เวลากาแฟ/วิรัตน์ แสงทองคำ

ผ่านฉากอันตื่นเต้นแห่งการเดินทาง บรรยากาศคาเฟ่อันรื่นรมย์ มาลองทำเอง สัมผัสเครื่องมือตามยุคสมัย ตามกระบวนการแตกต่างและซับซ้อน .. หากจะไปไกลขึ้นอีก ต้องกล้าลงมือลงแรงมากกว่าที่ผ่านมา 

อย่างที่เคยเล่า บางเรื่องราวลืมไปบ้างแล้ว ไทม์ไลน์จึงขาดตอนไม่น่าติดตาม ดีที่มีสื่อสังคม ด้วยความหมกมุ่นได้ที่จึงบันทึกไว้ให้เพื่อน ๆ วงแคบ ๆ อ่านกัน ย้อนไปค้น ไปทบทวน มีบางมิติซึ่งซ่อนอยู่ พอจะให้ภาพแง่มุมใหม่ ๆ

มิถุนายน 2557 ชิม “กาแฟเขาใหญ่” (ภาพ 1) ด้วยความสนใจ มาจากไร่พีบี (แหล่งปลูกองุ่น ผลิตไวน์ ของตระกูลภิรมย์ภักดี) …เข้าใจว่าเป็นครั้งแรก ทดลองขาย ไม่ทำแบรนด์และหีบห่ออย่างเฉพาะ ว่ากันว่ากาแฟเขาใหญ่มีกาเฟอีนต่ำ บางคนก็ว่าเป็น Signature เนื่องจากปลูกในที่สูงไม่เกิน 800 เมตรจากระดับน้ำทะเล

1

ผ่าน “กาแฟเขาใหญ่” มาหลายปี จะอ้างเป็นแรงจูงใจสืบเนื่องโดยตรงก็ใช่ที่ ในปีนั้นเอง การเดินทางสัมผัสวัฒนธรรมเอสเปรสโซ่ ถึงปารีส เพิ่งไปมาหมาด ๆ ด้วย (อ่านเพิ่มเติมจากตอนย้อนรอยยุคสมัย”)

เมษายน 2561 เริ่มทดลองปลูกกาแฟขึ้น ณ ภาคอีสานพื้นที่สูง (ไม่มาก) เช่นกัน จัดหาซื้อกล้าพันธุ์จากเชียงใหม่ ผ่านระบบออนไลน์ ผู้ส่งล้างรากบรรจุกล่อง มาถึงบ้านกรุงเทพฯ เอาลงถุงดำทันที บริบาลไว้ที่นี่พักใหญ่

ตุลาคม 2561 มีโอกาสไปเยือนน่าน ดั้นด้นถึงมณีพฤกษ์ ต้นตำนานผู้นำกล้าพันธุ์กาแฟชั้นดีมาถึงเมืองไทย เกอิชา (Geisha) 5 ต้น (ภาพ 2) กำลังเดินทางมาถึงอีสานด้วย

2

เทียบเคียงกับไทม์ไลน์ ในปี 2560-2561 เป็นช่วงเวลาน่าทึ่ง ท่ามกลางประสบการณ์ “เวลากาแฟ” อย่างหลากหลายและพรั่งพรู มาจากการเดินทางกระชั้นถี่ (อ่านจากตอนโลกา(แฟ)ภิวัตน์และกระแสธารกาแฟไทย”) จากไม่ใกล้ไม่ไกล ไปถึงต้นธารแหล่งปลูกกาแฟ-ปากซอง สปป. ลาว (2560) บ้านแม่กำปอง เชียงใหม่ (2560) และบ้านมณีพฤกษ์ น่าน (2561) จนข้ามน้ำข้ามทะเล สัมผัสบรรยากาศร้านกาแฟหลากสไตล์ ณ Tokyo (2560) และข้ามอีกซีกโลกไปถึง Edinburgh (2561) เพื่อสัมผัสร้านกาแฟ “คลื่นลูกที่ 3”

กันยายน 2562 จากทริปเชียงใหม่ครั้งหนึ่ง (จากตอนเชียงใหม่: คนแปลกหน้าและกาแฟ”) ได้กาแฟขุนช่างเคียนติดมือมา กาแฟเพิ่งได้รางวัลที่ 1 จากงานกาแฟระดับชาติ แต่ไม่มีขายแล้ว ที่ซื้อมาเป็นของฤดูก่อนหน้านั้นซึ่งได้รางวัลที่ 5 ..แหล่งปลูกบนดอยสูงชื่อเดียวกัน ที่ซึ่งผู้คนมักมาชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 30 กิโลเมตร

จากนั้นปรากฏการแชร์ภาพการคั่วกาแฟด้วยมือ ในกระทะ แบบลองผิดลองถูก ด้วยอ้างว่า “ควรเป็นข้อปฏิบัติสำหรับคอกาแฟผู้เป็นเกษตรกรมือใหม่

เมษายน 2563  “Home Coffee Roaster” (ภาพ 3) เครื่องมือล่าสุดเพิ่งได้มา เป็นงานฝีมือช่างเชียงใหม่ สัมผัสได้ถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อซึ่งแปรผันท่ามกลางวิกฤตการณ์ COVID-19 ในจังหวะเดียวกัน กาแฟดิบ (green coffee beans) มีการค้าขายผ่านระบบออนไลน์กันมากขึ้น

3

Startup ผู้ผลิตเครื่องคั่วกาแฟขนาดเล็ก มองเห็นโอกาสในยามวิกฤต ในฐานะเจ้าของอู่ซ่อมรถกับช่วงเวลาช่างฝีมือโลหะการแทบไม่มีงานทำ …สัมผัสกระแสการเปลี่ยนแปลง ช่วงเวลายากลำบากขยายวงจรไปไกล จนถึงเกษตรกร ชุมชนต้นธารบนภูดอยภาคเหนือ  ภายใต้แรงบีบคั้นมีทางออกอยู่บ้าง มีบททดสอบ แบบทดลองใหม่ ๆ เป็นทางเลือก ในความพยายามทะลุทะลวงผ่านห่วงโซ่ยาวดั่งกำแพงมืดทึบขวางกั้น เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงได้ในบางระดับ..” ผมค่อนข้างมองในแง่ดีเกินไปบ้างในเวลานั้น (บางช่วงบางตอนจากเรื่องตัวละครเล็ก ๆ แห่งวิถีใหม่”)  . ในมุมมองผู้บริโภค ผ่านมาอีกระยะ ไม่ง่ายนักสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อย อยู่ต้นธารจะสามารถสร้างระบบแห่งความเชื่อถือ ให้สามารถเข้าถึงปลายทาง และแข่งขันกับโรงคั่วผู้ค้าอิสระ แต่ได้รู้แน่อย่างหนึ่ง ข้อต่อนี้มีมาร์จินสูงมากในห่วงโซ่อุปทาน

มุมมองโลกในแง่ดีเกินไป รวมไปถึงอีกบางเรื่องด้วย

มิใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับเกษตรกรวันว่างและสูงวัยในการทำงานหนัก ดูแลสวนกาแฟอย่างเข้มข้นต่อเนื่องในจังหวะสำคัญ ๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมผันแปร และควบคุมยาก ทั้งนี้สำหรับพื้นที่เกษตรกรรมกาแฟแปลงเล็ก ทั้งกระบวนการใช้ทักษะด้วยน้ำมือมนุษย์ รวมทั้งต่อสู้ทางความคิดความเชื่อว่าด้วยกาแฟอินทรีย์ในภาวะเผชิญภาระเพื่ออารักขากาแฟให้พ้นโรคและศัตรู

จากนั้นไม่นาน ไม่พบเห็น “กาแฟปากช่อง”แห่ง PB Valley อีกเลย ขณะกาแฟพันธุ์ Geisha ที่อีสาน แม้ผ่านการดูแลอย่างดี ก็ให้ผลผลิตน้อยมาก ในที่สุดไม่สามารถข้ามหน้าแล้งที่แล้งมากในปีที่ผ่านมาได้ ส่วนการบดกาแฟเอง ยังคงเป็นกิจกรรมในวันว่างที่น่าสนใจ

แต่มีอีกด้านซึ่งเติมเต็ม ไม่เพียงเป็นความรู้อันตกผลึกมากขึ้น ว่าด้วยกระบวนการกาแฟ ทั้งห่วงโซ่ จากต้นธาร จนถึงปลายทาง หากตอบสนองวิถีชีวิตบางช่วงเวลา ณ บ้านไร่กาแฟเล็ก ๆ บนเชิงเขา อย่างที่บางคนเรียกว่า “เกษตรกรโรแมนติก”

ไร่กาแฟหน้าฝนบนภูดอยปกคลุมทาบทาทั่วอาณาบริเวณ ดูเขียวครึ้ม เป็นคลื่น เป็นกลุ่ม ชุ่มฉ่ำ ช่วงเช้า ๆ มักมีหมอกหนาบางต่างกัน พอจะลดทอนความเขียวจีได้ดูนุ่มนวล ต่างระดับกันไปในแต่ละวัน คลี่คลาย ปรับเปลี่ยนตามสภาวะ เวลาและแสงอาทิตย์ อย่างไม่ซ้ำไม่จำเจ ตามสายตาผู้เฝ้ามอง ด้วยเข้าใจบทและกฎแห่งธรรมชาติ…” เคยให้ภาพฤดูกาลนี้ (ภาพ 4) ไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (จากตอนไร่กาแฟหน้าฝน”)

4

กับอีกฉาก ดูจะเร้าใจยิ่งกว่า ในปลายฤดูหนาว (ภาพ 5)  “หลังจากปรากฏการณ์แรงปะทะลมหนาวระลอกใหม่ ฝนเทลงมาติด ๆ กันสองวัน ...ดอกกาแฟบานสะพรั่งทั้งไร่ กลิ่นหอมจรุงใจ มีฝูงผึ้งบินว่อน เสียงปีกกระพือดังไม่ขาดสาย หมายความว่าฤดูกาลกาแฟใหม่เปิดฉากขึ้น..” (จากตอน ฤดูกาลใหม่”)

5

ว่าด้วยภาระหน้าที่แตกต่างกัน ในฐานะ “คอกาแฟ” คนหนึ่ง ผู้มีประสบการณ์ครอบคลุม แม้บางห่วงโซ่ไม่เข้มข้น หน้าที่หลักที่ควร คือผู้เล่าเรื่อง เฝ้ามองกระแส และความเป็นไป

___________________________________

 

หมายเหตุ :-ซีรีส์เรื่องราว “คอกาแฟ” คนหนึ่ง เวลาซึ่งผ่านพ้นราว 2 ทศวรรษ ในความพยายามควบคุม กระบวนการกาแฟ ทั้งห่วงโซ่ จากต้นธาร จนถึงปลายทาง ตั้งใจให้มีรูปภาพประกอบ ถ่ายทำจากสถานที่มีอยู่จริง เป็นผลงานของผู้เขียนเอง

.

ตอนที่ โหมโรง

ตอนที่ มาจาก WFH

ตอนที่ 3 ย้อนรอยยุคสมัย

ตอนที่ มิติแห่งแรงบันดาลใจ

ตอนที่ ข้อต่อและจุดเปลี่ยน

ตอนที่ 6 กระแสระหว่างทาง

ตอนที่ โลกา(แฟ)ภิวัตน์

ตอนที่ 8  กระแสธารกาแฟไทย

ตอนที่ 9 หลังฉาก Home Cafe


วิรัตน์ แสงทองคำ คอลัมนิสต์ ธุรกิจอิสระ ด้วยวัตรปฏิบัติ 4 ทศวรรษกับผลงานนับพันชิ้น งานบางส่วนปรากฏใน https://viratts.wordpress.com/และ https://www.facebook.com/วิรัตน์-แสงทองคำ เบื้องหลังฉาก “เวลากาแฟ” ดำเนินไปเป็นกิจวัตร ด้วยเรื่องราวและความคิดที่แตกต่าง เพิ่งจะเปิดสู่วงกว้างครั้งแรก @Marketeer online