เสือร้องไห้ ทำความรู้จักร้านก๋วยเตี๋ยวที่มียอดขายเดือนละล้านจนกระทั่งเข้าตา ชายสี่ คอร์ปอเรชัน

“ลูกค้าบางคนขับรถข้ามจังหวัดมาเพื่อรับประทานก๋วยเตี๋ยวร้านเรา ประสบความสำเร็จแบบที่เราก็คาดไม่ถึง เพราะในวันแรกที่เปิดร้าน ขายได้ไม่ถึง 10 ชามเอง”

นี่คือสิ่งที่คุณณัฐชนา ปิ่นนิกร หรือ คุณนัท Founder & Country Business Lead แบรนด์เสือร้องไห้ เล่าให้ Marketeer ฟังในงานแถลงข่าวชายสี่ คอร์ปอเรชั่น

ถ้าใครเคยไปอยุธยา จะรู้ดีว่าของดีเมืองเก่าแห่งนี้ คือ “ก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่ไปแล้วต้องแวะรับประทาน

ซึ่งเจ้าดังที่มาแรงแซงทุกชื่อ คงหนีไม่พ้นก๋วยเตี๋ยวเรือ “เสือร้องไห้” ที่มีคนยืนรอคิวยาวเหยียด จนบางวันล้นหน้าร้าน แต่ทุกคนก็ยอมอดทนรอ ขอแค่ได้ลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวสูตรเด็ด เติมแต้มบุญท้อง เท่านั้นก็คอมพลีทชีวิตแล้ว

นอกจากน้ำซุปสูตรเด็ด ความสำเร็จของพวกเธอก็มีสูตรลับเช่นกัน

ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ทำเงินหลักล้านบาททุกเดือน ขายวันหนึ่งนับร้อย ๆ ชาม อะไรคือเคล็ด(ไม่)ลับ ของอาหารจานเด็ดนี้

สูตรลับข้อที่ 1 ใส่ผงปรุงไม่รีรอ

คุณนัทเริ่มเล่าว่า เธอเรียนจบคณะนิติศาสตร์มา และมองภาพตัวเองไว้ว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อกลับมาสอบกฎหมาย แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เธอกลับรู้สึกว่าไม่ชอบ คิดภาพตนเองไปยืนทำงาน ณ ที่ตำแหน่งตรงนั้นไม่ออก พอรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวตนจริง ๆ ของเธอ อยากทำอะไรที่เป็นตัวของตัวเองมากกว่า  ประจวบเหมาะกับที่เพื่อน คุณวีรพล การีโรจน์ Founder & Country Business Lead แบรนด์เสือร้องไห้อีกคน (เด็กสถาปนิก) มาชวนทำธุรกิจ จึงตกลงปลงใจ ตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกัน  และคำตอบที่ได้ก็แสนจะเบสิก คือ คาเฟ่ ร้านชานมไข่มุก เพราะตอนนั้นกระแสชานมไข่มุกกำลังบูมมาก และพวกเธอคิดถูก

เนื่องจากวันแรกที่เปิดขายก็ไปได้สวย เคยพีคสุดคือ 600-700 แก้วต่อวัน  ออเดอร์เพิ่มสูงต่อเนื่องทุกวัน แต่คนไม่ได้กินชานมทุกวัน พอถึงจุดหนึ่งก็อิ่มตัว จึงจับเข่าคุยกับหุ้นส่วนเพื่อหาเส้นทางไปใหม่

“ถ้ารอก็คงไม่มีวันนั้น หลาย ๆ อย่างที่เราเคยทำ บางทีเราก็ทำโดยที่เราทำไม่เป็น อย่างวันที่ตัดสินใจเรียนนิติศาสตร์ก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร  การที่เราตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ทั้งเรื่องง่ายและยาก มันมีหลายครั้งที่เราทำมันเป็นครั้งแรก แค่ลองทำ ไม่ได้ก็แค่เลิก หาอย่างอื่นทำใหม่ แต่ถ้ารอให้พร้อมทุกอย่าง มันไม่มีเวลานั้นหรอก” คุณนัทกล่าว

สูตรลับที่ 2 เติมการรู้จัก

“ก็คิดว่าจะทำอะไรดี แต่คนมาเที่ยวอยุธยามีแค่สองคำถาม คือ กินก๋วยเตี๋ยวร้านไหนดี กับกุ้งร้านเผาร้านไหนดี เพราะงั้นถ้าไม่เลือกทำก๋วยเตี๋ยว ก็คงทำกุ้งเผา (หัวเราะ) แต่อยู่อยุธยาทำก๋วยเตี๋ยวเรืออย่างไรก็คงขายได้ เพราะคนรอกินเยอะ”

พอตกลงกันได้ก็เริ่มธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว ชูความแตกต่างด้วยการขายชามใหญ่ อัดเนื้อเต็ม ๆ เพราะเจ้าอื่นขายชามเล็ก ซึ่งไม่สามารถใส่ส่วนผสมลงไปได้เยอะ ก๋วยเตี๋ยวเสือร้องไห้จึงตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อเน้น ๆ

แต่การจะทำธุรกิจอาหารในอยุธยาไม่ง่าย วันแรกที่เปิด ขายได้ไม่ถึง 10 ชามด้วยซ้ำ ทำเอาเจ้าของร้านใจแป้ว

“พอยอดขายไม่เป็นอย่างที่คิด เป็นธรรมดาที่ต้องหมดกำลังใจ แต่ลึก ๆ ก็ยังเชื่อว่าว่ามันต้องได้ ทำไมจะไม่ได้ พอเหมือนมันเชื่อแล้ววิธีการมันจะมาเอง ลองผิดลองถูกทำไป  เดี๋ยวมันก็เจอทางที่ถูกเอง”

วันที่ไม่เป็นดั่งหวังอันดับแรกให้ย้อนดูตนเองว่า พลาดไปตรงไหนแล้วรีบแก้ ซึ่งเสือร้องไห้ก็ทำเช่นเดียวกันคือ พอรู้ว่าคนยังไม่รู้จัก ก็ใช้หลักการธุรกิจทั่วไป ถ้าคนยังไม่รู้จักก็ทำให้เป็นที่รู้จัก เน้นไปที่การบอกต่อ  เพราะการที่คนหนึ่งคน มากินแล้วบอกว่าอร่อย นำไปบอกต่อเพื่อน ซึ่งการบอกต่อปากต่อปากมักใช้ได้ผลกับธุรกิจนี้ และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วชนิดที่ตั้งตัวไม่ทัน

ถ้าสินค้าดี คุณภาพคับแก้ว ต่อให้ไม่ทำมาร์เก็ตติ้งเลย เดี๋ยวลูกค้าก็เป็นคนทำมาร์เก็ตติ้งให้เอง

สูตรลับที่ 3 ปรุงรสชาติด้วยกิมมิก-ซิกเนเจอร์

เมื่อมีคนบอกต่อนับจากนั้นร้านก็ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ แต่พอถึงจุดหนึ่ง โควิดกระหน่ำซัดเข้า จนต้องปิดหน้าร้าน ลูกค้ามานั่งกินไม่ได้ ทั้งสองคนก็ต้องมานั่งคิดกันอีกว่าจะทำอย่างไร

ช่วยกันคิดอยู่นานก็เสนอให้ทำเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน นัยหนึ่งก็เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้า และหาสิ่งที่เป็นเรือธงให้ร้านด้วย  และปิ๊งไอเดียทำ “ข้าวผัดก๋วยเตี๋ยวเรือ” โดยได้ลองผัดกันเองในร้าน คิดสูตรด้วยกันทั้งเข้าท่าและไม่เข้าท่า เททิ้งก็เยอะ กว่าจะได้สูตรที่ใช่  เล่นเอาทุกคนปาดเหงื่อไปตาม ๆ กัน

เมื่อถึงช่วงที่โควิดเริ่มซา  หน้าร้านกลับมาเปิดได้  ร้านก็ยกเมนู “ข้าวผัดก๋วยเตี๋ยวเรือ” ขึ้นเป็นเมนูแนะนำ ปรากฏว่าคนที่ชอบเมนูนี้ก็จะกลายเป็นจานส่วนตัวที่มาเมื่อไหร่ต้องสั่งรับประทานเสมอ  ลูกค้าบางคนถึงขั้นสั่งก๋วยเตี๋ยวแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสั่งข้าวผัดมาตั้งกลางโต๊ะด้วย  เมนูนี้กลายเป็นไวรัลที่คนรีวิวกันเยอะมาก  เป็นใบเบิกทางให้ชื่อ “เสือร้องไห้” เป็นที่รู้จักของคนทั่วทุกสารทิศ

นอกจากก๋วยเตี๋ยวเนื้อเมนูเด็ด ร้านยังมีอาหารให้เลือกหลากหลาย ครอบคลุมทุกอย่างที่มองหา เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว มีความต้องการต่างกัน

ร้านรองรับ 40 โต๊ะ ราคาเริ่มต้น 65 บาท ถึง 199 บาท ในวันหยุดอาจจะต้องรอคิวนานหน่อย เพราะลูกค้าจากจังหวัดอื่น ๆ ก็ดั้นด้นขับรถมารับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนี้เช่นกัน และไม่ต้องแปลกใจหากไปแล้วเจอบล็อกเกอร์ นักชิม นักรีวิวมากหน้าหลายตา เพราะเป็นปกติของร้านดังแห่งนี้ไปแล้ว

จากวันนั้นถึงวันนี้ เสือร้องไห้ ถูกเคี่ยวกรำจนได้ที่

และกลายเป็นเมนูเนื้อหอมที่ชายสี่อยากร่วมลงทุนด้วย

ซึ่งนั่นจะสร้างการเติบโตครั้งใหญ่ให้เสือร้องไห้ ค่อย ๆ ขยับขยายมาอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อยุธยา  How to ที่ชายสี่มีจะผลักดันให้แบรนด์ก๋วยเตี๋ยวโลคอลจากอยุธยาโลดแล่นไปได้ไกลขึ้น ท้าทายขึ้น และอาจได้เห็นโปรดักส์ไลน์ใหม่ เข้าโมเดิร์นเทรด ทำก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูป ซอสข้าวผัดให้ได้เห็นอย่างเเน่นอน

เมื่อถูกถามถึงเคล็ดลับรับมือกับวันที่ลมฟ้าไม่เป็นใจ คุณนัทตอบเพียงว่า  “ถ้าเจอวันที่ไม่ได้เป็นดั่งใจหวัง ให้ย้อนกลับดูสิ่งที่เราทำแบบไม่หลอกตัวเอง ปรับตรงไหน แก้ตรงไหนได้ ให้รีบทำ ถ้าหมดไฟ ก็ต้องย้อนกลับไปคิดถึงวันที่เราเริ่มว่า วันนั้นเราเชื่อมากขนาดไหนว่าเราจะทำมันได้ ให้จุดไฟตัวเองขึ้นมาอีกรอบ เพราะมันคือธุรกิจของเรา”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer