มีข่าวสารและความเคลื่อนไหวมากมายให้คนทั่วโลกได้เห็นกันจนเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ปัจจุบันจีนคือยักษ์ใหญ่และทันสมัยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ใหญ่แต่ตัวด้วยขนาดพื้นที่แต่ยังล้าหลังและแตกแยก เหมือนยักษ์ป่วยเช่นในอดีต หรือใหญ่แต่ปิดตัวเองจากโลกภายนอกเหมือนในสมัยโบราณ

พัฒนาการ ขนาดตลาด และความถึงพร้อมในหลายด้านของจีน ณ ปัจจุบัน ทำให้บริษัทดังระดับโลกจากชาติต่าง ๆ ในหลาย ๆ อุตสาหกรรมพร้อมใจกันมาลงทุนสร้างโรงงานในจีน จนทำให้อุตสาหกรรมโรงงานแดนมังกรคึกคักอย่างมาก

หนึ่งในอุตสาหกรรมโรงงานจีนที่คึกคักและดึงดูดการลงทุนจากบริษัทต่างชาติชั้นนำได้มากสุด คืออุตสาหกรรมยานยนต์ หลักฐานคือการที่เบอร์ใหญ่ ๆ อย่าง Volkswagen Toyota และ GM รวมไปถึงรุ่นใหม่พลังไฟฟ้าแรงอย่าง Tesla ต่างก็มีโรงงานในจีน   

สำหรับ Tesla เริ่มสร้างโรงงานแห่งแรกในจีนที่เมืองเซี่ยงไฮ้ เมื่อปี 2018 โดยปีต่อมาโรงงานเพื่อผลิตรถ EV ในชื่อ Gigafactory Shanghai ก็ประเดิมสายการผลิต ถือเป็นการเริ่มต้นของ Tesla อย่างเป็นทางการ ณ แดนมังกร

หลังสตาร์ตเครื่องในจีนได้ Tesla ก็ใส่เกียร์เดินหน้าต่อและได้รับข่าวดี โดยปี 2020 ครองแชมป์รถ EV ขายดีสุดในจีน ด้วยตัวเลข 130,000 คัน จากนั้นก็ใส่เกียร์เดินหน้าและเหยียบคันเร่ง 

ปี 2021 Tesla Shanghai Super Charger Factory โรงงานผลิตแท่นชาร์จก็เดินสายพานผลิต สอดรับกับโครงการขยายแท่นชาร์จรถ EV ให้ครอบคลุมทั่วประเทศของรัฐบาลจีน ภายใต้งบก้อนใหญ่ 2,500 ล้านหยวน (ราว 12,500 ล้านบาท)

ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ยอดขายรถ EV ในจีนจะเพิ่มจาก 1.3 ล้านคันในปี 2021 เป็น 3 ล้านคันในปี 2025  

ต่อมาปี 2021-2022 แม้อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก จะซบเซาจากวิกฤตโควิดและ Supply chain ต่าง ๆ สะดุดจากสถานการณ์ความขัดแย้งในยุโรป

ซึ่งแน่นอนว่า Tesla ก็ไม่ได้รับการยกเว้น แต่ก็ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมยานยานยนต์จีน โดยเฉพาะรถ EV ออกมาอย่างต่อเนื่อง

เช่น การจับมือกันระหว่างค่ายเทคโนโลยีจีนกับค่ายรถร่วมชาติรุกตลาดรถ EV หรือการที่ Geely ยักษ์ยานยนต์จีนผุดแผนรุกตลาดรถ EV แบบคู่ขนาน ผลิตเองและเป็นรับจ้างผลิต (OEM) ให้ค่ายอื่น ๆ ด้วย

มาปี 2023 ขณะที่ค่ายรถจีนใส่เกียร์เดินหน้าต่อในตลาดรถ EV อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอย่างแบตฯ ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ไม่ต่างจากรถที่เสียงเครื่องยนต์กระหึ่ม

CATL บริษัทผู้ผลิตแบตฯ รถ EV ใหญ่สุดในโลกสัญชาติจีน ได้ทุ่มงบก้อนใหญ่ทำเหมืองลิเทียมใหญ่สุดในโลกที่โบลิเวีย เพื่อป้อนสายการผลิตแบตฯ รถ EV

ณ จุดนี้จึงหมายความว่า จีนไม่ใช่ตลาดรถ EV ใหญ่สุดในโลกเท่านั้น แต่ยังมี Supply chain และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมแบตฯ ที่สามารถต่อยอดไปสู่การผลิตตู้แบตฯ เก็บพลังงานใช้ตามบ้านในยุคที่โลกตื่นตัวกับพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน พร้อมให้บริษัทใดก็ตามที่พร้อมมาลงทุนอีกด้วย

กลับมาที่ Tesla แม้ขึ้นมาเป็นค่ายรถ EV ดังสุดในโลก และถึงขนาดที่มูลค่าบริษัทแซงหน้า Toyota ยักษ์ยานยนต์ญี่ปุ่นได้มาแล้ว แต่เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มช่องทางทำเงินยุคที่โลกตื่นตัวกับพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน จึงมีการผลิตตู้แบตฯ สำหรับใช้ในบ้านด้วย

Tesla Lathrop Megafactory

Tesla มีโรงงานผลิต Megapack ตู้แบตฯ ในบ้าน 2 แห่ง อยู่ที่เมืองสตอรีย์ รัฐเนวาดา และโรงงานในเมืองลาธรอป สหรัฐฯ โดยแม้มีแผนเพิ่มกำลังผลิตแต่ก็ยังไม่ลงตัวว่าจะสร้าง Megafactory แห่งต่อไปที่ไหนดี   

ที่สุดบริษัทรถ EV จากการสั่งการของ Elon Musk ก็เลือกจีนเป็นฐานการผลิตตู้แบตฯ ใช้ในบ้านแห่งใหม่ โดย Megafactory แห่งใหม่ในชื่อ Tesla Shanghai Megafactory ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโรงงานผลิตรถยนต์จะได้เริ่มก่อสร้างช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ 

และจะเดินสายพานผลิตได้ในปี 2024 ภายใต้เป้าผลิตปีละ 10,000 ตู้ เท่ากับโรงงานในสหรัฐฯ พร้อมวางแผนส่งออกตู้แบตฯ จากโรงงานในจีนไปทั่วโลกอีกด้วย

ทันทีที่โรงงาน Tesla Shanghai Megafactory แล้วเสร็จ จะเป็นการย้ำว่าจีนนั้นสำคัญต่อ Tesla เพราะถือเป็นประเทศในเอเชียประเทศเดียวที่มีโรงงาน Tesla อยู่ 

และยังแสดงให้เห็นว่า Tesla มั่นใจในศักยภาพของจีนในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอย่างแบตฯ รถ EV และตู้แบตฯ ใช้ตามบ้าน อีกด้วย

มองในภาพใหญ่ หากอุตสาหกรรมผลิตตู้แบตฯ ในบ้านขยายตัว จีนน่าจะเป็นประเทศแรก ๆ ที่บริษัทต่าง ๆ ทั้งในแวดวงยานยนต์ เทคโนโลยี พลังงาน อยากมาลงทุน เพราะมีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน

ดังที่ Tesla แสดงให้เห็นไปแล้วผ่านการสร้าง Tesla Shanghai Megafactory นั่นเอง/cnbc, nikkei, wikipedia, insideves, electrek 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง LINE Official


เพิ่มเพื่อน