ผ่าแผน Marketing สุดกวนยกกำลัง 2 ของ Deadpool 2

เพิ่งเข้าโรงฉายในไทยไปเมื่อ 16 พฤษภาคมที่ผ่าน สำหรับ Deadpool 2 ภาคต่อหนังยอดมนุษย์สุดแสบในเครือ Marvel ค่ายการ์ตูนอเมริกันชื่อดัง หลังภาคแรกเมื่อปี 2016 กลายเป็น Surprise Hit โกยเงินทั่วโลกถล่มทลายเกือบ 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 24,800 ล้านบาท) จากทุนสร้างเพียง 58 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1,798 ล้านบาท) จึงมีการคาดกันว่าการคืนจอใหญ่ของ Super Hero ชุดแดง ปากจัด ใช้ดาบคู่ เกลียด Wolverine เข้าไส้และตายยากจะพาทีม X-Force ทำเงินเปิดตัวทั่วโลกได้อย่างน้อย 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 9,300 ล้านบาท)

Deadpool Inside 1

คาดการณ์ดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่ และตัวเลขรายได้ทั่วโลกจะไปจบที่เท่าไหร่ เป็นประเด็นที่ทีมผู้สร้าง ค่ายหนังและคอการ์ตูน Super Hero จับตามอง ส่วนนักการตลาดและคนในวงการโฆษณาก็ให้ความสนใจกับภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ Ryan Reynolds ควบทั้งตำแหน่งนักแสดงนำและ Producer เช่นกันเพราะมี Marketing Campaign เป็น Viral ที่สนุก คิดนอกกรอบและทยอยปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง

ความแสบที่ถอดแบบมาจาก Super (Anti) Hero ชุดแดง

ถ้าให้จัดอันดับยอดมนุษย์ในอุดมคติจากการ์ตูนของ Marvel ที่เป็นคนดีทุกกระเบียดนิ้ว Captain America คงติด Top 3 แน่นอน ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับ Deadpool ที่ปากจัด ช่างประชด ทะลึ่งตึงตัง ยอมรับหรือปล่อยผ่านได้กับเรื่อง ‘เทาๆ’ จนบ่อยครั้งทำเรื่องดีด้วยวิธีการที่ผิด นอกจากนี้ยังหันมาพูดกับผู้อ่านอยู่บ่อยๆ แต่การ์ตูนจาก Idea ของ Rob Liefield และ Fabian Nicieza ซึ่งปรากฏสู่สายตาคอการ์ตูนครั้งแรกเมื่อปี 1991กลับมีแฟนเฉพาะกลุ่ม (Cult) ที่ติดตามอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดได้มีโอกาสขึ้นจอเป็นครั้งแรกใน X-Men Origins: Wolverine เมื่อปี 2009 โดยแม้อยู่ในฐานะตัวประกอบแต่ความแสบก็เริ่มปรากฏให้เห็น

จนเมื่อได้มีหนังเดี่ยวของตัวเองในปี 2016 ความแสบที่ถอดแบบจากการ์ตูน ทั้งการประชดประชัน และฉากรุนแรงต่างๆ จึงมาแบบจัดเต็ม ทำให้ไม่แปลกที่จะได้ Rate R แต่คอหนังกลับชอบ และพาหนังทำเงินสูงสุดทั่วโลกเป็นอันดับ 9 ของปีนั้น นอกจากนี้ยังเป็นหนังจากการ์ตูนชุด X-Men ที่ทำเงินสูงสุดอีกด้วย

ต่อยอดความแสบสู่ Marketing Campaign สุดกวน

Big Idea ติด Rate R ของ Deadpool ยังถูกนำไปต่อยอดใน Marketing Campaign มากมายเพื่อประชาสัมพันธ์หนังด้วย โดยภาคแรก Reynolds ใช้ Social Media แซวหนังเรื่องอื่นๆ ในนาม Deadpool อยู่หลายครั้ง ขณะที่ตัวหนังก็ Promote แบบประชดประชันว่าเป็นหนังเหมาะในการพาคู่รักไปดูเพราะฉายในช่วงวัน Valentine พอดี นอกจากนี้ยังมีการใช้ Emoji รูป หัวกระโหลก ก้อนอุจจาระ และตัวอักษร L ที่รวมกับเป็นชื่อหนังในภาษาอังกฤษบนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ (Billboard) ด้วย

deadpool billboard

deadpool inside

Idea แรงๆ ซึ่งทำให้คอหนังอมยิ้มและคนในวงการโฆษณาชื่นชม ยังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อหนังมีภาคต่อ เริ่มจาก No Good Deed หนังสั้นหลัง Logan หนังปิดฉาก Wolverine เมื่อปี 2017 เพื่อย้ำว่า Deadpool มาแน่นอน

จากนั้นก็มี Viral Campaign อีกหลายชิ้นตามมา เช่น การที่ตัวละครในเรื่องไปปรากฏอยู่บนภาพล้อเลียนภาพเขียนชื่อดัง และการให้ Celine Dion มาร้องและร่วมแสดงใน MV ประกอบภาพยนตร์พร้อมโยงไปสู่ Campaign โฆษณาขายสินค้าใน 7-Eleven รวมถึงล่าสุดกับการไปป่วน Manchester United และ Reynolds ลงทุนไปร้องเพลงภายใต้หน้ากาก Unicorn ในรายการ The Mask Singer ของเกาหลีใต้

ทำไมต้องยกกำลังสอง Marketing Campaign เกรียนได้โล่

จาก Viral Campaign ของ Deadpool 2 ที่มากด้วยปริมาณ ลูกบ้าและความกล้า เชื่อว่าคงมีหลายคนตั้งคำถามว่า “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้” คำตอบคือ ต้องกระตุ้นความอยากดูให้ได้มากที่สุด ถูกกดดันจากความสำเร็จของภาคแรก และต้องทำเงินสัปดาห์แรกให้สูงเข้าไว้ เพราะสัปดาห์ถัดมาคู่แข่งที่จะมาแย่งรายได้คือ Solo : A Star Wars Story ภาคแยกของหนังมหากาพย์สงครามอวกาศเรื่องดัง

ขณะเดียวกันหากหนังประสบความสำเร็จจะช่วยยกระดับให้ Reynolds สู่สถานะนักแสดงดังที่ชื่อขายได้ทั้งกับหนังฟอร์มใหญ่ และหนัง Super Hero เสียที เพราะแม้โลดแล่นอยู่ใน Hollywood มา 25 ปี แต่ผู้ชมทั่วโลกยังจดจำนักแสดงหนุ่มแคนาดาวัย 41 ปีผู้นี้ไม่ได้ และเคยล้มเหลวกับ Green Lantern หนัง Super Hero ภายใต้ชุดเขียวที่มีพลังต่างดาวเมื่อปี 2011 มาแล้ว /cnbc ,hollywoodreporter ,cinemablend ,wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer