BTS ซูเปอร์กรุ๊ปแห่งวงการ K-pop ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในการจัดคอนเสิร์ตคัมแบ็คที่ทุกคนรอคอย ณ จตุรัสกวางฮวามุน เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยได้เปลี่ยนแลนด์มาร์คทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองหลวงให้กลายเป็นเวทีป๊อปกลางแจ้งสุดตระการตา ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องจากแฟนคลับนับหมื่นที่ดังกังวานไปทั่วใจกลางกรุงโซล
การแสดงครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “BTS COMEBACK LIVE: ARIRANG” ถือเป็นคอนเสิร์ตแบบเต็มวงครั้งแรกในรอบ 3 ปี 5 เดือน และจัดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่พวกเขาปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ที่มีชื่อว่า “ARIRANG”
บรรยากาศและการแสดง
โชว์ในค่ำคืนนี้เกิดขึ้นโดยมีฉากหลังเป็นประตูระลึกกวางฮวามุนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟ พร้อมเทคนิคการฉายภาพแบบ Projection Mapping ขนาดใหญ่ และการจัดแสงที่สอดประสานกัน เปลี่ยนสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นฉากหลังคอนเสิร์ตที่ส่องสว่างไสวภายใต้โครงสร้างเวทีที่ออกแบบมาคล้ายกรอบรูป
การเลือกจัดโชว์คัมแบ็คในพื้นที่สาธารณะที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างกวางฮวามุน เป็นการตอกย้ำถึงธีมของอัลบั้มใหม่ที่เน้นเรื่อง อัตลักษณ์, ต้นกำเนิด และการเริ่มต้นใหม่
- ช่วงเปิดตัว: วงเริ่มต้นด้วยเพลง “Body to Body” จากอัลบั้มใหม่ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากมีการนำเพลงพื้นบ้านเกาหลีอย่าง “Arirang” มาเรียบเรียงใหม่ในบางส่วน
- เพลงใหม่: ตามด้วยเพลง “Hooligan” และ “2.0”
- เพลงฮิตในอดีต: หลังจากนำเสนอเพลงใหม่ 3 เพลงแรก พวกเขาก็สร้างความตื่นเต้นด้วยเพลงฮิตอย่าง “Butter” (2021) และ “MIC Drop” (2017)
- เพลงจากอัลบั้มล่าสุด: การแสดงดำเนินต่อเนื่องด้วยอีก 5 เพลงจากอัลบั้มใหม่ ได้แก่ “Aliens,” “FYA,” “SWIM” (เพลงหลักของอัลบั้ม), “Like Animals” และ “Normal”
- ช่วงปิดท้ายและอังกอร์: BTS ปิดโชว์ความยาว 60 นาทีด้วยเพลง “Dynamite” (2021) ก่อนจะกลับมาในช่วงอังกอร์ด้วยเพลง “Mikrokosmos” (2019)
การผสมผสานศิลปะร่วมสมัยและประเพณี
ทางค่าย BigHit Music ระบุว่า โปรดักชันครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการผสมผสานเวทีป๊อปร่วมสมัยเข้ากับภาพลักษณ์แบบเกาหลี มีการใช้สื่อศิลปะในรูปแบบภาพวาดพู่กันจีน (Ink-and-wash) ฉายลงบนโครงสร้างรอบข้าง และยังมีการแสดงจาก ศูนย์กุกกักแห่งชาติ (National Gugak Center) มาร่วมสร้างสีสันทางดนตรีแบบดั้งเดิม
ในส่วนของเครื่องแต่งกาย สมาชิกทั้ง 7 คนสวมชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดทหารและชุดในราชสำนักเกาหลีโบราณ ซึ่งนำมาตีความใหม่ผ่านเนื้อผ้าที่เหมาะสำหรับการแสดงบนเวที
เบื้องหลังความยิ่งใหญ่
โชว์นี้อยู่ภายใต้การดูแลของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ชื่อดัง Hamish Hamilton ซึ่งเคยร่วมงานกับซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง Beyoncé และ Madonna นอกจากนี้ คอนเสิร์ตดังกล่าวยังมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกผ่านทาง Netflix ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดสดการแสดงของศิลปินเดี่ยวแบบเรียลไทม์ครั้งแรกบนแพลตฟอร์มนี้อีกด้วย
