ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น น้ำร้อนปี 65 มูลค่า 3 พันล้านบาท STIEBEL ELTRON แชร์ 25%

10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.) ปี 2565 ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนในไทยยอดขาย 3 พันล้านบาท รวม 8.5 แสนเครื่อง สตีเบล เอลทรอน (STIEBEL ELTRON) กินแชร์ 25% พบเทรนด์ผู้บริโภคนอนแอร์-ตื่นอาบน้ำอุ่น ส่ง เครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้าน ยอดขายไม่สวิงตามฤดูกาลอีกต่อไป

มร. โรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด บริษัทผลิตภัณฑ์โซลูชันด้านน้ำ สัญชาติเยอรมนี ที่ผลิตเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ ฮีตปั๊ม และเครื่องเป่ามือเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของ สตีเบล เอลทรอน ปัจจุบันมีพนักงานทั่วโลก 5,400 คน มีโรงงาน 8 แห่งทั่วโลก และ 25 บริษัทในเครือที่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยเน้นกระจุกตัวอยู่ในทวีปยุโรป

ส่วนของทวีปเอเชีย มีพนักงานรวม 420 คน และสร้างยอดขายได้มากกว่า 70 ล้านยูโรต่อปี โดยฐานการผลิตใหญ่ของภูมิภาคนี้อยู่ที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

ซึ่งมีพนักงานอยู่ 287 คน โดยเน้นผลิตเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อน และเครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้ม ที่ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการเลย์ออฟ หรือลดเงินเดือนพนักงานเลย และพนักงานในโรงงาน อายุงานเฉลี่ยเกิน 10 ปี

ด้านผลประกอบการ 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.) ปี 2565 สตีเบล เอลทรอน มียอดขายรวมทั่วโลก 1,000 ล้านยูโร

สำหรับประเทศไทย สตีเบล เอลทรอน มียอดขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ 1,000 ชิ้น/วัน มีการจำหน่ายสินค้าผ่าน 1,000 ตัวแทนจำหน่ายทั่วไทย

แบ่งเป็นการผลิตในประเทศ 72% และส่งออก 28% รวมผลิตสินค้า 420,000 เครื่อง คาดการณ์ยอดขายรวมทั้งปี 2565 อยู่ที่ 1,400 ล้านบาท โต 20% YoY

โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน กินแชร์มากสุด อยู่ที่ 70% ของยูนิต และ 76% ของมูลค่า รองมาเป็น เครื่องกรองน้ำ แชร์ 5% ของยูนิต และ 11% ของมูลค่า

ตามด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ รวมกัน อย่างเครื่องเป่ามือ ปั๊มน้ำ ฮีตปั๊ม ไส้กรองต่าง ๆ อยู่ที่ 25% ของยูนิต และ 13% ของมูลค่า

ขณะที่มูลค่าตลาดโดยรวมของ เครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน ในประเทศไทย 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.) ปี 2565 ยอดขายอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท รวม 850,000 เครื่อง ซึ่งถือว่าไม่เติบโตมากจากปีที่แล้ว และจะเติบโต/ปี ไม่เกินเลข 1 หลัก ในปี 2566

 โดยแบ่งเป็นแชร์ของ สตีเบล เอลทรอน 710 ล้านบาท จำนวน 210,000 เครื่อง หรือแชร์ 25% ของภาพรวมตลาด และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดรวม อยู่ที่ตัวเลข 2 หลัก/ปี

 

เทรนด์นอนแอร์-ตื่นอาบน้ำอุ่นผู้บริโภคไทย

ส่งตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน มูลค่า 3 พันล้านบาท

สู่เครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้าน

ยอดขาย ปี 2565 3,000 ล้านบาท
จำนวนเครื่อง 850,000 เครื่อง
ที่มา: STIEBEL ELTRON

 

ด้านเทรนด์การเติบโตของตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน ในไทย ถึงแม้ช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของปี 2565 อากาศจะยังไม่หนาวมากนัก ซึ่งส่งผลต่อยอดขายของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้แน่นอน

 แต่ด้วยความที่ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน ในไทย ปัจจุบันมีการพยายามดันโปรดักต์ให้เป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้าน ด้วยการสร้างการรับรู้ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ที่นิยมนอนห้องแอร์ และมีความต้องการตื่นขึ้นมาอาบน้ำอุ่น เพื่อความตื่นตัว

 ทำให้ช่วงหลัง ยอดขายเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน เฉลี่ยทั้งปี ไม่สวิงเป็นโปรดักต์ตามฤดูกาลอีกต่อไป แต่แน่นอนว่าช่วงปลายปีซึ่งเป็นเฟสติวัลที่มีดีมานด์การใช้จ่ายสูงสุดในรอบปี

ก็เป็นโอกาสดีของแบรนด์ต่าง ๆ ในการทุ่มเม็ดเงินทำ ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น น้ำร้อน ซึ่งหากอากาศเย็นลงอีกหลังจากนี้ ก็จะเป็นผลบวกต่อการใช้จ่ายกับสินค้ากลุ่มนี้แน่นอน

ส่วนกลยุทธ์การตลาดของ สตีเบล เอลทรอน ในช่วงไตรมาส 4/2565-2566 บริษัทตั้งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้า C-Segment ด้วยการออกแคมเปญ Safe Save Series 2 สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน

โดยเปิดตัวเครื่องทำน้ำอุ่น DE BLACK ที่มาพร้อมกับชุดอุปกรณ์สีดำด้านสุดเท่ ขนาดกะทัดรัด เข้ากันได้กับห้องน้ำทุกดีไซน์

ซึ่งถือเป็นสินค้าไฮไลต์ของแคมเปญดังกล่าว เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ได้มาตรฐานวิศวกรรมเยอรมัน ในราคาที่เอื้อมถึงได้

ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายของไตรมาส 4/2565 ในหมวดผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนของบริษัท ได้อีก 25% ในปีนี้

นอกจากนั้น ยังมี STIEBEL FACE เครื่องกรองน้ำสำหรับอ่างล้างหน้า ที่ช่วยดูแลผิวพรรณ ด้วยระบบกรองน้ำคุณภาพสูงถึง 4 ขั้นตอน ให้น้ำที่ผ่านการกรองสะอาด และปลอดภัย เหมาะแก่การดูแลผิวพรรณ

เครื่องกรองน้ำ STIEBEL SNOW ระบบ RO ด้วยระบบการกรอง 5 ขั้นตอน และมาตรฐานวิศวกรรมสูงสุดจากเยอรมนี เพื่อให้ได้น้ำดื่มที่สะอาดสดชื่น มาพร้อมดีไซน์มินิมอล และเปลี่ยนไส้กรองได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ

ทั้งด้านกลยุทธ์เพื่อต่อยอดการเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ในปี 2566 จะเริ่มด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานทดแทน อาทิ เครื่องระบายอากาศ และฮีตปั๊ม สำหรับการขยายธุรกิจในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้าทั้งกลุ่ม B2C และ B2B โดยคาดว่ายอดขายรวมทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นถึง 15% ก่อนสิ้นปี 2566

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน