Wendy’s ทำความรู้จักแบรนด์แฮมเบอร์เกอร์ที่ แมคโดนัลด์ และ เบอร์เกอร์คิง ยังต้องเหลียวมอง
Wendy’s หนึ่งในแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังที่เคยมาเปิดสาขาในประเทศไทยเมื่อประมาณ 30-40 ปีที่แล้ว ก่อนปิดกิจการไป เพราะไม่สามารถแข่งขันกับแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดอื่น ๆ ในตลาดเมืองไทยได้
แต่รู้หรือไม่ว่า Wendy’s คือเชนฟาสต์ฟู้ดแฮมเบอร์เกอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงแค่ McDonald’s (แมคโดนัลด์) และ Burger King (เบอร์เกอร์คิง) เท่านั้น ซึ่งในปี 2022 Wendy’s ได้แซง Burger King ขึ้นมาครองอันดับ 2 ด้วยยอดขายเฉพาะในสหรัฐอเมริกามากถึง 11,694 ล้านดอลลาร์ และในปี 2023 Wendy’s มียอดขายโดยรวมทั้งหมด 2.17 พันล้านดอลลาร์

ในปัจจุบัน Wendy’s มีมูลค่าบริษัทประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ และมีสาขาทั้งหมดมากกว่า 6,800 แห่ง ใน 31 ประเทศ ซึ่งที่น่าสนใจคือ โมเดลธุรกิจของ Wendy’s จะเน้นไปที่การขายแฟรนไชส์เป็นหลัก โดยสาขาในสหรัฐอเมริกาก็มีสาขาไปแล้วกว่า 5,400 แห่งที่เป็นรูปแบบแฟรนไชส์ ส่วนสาขาที่บริษัทลงทุนเองมีเพียงประมาณ 350 แห่งเท่านั้น
มารู้จักกับ Wendy’s หนึ่งในแบรนด์เบอร์เกอร์ผู้ครองตลาดได้อันดับต้น ๆ ของโลกกันเลย
Wendy’s เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 โดย Dave Thomas (เดฟ โทมัส) ผู้ชื่นชอบในแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งก่อนที่ Dave Thomas จะก่อตั้ง Wendy’s เขาเคยทำงานเป็นหัวหน้าพ่อครัวที่ร้านอาหาร Hobby House (ฮอบบี้เฮ้าส์) ซึ่งเป็นกลุ่มร้านอาหารก่อนที่มากลายเป็น Kentucky Fried Chicken (เคนทักกีฟรายด์ชิกเคน) ในปัจจุบัน

โดยในช่วงเวลานั้น เขาได้ช่วยในเรื่องการสร้างแบรนด์และสนับสนุนให้ผู้พัน Harland David Sanders (ฮาร์แลนด์ เดวิด แซนเดอส์) ปรากฏตัวในโฆษณามากขึ้น กลยุทธ์นี้ควบคู่ไปกับการออกแบบถังไก่ทอดลายสีแดงขาวอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ KFC ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นนั่นเอง
หลังจากนั้นเขาก็ได้เปิด Wendy´s ร้านแรกเปิดในโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ โดยมีคู่แข่งในตลาดเวลานั้น คือ McDonald´s ที่เปิดแฟรนไชส์สาขาแรกปี 1955 และ Burger King ที่เปิดในปี 1954 ซึ่งแฟรนไชส์ของ Wendy´s ให้บริการแตกต่างจาก 2 แบรนด์ดังกล่าว คือ การเสิร์ฟเบอร์เกอร์รูปทรงสี่เหลี่ยมและช็อกโกแลตเชคที่เรียกว่า Frostys โดยนอกจากเบอร์เกอร์และ Frostys แล้ว Wendy’s มีเมนูอาหารเพิ่มให้ลูกค้าเพียงแค่ 3 เมนูเท่านั้น ได้แก่ เฟรนช์ฟราย น้ำอัดลม และพริก

ส่วนชื่อของแบรนด์ Dave Thomas ได้ใช้ชื่อ Wendy’s พร้อมกับโลโก้รูปเด็กผู้หญิงผมสีแดง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากลูกสาวของเขา เนื่องจากตอนที่เขาก่อตั้งแบรนด์ ลูกสาวของเขา Melinda Wendy Thomas (เมลินดา เวนดี้ โทมัส) อายุได้เพียง 8 ขวบ
โดยเขาต้องการให้เธอจะกลายเป็นมาสคอตของแบรนด์ ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจจากความสำเร็จที่ผู้พันแซนเดอร์สได้รับจากการเป็นพรีเซนเตอร์ของ KFC โดย Dave Thomas ตัดสินใจว่าเขาจะสร้างภาพลักษณ์ที่คล้ายคลึงกันกับแบรนด์ KFC
สำหรับแบรนด์ Wendy’s สามารถสร้างชื่อเสียงได้จากการใช้เนื้อแฮมเบอร์เกอร์ทรงสี่เหลี่ยม เพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นชิ้นเนื้อแฮมเบอร์เกอร์ที่ยื่นออกมานอกตัวขนมปังวงกลมได้อย่างชัดเจน และเนื้อแฮมเบอร์เกอร์ของ Wendy’s จะมีความพิเศษอีกอย่าง คือ ในสาขาที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดาจะใช้เนื้อสดที่ไม่ผ่านการแช่แข็ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับประทานวัตถุดิบที่สดใหม่และจะถูกปรุงใหม่ตามแต่ละออเดอร์
ส่งผลให้หลังจากก่อตั้งแบรนด์ไปได้เพียง 7 ปี Wendy’s ก็ได้รับความนิยมอย่างล้มหลาม จนสามารถจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้น NASDAQ ของสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ

นอกจากนี้ Wendy’s ยังถือเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดเจ้าแรก ๆ ที่เริ่มมีการนำบริการ Drive Thru เข้ามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาลูกค้าที่ไม่ต้องวนหาที่จอดแล้วค่อยเดินไปต่อคิวสั่งซื้ออาหารอีกที รวมไปถึง Wendy’s ยังเป็นแบรนด์แรกที่คิดค้นชุดเมนูสุดคุ้ม ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าและจ่ายเงินเพิ่มขึ้น โดยที่ยังรู้สึกว่าได้รับความคุ้มค่าอยู่อีกด้วย
ด้วยความพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของ Wendy’s ทำให้บริษัทสามารถเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีบริษัทจะเติบโตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18% ต่อปี
การเติบโตของ Wendy’s ในต่างประเทศ

หลังจากประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Wendy’s ก็ได้ขยายกิจการไปยังต่างประเทศ อย่างในปี 1970 Wendy’sได้เปิดทำการในออสเตรเลีย และเติบโตอย่างรวดเร็ว จนในปี 1986 ที่ร้านWendy’sในออสเตรเลียเกือบทั้งหมดถูกซื้อโดย Hungry Jack’s ร้านอาหารสัญชาติออสเตรเลีย
หรือในปี 1979 Wendy’sได้เปิดสาขาแห่งแรกในยุโรปที่มิวนิก เยอรมนี และได้เข้าสู่ตลาดเอเชียด้วยการเปิดร้านอาหารแห่งแรกในญี่ปุ่นในปี 1980 ก่อนที่จะขยายกิจการเข้าสู่ประเทศอื่นๆ เช่น ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเกาหลีใต้
นอกจากนี้ ในปี 1989 Wendy’sได้เปิดร้านอาหารแห่งแรกในกรีซที่จัตุรัส Syntagma ซึ่งถือว่าเป็นเครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดจากต่างประเทศแห่งแรกในกรีซ แต่หลังจากเปิดสาขาได้ 12 แห่งใน 3 เมือง Wendy’sก็ละทิ้งตลาดกรีกในปี 2002 เนื่องจากระบบแฟรนไชส์ในท้องถิ่นที่ความแตกต่างจากสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและทำกำไรได้มากในขณะนั้นก็ตาม

Wendy’sยังได้ปรับโครงสร้างมาตรฐานความสะอาด เมนู และรายละเอียดการดำเนินงานอื่น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าร้านค้าสาขาในต่างประเทศจะสามารถบรรลุเป้าหมายและมาตรฐานของบริษัทแม่ได้ รวมไปถึงเพื่อให้แฟรนไชส์สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Wendy’s ขึ้นมาเป็นแบรนด์ขั้นนำได้อย่างไร
แม้ว่าWendy’sจะต้องเผชิญกับคู่แข่งยักษ์ใหญ่ แต่ก็สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ด้วยการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งหลาย ๆ ราย อย่างการทำระบบ Drive-thru หรือการที่ลูกค้าซื้อของได้โดยไม่ต้องลงจากรถ ซึ่งนับเป็นบริษัทแรก ๆ ที่อำนวยความสะดวกลูกค้าด้วยวิธีนี้
ด้วยเหตุนี้เอง ถึงแม้ว่าWendy’sจะขายแฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด หรือเฟรนช์ฟรายส์เหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ แต่เพราะการสร้างความแตกต่างนี้เองทำให้ลูกค้ามีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติเบอร์เกอร์ชิ้นโต ไก่ทอดอันชุ่มฉ่ำ และเฟรนช์ฟรายส์สีเหลืองอร่าม จนเกิดเป็นความนิยมไปทั่ว จนWendy’sกลายเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นได้สำเร็จเมื่อปี 1976 หลังจากที่ก่อตั้งมาได้เพียง 7 ปีเท่านั้นเอง และอีก 2 ปีให้หลังWendy’sก็เฉลิมฉลองการเปิดสาขาที่ 1,000 และขยายร้านของตนเองไปทั่วโลกมากขึ้น

โดยจุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือWendy’sเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดรายแรก ๆ ที่มีชุดเมนูสุดคุ้มวางจำหน่าย ไอเดียธุรกิจนี้เองที่ทำให้Wendy’sขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามากขึ้นไปอีก และแน่นอนว่ารายได้ของบริษัทก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จนทุกวันนี้Wendy’sกลายเป็นแฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดที่มีมูลค่ากิจการกว่า 5 พันล้านดอลลาร์อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
ที่มา:
เรื่อง: ภริดา มุทิตาภรณ์
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
