“ข้าวหงษ์ทอง” ตั้งเป้า 5 ปี รายได้แตะหมื่นล้าน

ข้าวหงษ์ทอง ปรับกลยุทธ์รุกออนไลน์จริงจังตั้งเป้าโตเกิน 100% ส่วนราคาขายกำลังขอปรับเหตุราคาต้นทุนเพิ่ม ตั้งเป้าทั้งปีรายได้ทะลุ 6,000 ล้าน พร้อมตั้งเป้า 5 ปี รายได้แตะหมี่นล้าน

วัลลภ มานะธัญญา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด (BSCM) ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวแบรดน์ข้าวหงษ์ทอง กล่าวว่า ปัจจุบันข้าวหงษ์ทองมีอายุ 80 ปีแล้ว โดยปีที่ผ่านมามียอดขายประมาณ  250,000  ตัน เติบโต 15%  แต่มูลค่าการขายลดลงเล็กน้อยเนื่องจากราคาข้าวลดลง

สัดส่วนยอดขายแบ่งเป็นตลาดต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนของจำนวน 45% และในแง่ของมูลค่า 60% ซึ่งมูลค่าที่มากกว่าเกิดจากข้าวที่ส่งออกจะเป็นเกรดที่ดีกว่าขายภายในประเทศ โดยสินค้าที่ขายส่วนใหญ่ขายในตรา ตราหงษ์ทอง หรือ Golden Phoenix  เป็นตราหลัก มากกว่า 85%  ของจำนวนยอดขายทั้งหมด และสินค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้าวหอมมะลิมากกว่า 95% และมีสินค้าตราอื่นๆ ของบริษัทฯอีก 2-3 ตัว

ส่วนภายในประเทศจะดำเนินการโดยบริษัทเจียเม้งมาร์เก็ตติ้งจำกัดซึ่งคิดเป็นสัดส่วนของจำนวน 55% และในแง่ของมูลค่า 40% โดยมีส่วนแบ่งเฉพาะข้าวหอมมะลิราว 7%

สำหรับปีนี้ข้าวหงษ์ทองเตรียมปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวโดยการขายผ่านช่องทาง Online Marketing ทั้งทางสังคมออนไลน์อย่าง Website, Facebook, Instargram และ YouTube

รวมถึงการขยายช่องทางการขายผ่าน E-Commerce รูปแบบของ Marketplace Platform ทั้ง Lazada, 11street, Shopee, Weloveshoping และกำลังจะดำเนินการบน JD Central

ถึงปัจจุบันช่องทางออนไลน์จะมีสัดส่วนรายได้ยังไม่ถึง 1% แต่ยังมีโอกาสเติบโตได้สูง ด้วยพฤติกรรมของคนสมัยนี้ที่ต้องการความสะดวกสะบาย จึงคาดว่าในปีนี้จะเติบโตมากกว่า 100% และมากกว่า 200%”

นอกจากช่องทางออนไลน์แล้วยังมีช่องทางร้านค้าปลีกในชื่อหงษ์ทองเฮลท์สเตชั่น ที่เปิดตัวไปแล้ว 3 สาขา และล่าสุดยังเข้าซื้อกิจการร้านสินค้าสุขภาพ ชื่อร้านใบเมี่ยง อีก 4 สาขา เนื่องจากต้องการขยายกลุ่มเป้าหมายที่มากขึ้น

ขณะเดียวกันในส่วนของสินค้าล่าสุดได้เปิดตัวข้าวกล้องZuper Rice” เป็นการนำเอาสุดยอดข้าวกล้อง 3 สายพันธุ์มารวมกัน ด้านโปรโมชั่นก็ได้วางแผนที่จะทำตลอดทั้งปี

ด้วยราคาของต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้ขณะนี้ได้ยืนขอกรมการค้าภายใน เพื่อปรับราคาขายปลีกข้าวหอมมะลิ 5 กิโลกรัมจาก 260 บาท เป็น 290 บาท โดยปีในภาพรวมต้องการมีรายได้ทะลุ 6,000 ล้านบาทให้ได้

ทั้งนี้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้ามีรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายในการส่งออกไว้ประมาณ 400,000 ตัน หรือเติบโต 10% ต่อปี ซึ่งปัจจุบันมีโรงสีในจังหวัดนนทบุรี, ศรีสะเกษ, ร้อยเอ็ด และสุพรรณบุรีเป็นฐานการรับซื้อข้าวเปลือก และการผลิต ทั้งข้าวขาว ข้าวหอม มีกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 300,00 ตันต่อปี

เพื่อรองรับการผลิตที่มากขึ้นในส่วนของโรงสีได้วางแผนที่จะเปลี่ยนเป็นไลน์การผลิตอัตโนมัติทั้งหมดจากปัจจุบันที่มีอยู่ 1 ไลน์ โดยคาดว่าจะต้องใช้งบ 40-50 ล้านบาทในการเปลี่ยน 1 ไลน์ผลิต


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline