xAI ทำความรู้จัก AI ของ Elon Musk ที่พร้อมท้าชน AI ทุกค่าย

อีลอน มัสก์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Tesla และ สเปซเอ็กซ์ เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในวงการวิศวกรรม  Musk เป็นคนที่ทำให้โลกเห็นว่าวิทยาศาสตร์จับต้องได้ และสิ่งที่เคย ‘เป็นไปไม่ได้’ ในอดีต ‘เป็นไปได้’ เมื่ออยู่ในมือของเขา

วันนี้ Musk กลับมาอีกครั้งกับโปรเจกต์ใหม่ที่นำเอาวิทยาการความก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์ผสานกับความเชื่อและการไขความลับของจักรวาล  ใช่ครับ เขากลับมาพร้อมการก่อตั้งบริษัทใหม่ในตระกูล X นั่นก็คือ xAI ด้วยภารกิจที่แน่วแน่และประกาศกร้าวอยู่บนหน้าเว็บไซต์ทางการว่า “Understand the Universe” หรือการเข้าใจจักรวาล

การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประยุกต์ใช้งานที่อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของมนุษย์ในอนาคตอันใกล้  Elon Musk ผู้มีความกังวลต่อการพัฒนาที่รวดเร็วและการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ของ AI นี่จึงเป็นเหตุผลที่นำพา Musk ให้เข้ามาร่วมลงทุนอย่างจริงจังใน xAI

ด้วยประสบการณ์และวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ Elon Musk ในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเขาเล็งเห็นถึงศักยภาพของบริษัท xAI ในการเป็นผู้นำด้าน AI ระดับโลก การร่วมทุนในครั้งนี้นอกจากจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ xAI แล้ว ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ AI ที่ถูกคาดหวังว่าจะเข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ในอนาคต

วันนี้เราจะพาผู้อ่านนั่งไทม์แมชชีนไปไม่นานมากเพื่อทำความรู้จักกับ Elon Musk และอีกหนึ่งเพื่อนซี้ของเขาคือ AI รวมถึงสิ่งที่ Musk กำลังจะทำหลังจากนี้ที่ xAI ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรติดตามอ่านได้เลยครับ

Elon Musk กับ AI

 

ตอนนี้ Elon Musk หันมาให้ความสนใจกับเรื่อง AI: Investopedia

 

หลายคนอาจจะเข้าใจว่า Elon Musk นั้นเป็นเพียงผู้ร่วมก่อตั้ง Tesla และเอาเงินมาซื้อ X (อดีต Twitter)  และมีฝันไกลอยากทำอาณานิคมบนดาวดวงใหม่ผ่าน SpaceX และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตผ่านโปรดักส์ Starlink  แต่ในความเป็นจริงแล้ว Musk มีความสนใจและมีส่วนร่วมอย่างมากในแวดวง AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์  ผ่านการร่วมทุนและการลงทุนต่าง ๆ ที่ผ่านมาในอดีต

ความสนใจของ Elon Musk ใน AI เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากเครื่องจักรอัจฉริยะที่เหนือกว่าขีดความสามารถของมนุษย์ ในปี 2012 เขาลงทุน 5 ล้านดอลลาร์ใน DeepMind และต่อมาลงทุนใน OpenAI กว่า 100 ล้านดอลลาร์ และออกจากตำแหน่งผู้มีส่วนร่วมกับ OpenAI ในปี 2018 เพื่อมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาความสามารถด้าน AI ภายในบริษัทของเขาเอง เช่น Neuralink, Optimus และ Dojo

การเข้ามาในวงการ AI ของ Elon Musk ช่วยเพิ่มสปอตไลต์ให้กับวงการที่อดีตเป็นเพียงแค่ทฤษฎีที่จับต้องยาก อีกทั้งการเข้าไปมีส่วนร่วมของ Musk ในด้าน AI ทำให้โลกของเราก้าวไปสู่การพัฒนาสร้างโครงการต่าง ๆ เช่น GPT-4, Bard (ปัจจุบันชื่อ Gemini)  และ AI อีกหลาย ๆ เจ้าที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเขย่าวงการของ OpenAI ที่เปิดตัว Chat-GPT จนทำให้คำว่า AI หรือจริง ๆ ก็คือ GenAI ที่เราใช้กันจนคุ้นเคยในปัจจุบันเป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงกว้าง

 

จาก DeepMind สู่ OpenAI 

ความสัมพันธ์ของ Elon Musk กับ DeepMind เริ่มต้นในปี 2012 เมื่อเขาได้พบกับ Demis Hassabis ผู้ร่วมก่อตั้ง DeepMind ซึ่งทำงานเกี่ยวกับการออกแบบคอมพิวเตอร์ที่คิดเหมือนมนุษย์

ในบทสนทนาระหว่าง Elon และ Demis ตอนนั้น Elon พูดถึงความกังวลของเขาเกี่ยวกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นต่ออารยธรรมของมนุษย์ อย่างการโจมตีดาวเคราะห์น้อย สงครามโลก และเหตุการณ์เลวร้ายเกินจินตนาการอื่น ๆ  Demis บอกกับ Elon ว่าภัยคุกคามเหล่านั้นน่ากังวลมากก็จริง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาควรจะเพิ่มเข้าไปในลิสต์ด้วยสิ่งนั้นคือ “AI”

 

Demis Hassabis CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DeepMind: Wired

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้นและคิดไตร่ตรองทบทวนดูแล้ว Elon Musk จึงได้ควักเงินลงทุนให้กับ Deepmind 5 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ Deepmind ทำภารกิจและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ AI ให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้

ผ่านไป 2 ปี เมื่อ Deepmind เข้าไปอยู่ในความสนใจของ Google จึงเกิดการทาบทามเรื่องซื้อกิจการขึ้นมา และในตอนนั้น Elon  Musk ไม่เห็นด้วยเพราะมองว่าการที่เขาลงทุนใน Deepmind เนื่องจากวิสัยทัศน์ของ Demis ที่ต้องการศึกษาผลกระทบจากการมาถึงของ AI รวมถึงพัฒนาและหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้ AI กลายเป็นอีกหนึ่งภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ แต่การที่ Google จะเข้ามาซื้อกิจการนั่นหมายถึงเรื่อง “เงิน ๆ ทอง ๆ” จะเข้ามามีส่วนทันที และแน่นอนว่า Elon มองออกว่าไม่นาน Deepmind ก็จะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม และถึง Elon จะพยายามขัดขวางเท่าใดแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อ Google สามารถเข้าซื้อกิจการ Deepmind ได้ด้วยเงินราว ๆ 400-650 ล้านดอลลาร์

จากนั้น Musk ก็เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยและกฎระเบียบของปัญญาประดิษฐ์ แม้กระทั่งพูดคุยเรื่องนี้ในการประชุมแบบตัวต่อตัวกับ Barack Obama ในปี 2015 เพราะเขากังวลเรื่องนี้จริง ๆ

 

Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งร่วมกับ Elon Musk: CNN

 

โดยในปี 2015 Elon Musk ได้ร่วมก่อตั้ง OpenAI กับ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI  ในตอนนั้นที่ Elon ต้องการก่อตั้ง OpenAI ให้เป็นบริษัทวิจัยที่ไม่แสวงหาผลกำไรและพัฒนา Artificial General Intelligence หรือ AGI ให้มีความปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ OpenAI นั้นมีเป้าหมายเพื่อตอบโต้อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนา AI ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ

 

เมื่อ OpenAI  เปลี่ยน Musk ก็ต้องไป

ความสัมพันธ์ของ Elon Musk กับทีมงานและผู้บริหาร OpenAI เริ่มตึงเครียด เพราะ Musk เชื่อว่า OpenAI ไม่ได้ตอบสนองต่อปรัชญาของการก่อตั้งบริษัทตั้งแต่แรกรวมถึงขาดการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการใช้งาน AI ที่มากเพียงพอ

ครั้งหนึ่ง Elon Musk และ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI เคยเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน โดยทั้ง 2 คนทำหน้าที่เป็นผู้บริหารร่วมของ OpenAI แต่อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แย่ลงนับตั้งแต่ Elon Musk ออกจากบอร์ดของ OpenAI ในปี 2018

Elon Musk แสดงความกังวลเกี่ยวกับความร่วมมือของ OpenAI กับ Microsoft และการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเพิ่มผลกำไรสูงสุด โดย Elon Musk ให้เหตุผลการออกจากการเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ว่า OpenAI ละเลยสิ่งสำคัญที่สุดที่เคยให้คำมั่นกันไว้ในตอนแรกเริ่มก่อตั้งนั่นก็คือ “การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เพื่อมนุษยชาติที่ดีขึ้น”

Elon ตัดสินใจยื่นฟ้อง OpenAI และ Altman โดยกล่าวหาว่าบริษัทละเมิดสัญญาและสร้างความเสียหายต่อภารกิจที่ไม่หวังผลกำไร คดีดังกล่าวระบุว่า Elon Musk ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ในปี 2014 โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ แต่คณะกรรมการชุดใหม่ของ OpenAI ภายใต้อิทธิพลของ Microsoft กำลังพัฒนา AGI เพื่อประโยชน์ของ Microsoft มากกว่าเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ

OpenAI และ Microsoft ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ทนายความของ Elon Musk มุ่งหวังที่จะบังคับให้ OpenAI ปฏิบัติตามข้อตกลงการก่อตั้งและกลับสู่ภารกิจเดิม ความตึงเครียดระหว่าง Musk และ Altman รุนแรงขึ้นนับตั้งแต่การเปิดตัว ChatGPT เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2022 ซึ่ง ChatGPT เป็นกระแสไวรัลโด่งดังไปทั่วโลก

 

ยุคใหม่ของ AI ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

9 มีนาคม 2023 Elon Musk กับความฝันในการทำให้ AI ปลอดภัยและเป็นมิตรกับมนุษยชาติเขากลับมาพร้อมโปรเจกต์ xAI สตาร์ทอัปหน้าใหม่ไฟแรงพร้อมทีมงานที่พรั่งพร้อมไปด้วยความสามารถและประวัติที่ไม่ธรรมดา

Elon Musk รวมทีมนี้ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายในการทำความเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของจักรวาล โดย Elon Musk ประกาศจัดตั้ง xAI อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2023 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บริษัทก็ได้สรรหาวิศวกรและนักวิจัยที่มีความรู้และประสบการณ์ที่หลากหลาย

xAI นำโดยทีมโดย Elon Musk รวมถึงอดีตพนักงานของบริษัท AI ชื่อดังหลายเจ้าอย่าง OpenAI และ DeepMind รวมถึง Microsoft และ Tesla นอกจากนี้ Elon ยังได้แต่งตั้ง Dan Hendrycks ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย AI เป็นที่ปรึกษาอีกด้วย

โดยศูนย์ความปลอดภัย AI เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยเป็นอย่างมาก โดยก่อนหน้านี้องค์กรได้เคยออกแถลงการณ์ที่ลงนามโดยนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ AI หลายร้อยคน รวมไปถึง Demis Hassabis ซีอีโอของ DeepMind, Sam Altman CEO ของ OpenAI และ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic โดย Dan กล่าวว่า “การลดความเสี่ยงของการสูญพันธุ์จาก AI ควรเป็นเรื่องสำคัญระดับโลกควบคู่ไปกับระดับสังคมอื่น ๆ ความเสี่ยงเช่นโรคระบาดและสงครามนิวเคลียร์”

 

Dan Hendrycks ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย AI: schmidtscience

 

แม้ว่า Elon Musk ไม่ได้ลงนามในแถลงการณ์ดังกล่าว แต่เขาก็ได้ลงนามในจดหมายเปิดผนึกที่ตีพิมพ์โดย Future of Life Institute แทน ซึ่งเนื้อหาในจดหมายฉบับนั้นเรียกร้องให้บริษัท AI ทั้งหลาย “หยุดการฝึกอบรมระบบ AI ทันทีอย่างน้อย 6 เดือน และต้องจำกัดความสามารถของ AI ให้ไม่มากไปกว่า GPT-4”

แม้ว่าข้อมูลเฉพาะจะหายาก แต่สิ่งที่ xAI ทำน่าจะเป็นการพัฒนาความก้าวหน้าในส่วนของ explainable AI หรือเรียกสั้น ๆ ว่า XAI  ซึ่งเป็นวิธีการพัฒนาอย่างหนึ่งที่มีจุดมุ่งหวังที่จะทำให้กระบวนการตัดสินใจของ AI โปร่งใสและเข้าใจได้สำหรับมนุษย์มากขึ้น ความโปร่งใสนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับรองว่า AI ยังคงสอดคล้องกับคุณค่าและเป้าหมายของมนุษย์

อีกประเด็นหนึ่งที่ xAI อาจมุ่งเน้นให้ความสำคัญ คือเรื่อง Artificial Consciousness หรือ จิตสำนึกเทียม ในขณะที่การถกเถียงเกี่ยวกับการบรรลุจิตสำนึกของคอมพิวเตอร์ที่แท้จริงยังคงดำเนินต่อไป xAI อาจสำรวจวิธีการต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบ AI ที่แสดงการให้เหตุผลแบบมนุษย์และความสามารถในการตัดสินใจโดยไม่มีความเสี่ยงที่มีอยู่ของสติปัญญาขั้นสูง

 

 

ภารกิจของ xAI คือการ “เข้าใจจักรวาล”: xAI

 

xAI มีผลงานอะไรบ้างแล้ว

 

Grok AI ที่ xAI พัฒนาขึ้นมา: xAI

 

Grok: นับตั้งแต่ประกาศก่อตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2023 เดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกันxAIก็ประกาศเปิดตัว AI ใหม่ที่มีชื่อว่า “Grok” โดยเป็น AI ที่สามารถตอบได้เกือบทุกคำถามในโลกนี้ แม้แต่ที่ผู้ถามไม่รู้จะถามอะไร Grok ก็ช่วยคิดคำถามให้ได้ ศึกษารายละเอียดของ Grok แบบฉบับเต็มได้จากที่นี่เลย

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของxAIคือ Grok ซึ่งเป็น AI Chatbot xAIอาจเปิดทดลองให้สมาชิกระดับ Grok พร้อมให้บริการสำหรับสมาชิก Premium+ ของ X เมื่อออกจากรุ่นเบต้าแล้วเท่านั้น

อีกแนวคิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ xAIคือ Explainable Artificial Intelligence (xAI) ซึ่งเป็นโซลูชันที่ใช้วิธีการปัญญาประดิษฐ์ และเน้นความสามารถในการอธิบายเพื่อสร้างความไว้วางใจและความมั่นใจในเอาต์พุตของโมเดล XAI มีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่:

ความไว้วางใจและความมั่นใจ: xAIช่วยสร้างความไว้วางใจและความมั่นใจในผลลัพธ์ของแบบจำลอง ทำให้มีแนวโน้มมากขึ้นที่แบบจำลองจะถูกนำมาใช้ในการผลิต

การดีบัก: xAIสามารถช่วยตรวจจับและแก้ไขอคติในข้อมูลได้ ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบ AI ทำงานตามที่ตั้งใจไว้

การปฏิบัติตามข้อกำหนด: xAIอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่ต้องการความโปร่งใสในระบบ AI

การทำให้ AI เป็นประชาธิปไตย: xAIช่วยให้ผู้คนในวงกว้างสามารถเข้าใจและใช้ระบบ AI ได้ และส่งเสริมการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ

Prompt IDE: 3 วันหลังประกาศเปิดตัว Grok xAI ก็ได้เปิดตัว Prompt IDE ก่อนไปทำความรู้จักกับ Prompt IDE ขอให้คำนิยามของ IDE ก่อน สำหรับใครที่เป็นโปรแกรมเมอร์คงจะรู้จักดีอยู่แล้วว่า IDE คืออะไร

แต่ถ้าไม่รู้จักมาก่อน IDE หรือ Integrated Development Environment (IDE) เป็นแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ให้สิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรแก่นักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ IDE อย่างน้อยจะต้องประกอบไปด้วย Source Code Editor, Automation tools ต่าง ๆ และ Debugger

โดยเหตุผลในการพัฒนา Prompt IDE ของทีม xAI ตามประกาศที่อยู่ในเว็บไซต์ทางการก็คือ

“เราได้พัฒนา PromptIDE เพื่อให้การเข้าถึง Grok-1 ซึ่งเป็นโมเดลที่ขับเคลื่อน Grok™ แก่วิศวกรและนักวิจัยในชุมชนอย่างโปร่งใส IDE ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพผู้ใช้และช่วยให้พวกเขาสำรวจความสามารถของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของเราได้อย่างรวดเร็ว

หัวใจของ IDE คือโปรแกรมแก้ไขโค้ด Python ที่เมื่อรวมกับ SDK ใหม่แล้ว จะทำให้สามารถนำเทคนิคการแจ้งที่ซับซ้อนไปปรับใช้ได้ ขณะดำเนินการ Prompt ใน IDE ผู้ใช้จะเห็นการวิเคราะห์ที่เป็นประโยชน์ เช่น โทเคนที่แม่นยำ ความน่าจะเป็นในการสุ่มตัวอย่าง โทเคนทางเลือก และมาสก์ความสนใจแบบรวม

IDE ยังมีฟีเจอร์คุณภาพชีวิตอีกด้วย โดยจะบันทึกข้อความแจ้งทั้งหมดโดยอัตโนมัติและมีการกำหนดเวอร์ชันในตัว การวิเคราะห์ที่สร้างขึ้นโดยการเรียกใช้ Prompt สามารถจัดเก็บไว้อย่างถาวรได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์ของเทคนิคการแจ้งต่าง ๆ

สุดท้ายนี้ ผู้ใช้สามารถอัปโหลดไฟล์ขนาดเล็ก เช่น ไฟล์ CSV และอ่านโดยใช้ฟังก์ชัน Python เดียวจาก SDK เมื่อรวมกับคุณสมบัติการทำงานพร้อมกันของ SDK แม้แต่ไฟล์ที่ค่อนข้างใหญ่ก็สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว

เรายังหวังที่จะสร้างชุมชนรอบ ๆ PromptIDE สามารถแชร์พรอมต์แบบสาธารณะได้ด้วยการคลิกปุ่มเพียงปุ่มเดียว ผู้ใช้สามารถตัดสินใจได้ว่าต้องการแชร์พรอมต์เวอร์ชันเดียวหรือทั้งแผนผัง นอกจากนี้ ยังสามารถรวมการวิเคราะห์ที่เก็บไว้เมื่อแชร์พรอมต์ได้อีกด้วย

PromptIDE มีให้สำหรับสมาชิกของโปรแกรมทดลองใช้ก่อนเปิดตัวของเรา ด้านล่างนี้ คุณจะพบคำแนะนำเกี่ยวกับคุณสมบัติหลักของ IDE”

นี่คงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งสำหรับนักพัฒนาที่จะเข้ามาใช้งาน และอาจจะรอวันที่คนทั่วไปจะสามารถเข้าใช้งานเครื่องมือนี้ได้อย่างสมบูรณ์ต่อไป

นอกจากนี้ xAI ยังได้อัปเดตความสามารถใหม่ ๆ ของ Grok ณ ปัจจุบันที่บทความนี้เผยแพร่ออกไปจะอยู่ที่เวอร์ชัน 1.5 ซึ่งมีความสามารถแยกแยะวัตถุในโลกจริง ด้วยสายตาของ AI ซึ่งไม่แน่ว่าเทคโนโลยีนี้อาจจะถูกนำไปใส่ไว้ในรถยนต์ Tesla เพื่อให้เป็นรถยนต์แบบขับเคลื่อนอัติโนมัติไร้คนขับก็เป็นไปได้

นอกจากนี้ xAIยังเคลมว่ามีความเข้าใจโลกจริงสูงถึง 68.7% ซึ่งสูงกว่า AI ทุกเจ้า ณ ขณะนี้

โดยสรุปแล้วจะเห็นว่า Elon Musk ไม่ได้เพิ่งกระโดดมาจับกระแสแห่ง AI แต่เขามีความสนใจในเรื่องเทคโนโลยี AI มาเป็นสิบปีแล้ว เพียงแต่ต้องการที่จะก่อตั้งบริษัทที่มีปรัชญาในการดำเนินงานที่ตรงกับความเชื่อของเขาเท่านั้นเอง และxAIก็จะต้องรอการพิสูจน์ว่าสามารถทำได้จริงอย่างที่ Elon ตั้งใจไว้หรือไม่


เรื่อง: ณัฐศกรณ์ แสงลับ


อ้างอิง

https://time.com/6294278/elon-musk-xai/

https://time.com/6310076/elon-musk-ai-walter-isaacson-biography/

https://www.businessinsider.com/elon-musk-xai-luring-more-investors-spv-high-feeshttps://philanthropynewsdigest.org/news/elon-musk-expresses-discontent-over-openai-transition-to-for-profithttps://x.ai/blog/

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer