แว่นท็อปเจริญ ทำความรู้จักร้านแว่นที่สาขาเยอะสุดในไทย เปิดให้บริการมานานเกือบ 80 ปี วันนี้พร้อมแล้วที่จะเป็นบริษัท “มหาชน”

หนึ่งใน Case study ของธุรกิจครอบครัวที่ประสบความสำเร็จและน่าจับตาในตอนนี้คือ ธุรกิจร้านแว่นตาแบรนด์ แว่นท็อปเจริญ (Top Charoen)

ร้านแว่นตา ที่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2490 ภายใต้ชื่อ เจริญการแว่นต่อมา คุณนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ ได้บุกเบิกธุรกิจร้านแว่นตาและปลุกปั้นแบรนด์สู่ร้าน แว่นท็อปเจริญ” ที่ปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศกว่า 2,100 สาขา ถือเป็นร้านแว่นตาที่สาขามากที่สุดในอาเซียน พร้อมเปลี่ยนนามสกุลเป็น มหาชน” ในปี พ.ศ. 2567 นี้ และเตรียมเปิดขยายสาขาในอาเซียน อย่างเวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย

ร้านแว่นตาสามัญประจำบ้าน

แว่นท็อปเจริญการเดินทางกว่า 77 ปี ทำให้รู้จักและเข้าใจอินไซต์ของคนไทยเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันในมุมผู้บริโภคเอง การมีสาขาครอบคลุมทั่วไทยของแว่นท็อปเจริญทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการตรวจวัดสายตา การดูแลซ่อมแซมแว่นตา หรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้สะดวกและง่ายขึ้นเช่นกัน

ทว่าตลาดแว่นตาที่มีมูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาทในบ้านเรานั้นมีผู้เล่นมากมาย แต่อะไรคือเหตุผลที่ทำให้แว่นท็อปเจริญเป็นเบอร์หนึ่ง โดยครองส่วนแบ่งตลาดธุรกิจร้านแว่นตาในไทยกว่า 41% และกลายเป็น “ร้านแว่นตาสามัญประจำบ้าน” ของคนไทย

รุกตลาดแว่นตาด้วยความครบวงจร (One Stop Service)

Key Success สำคัญ นอกจากการพลิกโฉมร้านแว่นตาแบบดั้งเดิมที่ประกอบธุรกิจแบบครอบครัว กลายมาเป็นร้านแว่นตาโฉมใหม่ที่มีการพัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่องแล้ว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนตามยุคสมัย แว่นท็อปเจริญได้นำระบบการบริหารงานสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ รวมถึงพัฒนาสินค้าและมาตรฐานการให้บริการในทุกมิติ

สรุป Key Success ของแว่นท็อปเจริญ

ผู้เชี่ยวชาญ:

แว่นท็อปเจริญ คือผู้เชี่ยวชาญในการวัดสายตา (วัดสายตาเก่งและชำนาญ) โดยนักทัศนมาตร (Doctor of Optometry) และผู้เชี่ยวชาญด้านสายตามืออาชีพ ตรวจวัดสายตาด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย

และยังมีเทคโนโลยี AI สุดล้ำ : จากเครื่อง AI Eye Partner และเครื่องเจียระไนฝนประกอบเลนส์ MEI ซึ่งควบคุมมาตรฐานการให้บริการ ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นและสม่ำเสมอทุก 3 เดือน โดยทีมจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร พร้อมอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ

อีกทั้งยังมีการพัฒนาการให้บริการอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่การนำเทคโนโลยี นวัตกรรม องค์ความรู้ มาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะการนำวิธีการวัดสายตาด้วยระบบคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นแห่งแรกของประเทศไทย และพัฒนาเป็นโปรแกรม AxQ20 เพื่อความละเอียดแม่นยำในการตรวจวัดสายตามากยิ่งขึ้น

สาขามากที่สุด:

อย่างที่เกริ่นในข้างต้น ด้วยจำนวนสาขากว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ เรียกได้ว่า แว่นท็อปเจริญคือร้านแว่นตาที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในอาเซียน ซึ่งทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น

Luxury Brand:

นอกจากจะมีสินค้าคุณภาพหลากหลายแบรนด์ให้เลือกแล้ว แว่นท็อปเจริญรวบรวมแว่นตาแบรนด์เนมของแท้ไว้มากที่สุดโดยเฉพาะสินค้า Luxury Brand

สินค้าราคาดี:

ศูนย์รวมสินค้าเกี่ยวกับสายตาที่ครอบคลุมทุกชนิด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ด้วยศักยภาพในการนำเข้าสินค้าได้ในปริมาณล็อตใหญ่ จากพาร์ตเนอร์ทั่วทุกมุมโลก ทำให้แว่นท็อปเจริญมีสินค้าราคาดี ที่ลูกค้าเชื่อมั่นและไว้วางใจได้

บริการหลังการขาย:

อุ่นใจด้วยการรับประกันสินค้าตลอดอายุการใช้งาน ตลอดจนบริการหลังการขายสุดประทับใจ ทั้งปรับแต่งทรงแว่นตาโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ บริการล้างทำความสะอาดแว่นตาฟรีทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงเข้ารับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาได้ตลอดแบบไม่มีค่าใช้จ่าย แถมบริการจัดส่งแว่นตาฟรีถึงบ้าน

อีกหนึ่งความแตกต่างที่ทำให้ แว่นท็อปเจริญเป็นท็อปช้อยส์ที่ผู้บริโภคเลือกเสมอ คือ บริการที่มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ (Service Excellence) 

ตั้งแต่การตรวจวัดสายตาฟรี ด้วยโปรแกรมตรวจวัดสายตาเฉพาะบุคคลแบบละเอียดขั้นสูง 20 ขั้นตอน AxQ20 โดยนักทัศนมาตร (Doctor of Optometry) และผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาระดับมืออาชีพที่รู้ใจคนใส่แว่น

พร้อมที่สุดของบริการตัดแว่นสายตาโปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล Progressive Lens Center พร้อมพื้นที่ Experience Zone ให้ทดลองใช้แว่นตาในชีวิตประจำวันเสมือนจริง

ด้วยจำนวนสาขาที่มากกว่า 1 ใน 3 ของร้านแว่นตาในไทยคงไม่มีใครมาล้มจุดแข็งนี้ของแว่นท็อปเจริญได้ บวกกับการสร้าง Customer Journey ที่สมบูรณ์แบบ การบริการที่ครบวงจรด้วยแล้ว ถ้าจะบอกว่า แว่นท็อปเจริญคือร้านแว่นตาสามัญประจำบ้านของคนไทย คงไม่เกินจริงไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer