อนาคตกับปัจจุบันเชื่อมโยงกัน และปัจจุบันนั้นมีรากฐานมาจากอดีต คือกฎธรรมชาติขั้นพื้นฐานที่ตั้งแต่คนทั่วไปจนถึงนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำก็เข้าใจได้ ทว่าในมุมของนักการตลาดและแบรนด์ อดีต ปัจจุบันและอนาคตมีความน่าสนใจมากนั้น

เพราะเมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ข้าวของเครื่องใช้และแฟชั่นของยุคสมัยหนึ่งก็วนกลับมาฮิตอีกครั้ง อันเป็นที่มาของเทรนด์การโหยหาอดีตหรือ Nostalgia ซึ่งของย้อนยุคจะกลับมาฮิตอีกอยู่เสมอในทุก ๆ 20-30 ปี

เห็นได้จากข้าวของเครื่องใช้และแฟชั่นจากยุค 50 ที่กลับมาฮิตในยุค 80 ต่อด้วยยุค 70 ที่ฟื้นคืนชีพในยุค 90 และล่าสุดที่ช่วงรอยต่อกับยุค 90 กับ 2000 หรือ Y2K ที่กำลังฮิตมากกับ Gen Z ซึ่งเป็นวัยรุ่นยุคปัจจุบัน

การคืนชีพของยุค Y2K ช่วง 2-3 ปีมานี้ มีหลักฐานให้เห็นมากมาย ไล่ตั้งแต่แฟชั่นอย่างรองเท้าส้นตึก กางเกงเอวต่ำ ต่อด้วยเทคโนโลยียุคนั้นในคอนเทนต์ย้อนยุค

เช่น เพจเจอร์ กับ ทามาก็อตใน Analog Squad ในซีรีส์ไทยของ Netflix

ขณะที่ในกรณีของทามาก็อตก็มีการผลิตออกมาขายใหม่ โดยมีทั้งรุ่นที่อัปเดตฟีเจอร์กล้องถ่ายรูปและรุ่นที่ให้ผู้เล่นลองดูแล BTS วงบอยแบนด์อันดับ 1 ของเกาหลีใต้

ส่วนต้นสังกัดของ NewJeans วงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีใต้รุ่นใหม่ ทำ MV ด้วยลายเส้นและคาแรกเตอร์จาก Powerpuff Girls การ์ตูนสุดฮิตยุค Y2K รวมไปถึงของยุคนั้นอีกหลายอย่างที่ผลิตออกมาในเวอร์ชั่นใหม่ในปีนี้ เช่น ตุ๊กตาเฟอร์บี้

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะนักการตลาดและแบรนด์สินค้าประเมินแล้วว่า ทุก ๆ 20-30 ปี คนที่เป็นเด็กในยุคหนึ่งจะโตเป็นผู้ใหญ่จนมีกำลังซื้อพอดี อันเป็นที่มาว่าทำไมแฟชั่นและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จะวนกลับมาอีกตามกรอบเวลาดังกล่าวอยู่เสมอ

นี่ยังเป็นสาเหตุว่าทำไมของย้อนยุคจึงมีให้เห็นไม่เคยขาดเมื่อถึงเทศกาลส่งความสุขคริสต์มาสต่อเนื่องไปปีใหม่

แต่การคืนชีพของ Y2K ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไม่เหมือนกับในอดีต เพราะพลังของการสื่อสาร สื่อออนไลน์ และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จะทำให้แบรนด์ทราบทันทีว่าของย้อนยุคที่ผลิตออกมานั้น กระแสตอบรับดีแค่ไหน

ส่วนถ้าไปได้สวยก็ผลิตออกมารองรับความต้องการต่อเนื่องได้ทันที ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นยุคนี้หากอยากได้ของย้อนยุคเหล่านี้ก็หาทั้งข้อมูลและตัวสินค้าได้แบบทันใจเช่นกัน

เพราะหาทั้งข้อมูลและซื้อหาได้ง่ายด้วยสมาร์ตโฟน ท่ามกลางความครอบคลุมของเทคโนโลยีการสื่อสารและช่องทางการซื้อสินค้า ที่ให้เลือกทั้ง E-commerce สื่อโซเชียล และห้างร้านต่าง ๆ

 

ต่างจากการคืนชีพของของยุค 50 เมื่อยุค 80 และ ยุค 70 ในยุค 90 เพราะหากอยากได้ของย้อนยุคสมัยเด็ก ๆ หากไม่ซื้อของของแบบใหม่ทำเก่าที่แบรนด์ผลิตออกมา ผู้บริโภคก็ต้องไปหาเอาตามร้านของเก่า ตลาดของมือสอง หรือทนดมฝุ่นไปหาเอาในห้องเก็บของ

ส่วนวัยรุ่นที่เพิ่งโตขึ้นมาในยุค 80 และ 90 ก็หาข้อมูลของเก่าที่กลับมาฮิตได้ยากมาก เพราะเทคโนโลยีโทรคมนาคมยังไม่ก้าวหน้าและไม่มีสารพัดแอปแบบทุกวันนี้

ดังนั้น หากอยากได้ของเก่า ถ้าไม่เป็นของเก่าเก็บของพ่อแม่หรือพี่ป้าน้าอา ก็ต้องหาตามร้านของมือสองหรือร้านขายของเก่า

ขณะที่ฝั่งแบรนด์ก็ต้องรอสักพักกว่าจะรู้ว่าของย้อนยุคที่ทำออกมานั้นขายดีหรือไม่ ซึ่งเหตุผลก็มาจากเทคโนโลยีโทรคมนาคมยังไม่ก้าวหน้าและไม่มีสารพัดแอปแบบทุกวันนี้ เหมือนฝั่งของผู้บริโภคนั่นเอง

การได้ของย้อนยุคแบบรวดเร็วทันใจปัจจุบันที่ถูกใจทั้งคนรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่นี้ คือเทรนด์ Nowstalgia ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เทรนด์นี้เกิดขึ้นนั้น นอกจากสื่อออนไลน์แล้ว ยังเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์โควิดด้วย

เพราะช่วงเวลาดังกล่าวคนทั้งโลกจำเป็นต้องอยู่บ้านจึงมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นแบบไม่เคยมีมาก่อน และได้นึกย้อนไปถึงช่วงเวลามีความสุขได้ โดยทุกครั้งที่ย้อนนึกไปเราจะมองอดีตที่ผ่านมาแล้วว่าดีกว่าปัจจุบันเสมอ

BBC วิเคราะห์ผ่านทัศนะของนักการตลาดว่าเทรนด์ Nowstalgia จะโตได้อีก จึงมีความเป็นได้ว่า ต่อไปบรรดาแฟชั่นและของย้อนยุคต่าง ๆ รวมไปถึงคอนเทนต์ในอุตสาหกรรมบันเทิงจะวนกลับมาเร็วกว่าเดิม

ซึ่งจุดประสงค์ก็เพื่อกระตุ้นยอดขายและเรียกเรตติ้ง เพราะอะไรก็ตามที่เคยปังมาก ๆ และคนทั่วไปจำได้ หรือมีความทรงจำดี ๆ  หากกลับมาผลิตใหม่ ทั้งเหมือนแบบเดิมเลย ใหม่ทำเก่าหรือเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ๆ เข้าไปก็ยังคงจะขายได้อยู่เสมอ

ขณะเดียวกันเมื่อของเก่ามีคุณค่าก็ย่อมมีมูลค่าจนถูกนำมาต่อยอดทางการตลาดและเกิดเป็นสินค้า เป็นคอนเทนต์นั่นเอง/bbc, cnbc


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer