ในปี 2554 ประเทศไทยเผชิญปัญหามหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ ชุมชนบ้านเขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ได้รับผลกระทบนานกว่า 3 เดือน จนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างทั้งไร่นา บ้านเรือน และทรัพย์สินต่าง ๆ ทั้งยังขาดรายได้ไปยาวนาน หนี้สินก็พอกพูน จนทำให้ชุมชนบ้านเขาสมอคอนทั้งหมู่ที่ 1 2 และ 3 ประสบปัญหาในทุก ๆ ด้าน แต่ใครจะคิดว่าเพียงระยะเวลา 5 ปี จากหมู่บ้านที่มีเกือบจะสิ้นหวังได้กลายเป็น “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ” จากการพัฒนาที่อยู่บนรากฐานการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ภายใต้การสนับสนุนจาก บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ใน“โครงการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ชุมชนบ้านเขาสมอคอน” และพร้อมเป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นๆ ลุกขึ้นมาสู้ ฝ่าฟันปัญหา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ชุมชนบ้านเขาสมอคอน ชุมชนต้นแบบที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ภายใต้สายลมอ่อน ๆ และแสงแดดที่สาดส่องจนทุ่งนากลายเป็นสีเหลืองทอง มาเก็ตเธียร์ได้ร่วมพูดคุยกับ อุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ถึงที่มาของ โครงการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ชุมชนบ้านเขาสมอคอน “ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา บ้านปูฯ ร่วมมือกับชาวบ้านเขาสมอคอนโดยมีความมุ่งหวังว่าบ้านปูฯ จะสามารถช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยให้สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว โดยชุมชนบ้านเขาสมอคอนทั้ง 3 หมู่บ้านได้รับผลกระทบและขาดรายได้นานกว่า 3 เดือน ทางบ้านปูฯ จึงขอยึดถือแนวทางการพัฒนาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ว่า เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา และได้เริ่มพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อให้ทราบถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริง จึงได้เดินหน้าเข้าช่วยเหลือแบบเร่งด่วน ซึ่งก็คือการซ่อมแซมและฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลดให้กลับคืนสภาวะปกติโดยเร็ว”

โครงการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ชุมชนบ้านเขาสมอคอน

นอกจากการช่วยเหลือเงินทุนเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูแล้ว บ้านปูฯ ได้เดินหน้าให้ความรู้และช่วยเหลือในการพัฒนาอาชีพเพื่อเป็นชุมชนต้นแบบทั้ง 3 หมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ชุมชนบ้านเขาสมอคอน” ซึ่งทางบ้านปูฯ ได้เชื่อมโยงองค์กรเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ให้เข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ และเป็นพี่เลี้ยงให้กับชุมชน เพื่อเดินไปสู่การพึ่งพาตัวเองและเป็นชุมชนที่เข้มแข็งต่อไป ซึ่งความช่วยเหลือตลอดระยะเวลา 5 ปี จากทางบ้านปูฯ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

1. กิจกรรมระยะเร่งด่วน : เป็นกิจกรรมซ่อมแซมและฟื้นฟูชุมชนบ้านเขาสมอคอนหลังน้ำลดให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งใช้งบไปกว่า 7 ล้านบาท

· ซ่อมแซมบ้านเรือนบริเวณหมู่ 3 รวม 48 หลัง

· ซ่อมแซมและยกพื้นอาคารเรียนโรงเรียนวัดเขาสมอคอน

· ปรับปรุงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านเขาสมอคอน

· บูรณะอาคารอเนกประสงค์วัดเขาสมอคอนพร้อมสนับสนุนเครื่องกรองน้ำ

· จัดกิจกรรม Big Cleaning Day และจัดการบริหารขยะในชุมชน

2. กิจกรรมระยะกลาง : กิจกรรมที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ให้แก่ชุมชน

· จัดกิจกรรมและจัดตั้งกลุ่มเยาวชนจิตอาสาเพื่อขับเคลื่อนคนรุ่นใหม่ให้เข้าไปพัฒนาชุมชน

· จัดตั้งกองทุนปุ๋ยสัจจะชาวนา

· จัดอบรมให้ความรู้เรื่องภัยของสารเคมีและวิธีการใช้ที่ถูกต้อง พร้อมมอบอุปกรณ์ป้องกันในการฉีดพ่นสารเคมี

· ทำแผน “ชุมชนเตรียมพร้อมรับภัยภิบัติ” ร่วมกับสภากาชาดไทย

· โครงการน้ำหมัก ปุ๋ย และฮอร์โมนชีวภาพ

· โครงการส่งเสริมอาชีพปลูกชะอม

3. กิจกรรมระยะยาว : เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนบ้านเขาสมอคอนให้เป็นชุมชนต้นแบบในการพัฒนาตนเอง และเป็นชุมชนที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

· โครงการนาอินทรีย์ข้าวสินเหล็ก เขาสมอคอน

· โครงการปลูกมะนาวนอกฤดูกาล

· ศูนย์การเรียนรู้วิถีเกษตรยั่งยืน

· โครงการแปลงเกษตรผสมผสาน

การเดินทางในครั้งนี้ ทางมาร์เก็ตเธียร์ได้ร่วมสัมผัสหนึ่งในกิจกรรมระยะยาว ซึ่งไม่ได้มากับความสำเร็จอย่างง่ายดาย แต่มีอุปสรรคเกิดขึ้น นั่นก็คือ “โครงการนาอินทรีย์ข้าวสินเหล็ก เขาสมอคอน” เริ่มขึ้นเมื่อกลางปี 2556 โดยบ้านปูฯ ประสานงานกับศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน นำข้าวพันธุ์สินเหล็ก สุดยอดพันธุ์ข้าวที่ดีต่อสุขภาพมานำร่องให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกโครงการปลูก และในปี 2557 เกษตรกรได้มีแบรนด์ข้าวสินเหล็กเป็นของตนเอง นั้นก็คือ “ข้าวกล้องอินทรีย์สินเหล็ก เขาสมอคอน” ซึ่งต่อมาทางบ้านปูฯ และชาวบ้าน ได้เล็งเห็นว่า แม้ข้าวสินเหล็กเป็นสุดยอดพันธุ์ข้าวที่ดีต่อสุขภาพ แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับข้าวสินเหล็กของประชาชนทั่วไป ทำให้การตอบรับของลูกค้าเป็นไปอย่างช้า ๆ ประกอบกับปัญหาภัยแล้งตั้งแต่ช่วงปี 2558 ต่อเนื่องถึงปี 2559 ทำให้การเพาะปลูกข้าวสินเหล็กต้องหยุดชะงัก

อย่างไรก็ตามด้วย “การเรียนรู้” ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านได้ปรับเปลี่ยนนาข้าวสินเหล็ก สู่การปลูกข้าวหอมมะลิแทนพร้อมทั้งปรับเปลี่ยนกระบวนการให้เป็นนาอินทรีย์ให้ได้มากที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง “กองทุนปุ๋ยสัจจะชาวนา บ้านเขาสมอคอน” ที่ทางบ้านปูฯ ได้จัดตั้งกองทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกองทุนสามารถบริหารจัดการแหล่งทุนประจำชุมชนได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเงินทุนสนับสนุนจากบ้านปูฯ อีกต่อไป ซึ่งผลลัพธ์ที่สำคัญจากการดำเนินงานของกองทุนปุ๋ยนั้น นอกจากช่วยลดภาระหนี้สินทั้งในและนอกระบบของเกษตรกรได้ในระยะยาวแล้ว ยังมีส่วนในการส่งเสริมพฤติกรรมการออมของสมาชิกกองทุนปุ๋ยอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เช่น โครงการทำน้ำหมัก ปุ๋ย และฮอร์โมนชีวภาพ โครงการส่งเสริมอาชีพปลูกชะอม การบริหารจัดการขยะ ที่เกษตรกรตอบรับและนำไปประยุกต์ใช้อย่างเห็นผล

“เพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นทุกปี ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงและไม่คงที่ บ้านปูฯ จึงได้เดินหน้าให้ความรู้และสนับสนุนการทำ แปลงเกษตรสาธิตที่ทำกินอย่างยั่งยืน หรือที่เรียกว่า เกษตรผสมผสาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทั้งยังสามารถนำผลผลิตมาบริโภคในครัวเรือน และจำหน่ายผลผลิตเพื่อเพิ่มรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตตลอดทั้งปีอีกด้วย โดยแปลงเกษตรผสมผสานเป็นผลผลิตล่าสุดด้านการพัฒนาความคิดที่เกิดจากการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตร การเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง และการศึกษาดูงานในโครงการอื่น ๆ เพื่อเรียนรู้เรื่องราวทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว” อุดมลักษณ์ โอฬาร กล่าวเพิ่มเติม

พลังความรู้คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา

นอกจากการพูดคุยกับทางบ้านปูฯ แล้วเรายังได้ร่วมพูดคุยกับ อารมย์ รวบรวม (ผู้ใหญ่กบ) ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ตัวแทนเกษตรกรบ้านเขาสมอคอน ซึ่งทางผู้ใหญ่กบ ได้เผยความในใจเกี่ยวกับโครงการฯ ตลอดระยะเวลา 5 ปี ว่า “บ้านปูฯ และโครงการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ชุมชนบ้านเขาสมอคอน สอนให้พวกเราเปิดรับการเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ และสร้างโอกาสให้ทุกคนในชุมชน ครอบครัวของตนได้เรียนรู้การพัฒนานาข้าวให้มีความเป็นเกษตรอินทรีย์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความรู้ในการปลูกมะนาวและชะอมนอกฤดู ทำให้มีผลผลิตสำหรับบริโภคในครัวเรือน และจำหน่ายเป็นรายได้เสริม ทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเริ่มที่การบริหารจัดการความคิดของตนเอง ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น รายจ่ายลดลง นอกจากนั้นแล้วชาวบ้านในชุมชนทุกคนต่างก็มีความสามัคคีกันมากขึ้น”

รวมถึง ไพบูลย์ ศรีสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตัวแทนชุมชนบ้านเขาสมอคอน ได้กล่าวว่า “ทุกวันนี้ ชาวบ้านเขาสมอคอนหลายครอบครัวทยอยนำความรู้ด้านการเกษตรที่ได้เรียนรู้จากโครงการต่างๆ ที่บ้านปูฯ สนับสนุน มาขยายผลเป็นอาชีพเสริม พวกเราเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงแม้จะเป็นก้าวเล็ก ๆ ซึ่งทุกอย่างเริ่มจากการเพาะปลูกเพื่อให้มีกินและมีมากพอแบ่งปันกันแบบ ครัวชุมชน บ้านพี่บ้านน้อง โดยตอนนี้หลายบ้านได้เริ่มขยายพันธุ์ต้นมะนาว, ต้นชะอม เพื่อเพิ่มจำนวนผลผลิตให้มากพอที่จะนำไปขายในตลาด สร้างรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บางครอบครัวยังได้ต่อยอดจากการทำน้ำหมัก-ปุ๋ยชีวภาพ เป็นการทำฮอร์โมนชีวภาพ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดและขายได้ราคาดี”

ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชนและเกษตรกร รวมไปถึงแรงผลักดันของผู้นำชุมชน ส่งผลให้ชุมชนบ้านเขาสมอคอน หมู่ 1 ได้รับเลือกให้เป็น “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ” ระดับพออยู่พอกิน โดยเป็น 1 ใน 9 ชุมชน ของอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี จากการยึดถือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นรากฐานของชีวิต 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการลดรายจ่าย ด้านการเพิ่มรายได้ ด้านการประหยัด ด้านการเรียนรู้ ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และด้านการเอื้ออารีต่อกัน เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ชุมชนอื่นต่อไป



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer