
นอกจากสปาเก็ตตีแล้ว พิซซ่าก็เป็นหนึ่งในอาหารอิตาลีชื่อดัง ซึ่งมีประวัติสืบย้อนไปได้ไกลถึงศตวรรษที่ 6 พร้อมเชื่อกันว่า แดง เขียว และขาว สีหลักเมนูนี้เชื่อมโยงกับสีธงชาติอิตาลี

โดยมีชาวอิตาลีที่อพยพไปสหรัฐฯ ทำให้ดังไปทั่วโลกผ่านการส่งออกวัฒนธรรมการกิน จนกล่าวได้ว่านี่คือตัวอย่าง Soft power ในโลกตะวันตกที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมานานแล้ว

จากความดังและวิธีทำที่ไม่ยากเกินไปทำให้พิซซ่ากลายเป็นอาหารสากล ที่ประเทศต่าง ๆ นำไปปรับ นำไปต่อยอด จนปัจจุบันมีหน้าพิซซ่ามากมาย โดยในจำนวนนี้มีบางหน้าที่สุดแปลกแบบสุดครีเอตรวมอยู่ด้วย

ฟูล อิงลิช เบรคฟาสต์: พิซซ่าหน้านี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในอังกฤษ โดยเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ต โดยจุดเด่นที่เห็นชัดคือ ไข่ดาว ไส้กรอก ขนมปัง รวมไปถึงถั่วต้ม ตรงตามชื่อมื้อเช้าสไตล์อังกฤษแบบจัดเต็มนั่นเอง

ทูน่ากระป๋อง: พิซซ่าหน้านี้หากินได้ทั่วไปในเยอรมนี โดยต่อยอดมาจากอาหารโปรดที่ชาวเยอรมันมักจะใช้โรยหรือโปะบนจาน และอาจจะมีหัวหอมกับใบมะกอกใส่มาด้วย

สารพัดปลา: พิซซ่าแปลก ๆ หน้าต่อมาคือ หน้าสารพัดปลาของรัสเซียที่เรียกกันว่า ม็อคบา พิซซ่า ตามคำเรียกกรุงมอสโควของชาวรัสเซีย โดยนอกจากปลาต่าง ๆ ซาร์ดีน แมคเคอเรล และแซลมอนแล้ว จุดเด่นอีกอย่างของเมนูนี้คือการเสิร์ฟแบบเย็น

เนื้อกวางเรนเดียร์: หาก 3 หน้าที่ผ่านมายังไม่แปลกพอ ลองมาดูหน้านี้ โดยที่ประเทศเขตหนาวอย่าง ฟินแลนด์ นิยมนำกวางเรนเดียร์มาทำอาหาร และต่อมามีการนำมาทำเป็นหน้าพิซซ่าด้วย
อดีตนายกฯ ซิลวีโอ แบร์ลุสโคนี
เดิมทีรู้จักกันเฉพาะในฟินแลนด์ แต่หลังสร้างความประทับใจให้อดีตนายกรัฐมนตรี ซิลวีโอ แบร์ลุสโคนี ของอิตาลี ประเทศต้นตำรับพิซซ่า ระหว่างไปเยือนฟินแลนด์ในปี 2005 เมนูนี้ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น

เนื้อจระเข้: พิซซ่าหน้าแปลกหน้าต่อมายังเป็นสัตว์ที่ไม่ได้อยู่ในจานอาหารของคนทั่วไป โดยโรงแรม The Heritage ในนครซิดนีย์ ของออสเตรเลีย ได้นำเนื้อจระเข้มาเป็นหน้าพิซซ่า ตั้งแต่ปี 2011 แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีการเนื้อจิงโจ้ สัตว์ประจำถิ่นชื่อดังของออสเตรเลียมาทำหน้าพิซซ่าด้วย
แกงกะหรี่กล้วย: พิซซ่าหน้าแปลกต่อไปอยู่ในยุโรป และมีลักษณะกึ่ง ๆ ของคาวและของหวาน โดย Kotipizza เชนร้านพิซซ่าใหญ่สุดในสวีเดนนำแกงกะหรี่กล้วยมาทำหน้าพิซซ่า

คอพิซซ่าที่เคยไปชิมมาแล้วบอกว่า แกงกะหรี่กล้วยมีรสชาติคล้าย ๆ พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน แต่แกงกะหรี่ทำให้เตะจมูกมากกว่า
ถั่วลันเตา: พิซซ่าแปลก ๆ หน้าต่อไปคือถั่วลันเตาในบราซิล โดยเป็นการต่อยอดมาจากผักที่ชาวบราซิลนิยมนำมาทำอาหารกันอยู่แล้ว กินกันมาตั้งแต่เด็กในทุกครอบครัว

และยังเป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมบราซิลกับอิตาลี ซึ่งฝ่ายหลังจำนวนไม่น้อยที่อพยพเข้ามาอยู่ตั้งแต่ปี 1800 อีกด้วย
เม็ดชานมไข่มุก: ในแวดวงธุรกิจไต้หวันเป็นที่รู้จักจากแหล่งผลิตชิปอันดับหนึ่ง ส่วนเรื่องเครื่องดื่ม คงไม่มีเครื่องดื่มอะไรของไต้หวันที่ดังไปกว่าชานมไข่มุก โดยปี 2019 ทาง Domino’s Pizza ได้นำเม็ดชานมไข่มุกมาทำหน้าพิซซ่า

จุดเด่นของพิซซ่าหน้านี้คือการพลิกแพลง ทุกคำที่เคี้ยวก็จะความหนุบหนึบคล้ายกับการดูดชานมไข่มุก

ทุเรียน: ในเมื่อเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของไทย Pizza Hut ในไทยจึงนำทุเรียนมาทำหน้าพิซซ่า โดยแม้ทำออกมาขายช่วงสั้น ๆ แต่ก็เรียกเสียงฮือฮาและเป็นที่สนใจของคอพิซซ่าชาวไทยพอสมควร
เนื้องู: ปลายพฤศจิกายนนี้ Pizza Hut ในฮ่องกง จะขายเมนูใหม่ พิซซ่าหน้าเนื้องู โดยเป็นการต่อยอดมาจากซุปงูที่ชาวจีนและคนเชื้อสายจีนกินช่วงฤดูหนาวเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น

Pizza Hut จับมือกับภัตตาคาร Ser Wong Fan ที่ขายซุปงูมาตั้งแต่ปี 1895 Pizza Hut จึงมั่นใจว่ากระแสตอบรับน่าจะดีทีเดียว
นอกจากเมนูนี้ Pizza Hut ยังจะมีพิซซ่าหน้าข้าวต้มหม้อดิน ที่ต่อยอดมาจากอาหารอีกอย่างที่ชาวฮ่องกงชอบกินในฤดูหนาวอีกด้วย/cnn, guidepizza, wonderlust, thegrocer
–
