ช่วงขวบปีแรกเป็นช่วงโอกาสทองของการพัฒนาสมอง เพื่อเตรียมความพร้อมสมองไวให้ลูกก้าวทันอนาคต โลกเปลี่ยนแปลงไปไวแค่ไหน พัฒนาการสมองเด็กต้องไวกว่า โดยเฉพาะโลกอนาคตไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า เทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในวันนี้ อาจเป็นจริงได้ในวันข้างหน้า ให้ลูกน้อยเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมพัฒนาการสมองลูกน้อย ด้วยโภชนาการที่เหมาะสม ให้ลูกเรียนรู้ได้สมวัย ตั้งแต่ขวบปีแรก

โลกแห่งอนาคตของลูก จะเป็นอย่างไรไม่มีใครล่วงรู้ได้
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน เชื่อมต่อโลกและผู้คนเข้าถึงกันง่าย ๆ เพียงปลายนิ้วคลิก แล้วโลกแห่งอนาคตนับจากนี้อีก 20 ปี ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ อนาคตของลูกที่แม้แต่พ่อแม่เองก็ไม่อาจคาดเดาได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับพ่อแม่เลี้ยงดูเขาในวันนี้อย่างไร จะเตรียมความพร้อมให้เค้าได้แค่ไหน
ยุคแห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีถือเป็นยุคแห่งโอกาส แม้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงแบบวันต่อวัน หากคุณพ่อคุณแม่นำความรู้ที่ได้จากเทคโนโลยีมาใช้ส่งเสริมการเรียนรู้ให้ลูก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้มากขึ้น ลูกจะเรียนรู้และปรับตัวได้ทันการเปลี่ยนแปลงได้ดี หากลูกมีพื้นฐานที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น สมองทำงานได้เร็ว สมอง คือ อาวุธสำคัญที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อยอดความสำเร็จไปในโลกอนาคต ที่เต็มไปด้วยความเป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

สมองดีสมองไวเริ่มต้นใส่ใจตั้งแต่วันนี้
“โภชนาการดี” “เลี้ยงดูดี” ตั้งแต่ลูกขวบปีแรก เป็นก้าวสำคัญที่จะพัฒนาสมองดี สมองไวให้ลูก เพราะสมอง คือจุดเริ่มต้นของทุกพัฒนาการของทารก1
- “โภชนาการดี” เปรียบเสมือนวัตถุดิบสำคัญที่สมองจะนำไปใช้สร้างเซลล์สมองและสารสื่อประสาทต่าง ๆ
- “การเลี้ยงดูดี” ด้วยการให้ความรัก ความเอาใจใส่ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาสมองของลูกต่อยอดต่อไปในอนาคต ส่งผลต่อการสร้างความมั่นใจในตนเอง การสร้างสัมพันธภาพต่อผู้อื่นให้ลูกเมื่อเขาเติบโตขึ้น ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ต้องทำควบคู่กันไป
นอกจากนี้สมองดียังส่งผลต่อพัฒนาการด้านการมองเห็นของทารก การได้ยิน การเรียนรู้ภาษาเพื่อการสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ และผู้อื่น งานวิจัย พบว่า ความสำเร็จในอนาคตที่แตกต่าง เกิดจากจุดเริ่มต้นที่แตกต่างในวัยทารก อนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำเพื่อลูกได้ในวันนี้ คือ การพัฒนาสมองดี สมองไว ตั้งแต่วัยเด็ก เด็กจะเรียนรู้ได้ดีจุดเริ่มต้นอยู่ที่วัยเด็กเป็นสำคัญ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสติปัญญา ความฉลาด และพัฒนาการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่แตกต่างอย่างมากในวัยเรียนและวัยผู้ใหญ่ แม้ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมสมองดี สมองไวให้ลูกได้ตั้งแต่เกิดด้วยโภชนาการดี และการเลี้ยงดูที่ดี
นมแม่ช่วยสร้างพัฒนาการสมองไว

สฟิงโกไมโอลิน คือ สารอาหารสำคัญในนมแม่ที่ช่วยพัฒนาสมองไว สมองดี ให้ทารก เป็นที่ยอมรับกันวงการ วิทยาศาสตร์ ค้นพบว่า สฟิงโกไมอีลิน คือ ไขมันกลุ่มฟอสโฟไลปิด พบที่เยื่อหุ้มเซลล์ประสาทในสมอง และพบมากใน “นมแม่’ ซึ่งอุดมด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างปลอกไมอิลีน ที่มีส่วนช่วยให้สมองสามารถเชื่อมโยงติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด สมองจึงสามารถประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ2 ทำให้ลูกน้อยเกิดการจดจำและการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ไว สฟิงโกไมอีลิน จึงเป็นสารอาหารสมองที่สำคัญที่ลูกน้อยควรได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขวบปีแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการพัฒนาสมองลูก
สมองเนื้อสีขาว (white matter) หากสร้างภาพสมองด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า magnetic resonance imaging (MRI)3 สมองเนื้อสีขาวเป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านในสมองจะสามารถพัฒนาและเจริญเติบโตขึ้น เรียกว่า กระบวนการสร้างไมอีลิน
นมแม่ คือ สุดยอดอาหารสำหรับทารก ทารกที่ได้รับนมแม่จะได้รับสารอาหารสำคัญอย่างสฟิงโกไมอีลินและดีเอชเอ งานวิจัย พบว่า ทารกที่ได้รับนมแม่จะมีปริมาณไมอีลินที่สูงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับนมแม่อย่างมีนัยสำคัญ4 ไมอีลินมีบทบาทสำคัญอย่างไร
ไมอีลินมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมองด้านการเรียนรู้ของลูก สมองของลูกจะสามารถคิด วิเคราะห์ และจดจำได้จนเติบโต ขึ้นอยู่กับกระบวนการทำงานของสมองในด้านสติปัญญาและความเฉลียวฉลาด ซึ่งต้องอาศัยการเชื่อมโยงและส่งผ่านข้อมูลระหว่างสมองหลาย ๆ ส่วน เพราะทุกความสำเร็จในอนาคตล้วนเกิดจากการสร้างสมองดีตั้งแต่วันนี้วันนี้ เริ่มต้นสร้างสมองดี สมองไว พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อะไรที่เป็นไปไม่ได้ในวันนี้ ในอนาคตอาจเป็นจริงได้
สมองต้องการ “การเล่น” เพราะยิ่งเล่นสมองยิ่งแล่น

การพัฒนาสมองนอกจากการได้รับสารอาหารสำคัญจากนมแม่อย่าง ‘สฟิงโกไมอีลิน ’ เพื่อให้การเชื่อมต่อของสมองส่วนหน้าให้พัฒนาได้อย่างดีแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การกระตุ้น ‘พัฒนาการสมองเด็กและการเรียนรู้ของลูก’ โดยเฉพาะการเล่น สำหรับผู้ใหญ่การเรียนรู้ เกิดจากการเรียน การทำงาน แต่สำหรับเด็ก การเล่น คือ การเรียนรู้ โดยเฉพาะการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมฝึกสมองที่มีเป้าหมาย การเล่นกับลูกเป็นกิจกรรมแห่งสายใย ที่เชื่อมสายสัมพันธ์ ความรัก ความอบอุ่น คุณแม่ควรสร้างเวลา ‘กิจกรรมแห่งสายใย’ ไปพร้อมกับการฝึกกระตุ้นสมองของลูกน้อย เพื่อสร้างทักษะสมองขั้นสูง ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญต่อความสำเร็จในอนาคต
- มีความจำดี นำไปใช้ได้ (Working Memory)
เป็นทักษะสมองขั้นสูงที่เก็บข้อมูลเพื่อประมวลผลและดึงข้อมูลนั้นมาใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการ กิจกรรมที่กระตุ้นสมองส่วนการจดจำได้ดี ช่วยเสริมสร้างสติปัญญาและความเข้าใจ เช่น การเล่น Flash card อ่านหนังสือนิทานโดยเลือกหนังสือนิทานที่เหมาะสมกับระดับอายุและความสนใจของลูก ชวนลูกพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราว เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในนิทานช่วยกระตุ้นสมองส่วนคิดและจินตนาการเพิ่มเติมด้วย
- รู้จักปรับตัว และยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility)
คือ ความสามารถในการปรับตัวและยืดหยุ่นทางความคิด แก้ไขปัญหาด้วยวิธีที่แตกต่างกัน รู้จักพลิกแพลงและปรับเปลี่ยน เป็นจุดเริ่มต้นของการมีความคิดสร้างสรรค์และคิดนอกกรอบ กิจกรรม “แก้ปัญหา” ให้ลูกๆ อยู่เสมอ เช่น การเล่น “บอร์ดเกม นอกจากได้วิธีคิดแก้ปัญหาแล้ว ยังได้ทักษะการปรับตัว เรียนรู้กฎกติกา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น เป็นกิจกรรมที่สามารถกระตุ้นการทำงานของความคิดยืดหยุ่นของสมองส่วนหน้าได้อย่างดี
- สามารถควบคุม และยับยั้งตนเอง (Inhibitory Control)
ความสามารถในการยับยั้งและควบคุมตนเอง (Inhibitory Control) คือ ทักษะสมองขั้นสูงที่สำคัญอย่างหนึ่ง เป็นความสามารถของสมองในส่วนที่อดทนต่อสิ่งยั่วยุทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการยับยั้งชั่งใจ ยั้งคิดไตร่ตรองก่อนลงมือทำ สามารถควบคุมความต้องการของตนเองได้ กิจกรรมที่กระตุ้นสมองส่วนการยับยั้งและควบคุมตนเองให้เด็กมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำตรงหน้าให้สำเร็จ เช่น ปั้น playdough หรือ การต่อเลโก้ ต่อจิ๊กซอว์ ต่อบล็อก
สำหรับเด็กแล้ว หากคุณพ่อคุณแม่มีเวลาคุณภาพ ร่วมทำกิจกรรมสร้างสรรค์สมองดี สมองไว ส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาทักษะที่สำคัญต่อทุกความสำเร็จในอนาคต คุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการสมอง เรียนรู้ไว เรียนรู้เร็ว เรียนรู้ดี ค้นหาเพิ่มเติม
เตรียมความพร้อมของสมองให้ลูกได้ตั้งแต่วันนี้ เพราะไม่ว่าโลกจะหมุนไปไวแค่ไหน เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเพียงใด สมองของลูกต้องไวเพื่อพร้อมก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข หากคุณแม่มีข้อสงสัย พัฒนาการสมองและการเรียนรู้ของลูกเพิ่มเติม สามารถปรึกษาทีมพยาบาล s-momclub ได้ตลอด 24 ชม.ไม่มีค่าใช้จ่าย
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- https://www.s-momclub.com/articles/newmom/what-is-sphingomyelin
- https://www.s-momclub.com/article/what-is-benefits-of-dha
อ้างอิง:
1.National Institutes of Health (US); Biological Sciences Curriculum Study. Bethesda (MD): National Institutes of Health (US); 2007
2.Deoni S, 2012
3.Dai X, et al, 2019
4.Kar P, et al. Neuroimage. 2021 Aug 1:236:118084
5.Department of Mental Health (dmh.go.th)
6.เรื่องควรรู้เกี่ยวกับความผูกพันระหว่างพ่อแม่และลูก, UNICEF
https://www.unicef.org/thailand/th/stories/เรื่องควรรู้เกี่ยวกับความผูกพันระหว่างพ่อแม่และลูก
อ้างอิง ณ วันที่ 28 มกราคม 2567
