คนไทยชอบทานข้าวนอกบ้าน

นี่เป็นเสน่ห์ของอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย ที่ผลักดันให้ธุรกิจร้านอาหารในกลุ่ม Dining หรือร้านอาหารที่นั่งรับประทานในร้านกลับมาเติบโตอีกครั้ง

โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ปี 2565 ที่ผู้บริโภคเริ่มกลับมาใช้ชีวิตและรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น

การกลับมาของธุรกิจอาหารในกลุ่ม Dining ยังเป็นการกลับมาไม่ 100% เมื่อเทียบกับก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด

เนื่องจากผู้บริโภคบางกลุ่มยังคงคุ้นชินกับการสั่งอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี่ จากช่วงเวลาที่ผ่านมา โควิด-19 เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้หันมาใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่จนรู้สึกถึงความสะดวกที่ไม่ต้องเดินทางไปร้านอาหารด้วยตัวเอง

ซึ่งผู้บริหารซิซซ์เลอร์เชื่อว่า อีกไม่นานผู้บริโภคจะกลับมานั่งรับประทานอาหารในร้านเหมือนเดิม

แต่การกลับมาของธุรกิจอาหาร Dining มาพร้อมกับการแข่งขันที่สูงขึ้นจากแบรนด์ร้านอาหารที่มีอยู่เดิมในทุก ๆ กลุ่มที่เข้ามาเป็นตัวเลือกในการรับประทานอาหารของผู้บริโภค และร้านอาหารหน้าใหม่ที่เข้ามาสร้างแบรนด์ขยายสาขาเข้าถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว

เพื่อรองรับการกลับมารับประทานอาหารในรูปแบบ Dining ของผู้บริโภค และการแข่งขันที่สูงจากแบรนด์ร้านอาหาร สิ่งที่ซิซซ์เลอร์ทำคือการวางกลยุทธ์ดึงดูดผู้บริโภคและเม็ดเงินให้เข้ามารับประทานอาหารในร้านมากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมาในปีนี้ซิซซ์เลอร์มีการปรับโฉมร้าน ขยายสาขาใหม่ผ่านคอนเซ็ปต์ Healthy Food Happy Mood หรือ “กินดี” และมี “สุขภาพกายใจดี” ตกแต่งร้านสไตล์สีเขียวและขาวสร้างบรรยากาศการรับประทานในร้านให้ผู้บริโภครู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง เพื่อล้อไปกับภาพลักษณ์ในฐานะแบรนด์ร้านอาหารเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคผ่านวัตถุดิบ การปรุงรส และความสะอาด ปลอดสารเคมี ที่ซิซซ์เลอร์ต้องการตอกย้ำกับผู้บริโภค

สาขาแรกที่ซิซซ์เปิดภายใต้คอนเซ็ปต์นี้คือ เทอร์มินอล 21 อโศก

ไปพร้อมกับเพิ่มไลน์อัพของสลัดบาร์ให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น เพิ่มเมนูสลัดคลุกสำเร็จ และซุปต่าง ๆ จากเดิม รวมถึงปรับเปลี่ยนเมนูในสลัดบาร์อย่างน้อยสองเดือนครั้ง และนำวัตถุดิบตามฤดูกาล จากการคัดเลือกของดีในแต่ฤดูกาลนั้น ๆ มาเสิร์ฟ ให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความน่าสนใจในเมนูสลัดบาร์​ ที่เป็นจุดขายหลักที่แตกต่างจากคู่แข่ง และภาพลักษณ์ที่ผู้บริโภคจดจำซิซซ์เลอร์ได้เสมอ

และให้ความสำคัญกับการสร้างฐานลูกค้าสมาชิกในรูปแบบ Loyalty Program E-Member พร้อมสิทธิพิเศษต่าง ๆ ผ่านฐานสมาชิก 3 กลุ่ม

ประกอบด้วย

สมาชิกกลุ่ม Green กลุ่มที่ให้สมัครฟรี เพื่อรับสิทธิพิเศษคูปองส่วนลดพิเศษ เช่น รับประทานสลัดบาร์ในราคาพิเศษ

สมาชิกกลุ่ม Gold กลุ่มที่สามารถสมัครได้ผ่านการอัปเกรดสมาชิกกลุ่ม Green ที่รับประทานอาหารสะสมปีละมากกว่า 8,000 บาท ขึ้นไป หรือกลุ่มลูกค้าที่จ่ายค่าสมาชิก 399 บาท เพื่อแลกกับส่วนลด 10% และอื่น ๆ ที่เพิ่มจากสมาชิก Green

กลุ่ม Dimond กลุ่มที่อัปเกรดจากลูกค้า Gold เมื่อรับประทานอาหารครบ 18,000 บาทต่อปี กลุ่มนี้จะมีสิทธิพิเศษที่มากขึ้น เช่น Welcome Gift เป็นต้น

สมาชิกทั้งสามกลุ่มสามารถสะสมพอยต์จากการรับประทานอาหารเพื่อแลกของรางวัลได้ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันซิซซ์เลอร์มีฐานสมาชิกทั้งสามกลุ่มรวมกัน 200,000 ราย และมีสมาชิกกลุ่ม Dimond 2,000 คน

Loyalty Program E-Member นอกเหนือจากดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามารับประทานซิซซ์เลอร์ในความถี่ และมีการใช้จ่ายต่อการรับประทานหนึ่งครั้งที่เพิ่มขึ้นเพื่อสะสมพอยต์ และอัปเกรดสมาชิกแล้ว ยังช่วยให้ซิซซ์เลอร์รู้จักลูกค้ามากขึ้นผ่านดาต้าเบส ที่สามารถนำไปปรับใช้กับการนำเสนอเมนูอาหาร แคมเปญโปรโมชั่นต่าง ๆ

โดยในปัจจุบันลูกค้ากลุ่ม Gold รับประทานซิซซ์เลอร์เฉลี่ย 2 เดือนครั้ง

และกลุ่ม Dimond เฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อเดือน

สำหรับกลยุทธ์สิ้นปีนี้ถึงปีหน้า ผู้บริหารซิซซ์เลอร์ต้องการผลักดันจุดเด่นของซิซซ์เลอร์ผ่านสเต๊ก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูที่สร้างรายได้หลักให้กับแบรนด์

และเป็นจุดเด่นที่ยังไม่เป็น Top of Mind ของลูกค้า เมื่อเทียบกับสลัดบาร์ เมนูที่คิดถึงเป็นเมนูแรกเมื่อคิดถึงแบรนด์ซิซซ์เลอร์

ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกมีความนิยมพรีเมียมสเต๊กมากขึ้น โดยเฉพาะเนื้อพรีเมียม และความนิยมนี้เติบโตมากที่สุดในแถบเอเชียแปซิฟิก เห็นได้จากร้านอาหารหลายแห่งเริ่มนำเนื้อพรีเมียมมาจำหน่ายดึงดูดผู้บริโภคมากขึ้น

ซิซซ์เลอร์จึงวางกลยุทธ์ผลักดันรายได้ผ่านสเต๊ก ด้วยการนำเสนอสเต๊กในรูปแบบซีรีส์ พัฒนาเมนูพรีเมียมสเต๊กใหม่ ๆ ทั้งเนื้อ หมู ซีฟู้ด มาเสริมกับลูกค้าจำกัดระยะเวลาในการขายในรูปแบบซีซันนอล

สเต๊กซีรีส์ ของซิซซ์เลอร์ เริ่มต้นนำร่องจาก 3 เมนู ได้แก่ สเต๊กเนื้อไพร์มริบ สเต๊กหมูโทมาฮอว์ค และสเต๊กเนื้อบีฟลอยด์ กับกุ้งลายเสือ เสิร์ฟในราคา 759-2,899 บาท เริ่มจำหน่ายในเดือนธันวาคม 2565 ใน 22 สาขาสำหรับสเต๊กเนื้อไพร์มริบ และ 39 สาขาสำหรับสเต๊กหมูโทมาฮอว์ค และ สเต๊กเนื้อบีฟลอยด์กับกุ้งลายเสือ จาก 61 สาขาที่มีอยู่ในปัจจุบัน

เมนูสเต๊กซีรีส์ของซิซซ์เลอร์ ยังเป็นกลยุทธ์ดึงดูดสร้างมูฟเมนต์ผ่านเมนูใหม่ ๆ ดึงดูดให้ผู้บริโภคมารับประทานมากขึ้นทั้งความถี่และยอดสั่งต่อออเดอร์

และถ้าเมนูไหนได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก ซิซซ์เลอร์ยังสามารถนำมาเป็นอาหารจานหลักที่บรรจุในเมนูประจำ โดยเมนูประจำของซิซซ์เลอร์เปลี่ยนปีละสองครั้ง

ซึ่งปัจจุบันลูกค้าที่สั่งอาหารในเมนูประจำ มีสัดส่วน 50% จากลูกค้าทั้งหมด และคาดการณ์ว่าจะสามารถทำสัดส่วนยอดขายได้มากถึง 60% ในอนาคต



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน