถึงการดำเนินธุรกิจที่ยังคงเดินหน้าเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม และลูกค้า เช่นเคย

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co / Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer