ชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (Metropolitan Electricity Authority) ประกาศชัดเจนว่า กฟน. จะต้องก้าวขึ้นเป็น
องค์กรชั้นนำด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในระดับสากล

ภาพรวมขององค์กรที่ค่อย ๆ ทยอยเปลี่ยนมาอย่างต่อเนื่องหลายปีนั้นจะต้องได้เห็นชัดเจน และมีพลังมากขึ้นในยุคสมัยที่เขาขึ้นเป็นผู้นำตำแหน่งสูงสุดขององค์กรแห่งนี้

ผู้นำที่พร้อมจะเรียนรู้ตลอดเวลา และปรับตัวได้เร็วกว่าคนอื่นเสมอ คือ Key Success ที่สำคัญขององค์กร เพื่ออยู่รอดอย่างมั่นคงและยั่งยืน

องค์กรนวัตกรรม MEA SMART

MEA Smart life Application ของ กฟน.คือ “App ยอดนิยม” อันดับ 1 ประเภท “สาธารณูปโภคและสวัสดิการภาครัฐ” จากการจัดอันดับ Government App Center (GAC) ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (EGA)

เป็น App ที่สามารถแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องง่ายๆ เพียง 2 คลิก ชำระค่าไฟฟ้าผ่านบัตร Visa, Master Card และช่องทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสด้วย Bar Code – QR Code สะดวกรวดเร็ว พร้อมตรวจสอบประวัติการใช้ไฟฟ้า ในรูปของกราฟและฟังก์ชันอื่น ๆ

ล่าสุด MEA Smart Life Application ยังได้รับรางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติระดับดีเด่น ประจำปี 2559 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) และโครงงาน MEA Online Payment “สะดวกจ่ายทุกที่ ทุกเวลา” ซึ่งพัฒนาระบบ
การรับชำระค่าไฟฟ้าผ่านตัวแทนฯ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ไฟ ฟ้าให้สามารถชำระค่าไฟฟ้าเกินกำหนดได้ รวมทั้ง การชำระผ่าน Application ด้วยระบบ Online ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ได้รับผลการพิจารณาในระดับดี

ทั้ง 2 โครงการสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนไปขององค์กรอายุ 58 ปีนี้ได้เป็นอย่างดีว่ามีความทันสมัยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในมุมมองของผู้ว่าการชัยยงค์ แล้วอาจจะยังไม่เพียงพอกับการเป ลี่ยนแปลงอย่างเร็วรวดในโลกอนาคต

การพลิกโฉมองค์กรเพื่อปรับตัวให้ พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงจึงจำเป็นต้องเกิดขึ้นตลอดเวลา พร้อมๆ กับต้องพลิกวิธีคิดของคน โดยเฉพาะผู้นำที่จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนที่สำคัญด้วย

ทุกวันนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปแล้วว่าทุกองค์กรจะต้องมีการนำระบบ ICT เข้ามาสร้างความได้เปรียบในทางการแข่ง ขันอย่างรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคุณสมบัติของผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดขององค์กร ไม่ควรเป็นแค่เพียงผู้นำที่มีวิสัยทัศน์เท่านั้น แต่ต้องเป็นผู้นำที่มีลักษณะโดดเด่นในการนำระบบ ICT มาเป็นเครื่องมือในการสร้างความ ได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่เน้นความแตกต่างและนอกกรอบมากขึ้น

ชัยยงค์ เป็นลูกหม้อเก่าแก่ที่เข้าใจถึงปัญหาและการทำงานในองค์กร มีประสบการณ์และผลงานที่เป็นรูปธรรมเป็นที่ยอมรับ ผนึกรวมกับความรู้ความเข้าใจในเ รื่องเทคโนโลยีเป็นอย่างดี ที่สำคัญนอกจากเขาจะเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่ลึกล้ำแล้ว เขายังเป็นนักการตลาดและประชาสัมพันธ์ตัวยงอีกด้วย

เขากล่าวว่า “คำว่า Creative น่าจะเป็นคำตอบที่แสดงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของผมได้ดีที่สุดครับ”

Creative หรือนวัตกรรมในความหมายของเขาเป็นเสมือนเส้นผมบังภูเขา

“ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ต้องคิดใหม่ หรือไปลงทุนวิจัยมากๆ มันเป็นแค่การดึงเอาคุณค่าที่สำคัญของสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา หรือบางครั้งก็เกิดจากการรวบรวมความคิดของหลายๆคนและนำมาผสมผสานกันให้เป็นสิ่งใหม่ๆ ให้เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถรับรู้หรือมองเห็นประโยชน์และคุณค่าของมันได้อย่างชัดเจนขึ้น ภายใต้หลักคิดที่ว่าเราจะไม่ทำในสิ่งที่คนอื่นทำแล้ว และเราจะไม่ทำซ้ำในสิ่งที่เราเคยทำแล้วเช่นกัน”

การที่ กฟน. จะก้าวขึ้นเป็นองค์กรชั้นนำด้าน ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในระดับสากลได้อย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่วางไว้นั้น เขาย้ำว่าต้องพลิกภาพลักษณ์ให้เป็นองค์กรที่ทันสมัย มีนวัตกรรม ถึงแม้หลายปีที่ผ่านมาองค์กรแห่งนี้
จะมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอดเวลาก็ตาม แต่ครั้งนี้ต้อง “แรง” กว่าเดิม

 

ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง

ชัยยงค์บอกว่า การที่จะให้องค์กรขนาดใหญ่เปลี่ยนแปลงได้นั้นผู้นำต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้พนักงานเห็นและพาตัวเองเข้าไปอยู่ในใจของทุกๆคนให้ได้ก่อน โดยเขาพยายามทำใน 4 เรื่องหลักคือ

1.เริ่มเปิดตัวกับสาธารณชนและสื่อมวลชนมากขึ้นถึงการเป็นผู้นำที่ทันสมัยลุยงานเอาจริงเอาจัง สนุกสนาน อารมณ์ดี และติดดิน เป็นกันเองกับลูกน้องและทุกคนในภาพลักษณ์ของคำว่า “มีมาด ฉลาดคิด ติดดิน”

2.ลงพื้นที่เองในทุกโครงการสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ เช่น เรื่องของการเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดิน พร้อมๆ กับให้ความสำคัญในเรื่องประชาสัมพันธ์และสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้ความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

3.สร้างความสุขให้กับพนักงานในสถานที่ทำงานด้วยการปรับปรุงสถานที่ทำงาน โรงอาหารให้ดูสวยงามทันสมัย ต้องหาอะไรบางอย่างมาเติมเต็มให้ ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ตาม LifeStyle แบบ Happy Workplace

4.ต้องพยายามสื่อสารแบบไม่เป็นทางการกับพนักงานมากขึ้น โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นการประชุมหรือสัมมนาแบบเป็นทางการทุกครั้งไป

“หลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ผมต้องแสดงวิสัยทัศน์ครั้งใหญ่เพื่อให้คนในองค์กรเข้าใจว่าทิศทางขององค์กรต่อไปจะเป็นอย่างไร จะขับเคลื่อนไปทางด้านไหน ทุกคนต้องปรับตัวเองอย่างไร” เขากล่าวย้ำ

นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีใหม่ๆที่เกิดขึ้นในเกื อบทุกนาทีทำให้ผู้ว่าการคนใหม่ไ ด้ให้แนวทางในการวางยุทธศาสตร์ไ ว้ว่า Non-Strategy, Our Strategy :ยุทธศาสตร์แบบไร้ยุทธศาสตร์ สำหรับการทำงานอีกด้วย

“ประโยคนี้ไม่ได้แปลว่า ชกแบบมวยวัดนะครับ แต่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแล้วในยุคปัจจุบัน”

เมื่อก่อนการวางยุทธศาสตร์ว่าองค์กรจะใช้กลยุทธ์อะไร ใช้ทรัพยากรอย่างไร เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ ถูกวางไว้ครั้งละ 5 ปี 10 ปี แต่ต่อมาต้องถูกขยับให้มีการทบทวนและปรับปรุงเร็วขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเร็วขึ้นๆอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งไม่สามารถวางยุทธศาสตร์ ให้รองรับภาพในอนาคตที่ชัดเจนได้เลยทีเดียวการวางยุทธศาสตร์จึงไม่สามารถทำได้หากแต่การปรับตัวหรือความคล่องตัวในการรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจึงน่าจะเป็นสิ่งสำคัญกว่าการวางแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งก็คือการวางแผนแบบ “ยุทธศาสตร์แบบไร้ยุทธศาสตร์” นั่นเอง สรุปง่ายๆได้ว่าหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ในที่นี่คือ องค์กรต้องมี “ความคล่องตัวอย่างมากขึ้น” นั่นเอง

สร้างคนพันธ์ุใหม่ รับ Thailand 4.0

ต้องยอมรับว่าความสำเร็จของ กฟน. ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา “คน” คือสิ่งสำคัญที่สุด แต่ในขณะเดียวกันในอนาคต คนแบบไหนที่องค์กรต้องการ เพื่อให้ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

“เด็กรุ่นใหม่ๆที่เข้ามาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ต่อไปจะเป็นกำลังสำคัญอย่างมาก ดังนั้นเราจะพยายามปลูกฝังและบ่มเพาะคนพันธุ์นี้
ให้สามารถต่อยอดขยายผลงานที่มีคุณค่าโดยผลักดันให้เขาคิดนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นมา ผมได้ให้หลักการไปว่าคุณคิดอะไร ขึ้นมาจะเกี่ยว หรือไม่เกี่ยวกับไฟฟ้าก็ได้ โดยมีเงื่อนไขอยู่ 2 ข้อ คือ 1. อะไรที่มีคนทำแล้วห้ามทำ 2. อะไรที่คุณเคยทำแล้วก็ห้ามทำ ปรากฏว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีไอเดียใหม่ๆ ดีๆ เกิดขึ้นใน กฟน. อย่างมากมาย”

นอกจากนั้นสิ่งที่ต้องตระหนักและปรับตัวก็คือ ความเร็วทั้งกระบวนการคิดและการ ทำงานผ่านการประชุมสายงานทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อถ่ายทอดแนวความคิด มุมมอง เทคนิค หรือสิ่งที่เป็นนวัตกรรมให้นำไป คิดต่อยอดกันต่อไป

รวมทั้งได้จัดทำโครงการต่อเนื่องในเชิงโครงงานประกวดนวัตกรรม หรือโครงการงานวันวิชาการ นำเสนอผลงานต่อต่างประเทศผ่านการสัมมนา เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับหน่วยงานไอซีที หน่วยงานด้านไอซีทีจะได้เปรียบตรงที่มันมีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้ตลอดเวลา เพียงแต่เราต้องนำมันมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับลูกค้าให้มากที่สุด

เขายังกล่าวว่า วันนี้คนไม่ได้ใช้เหตุผลอย่างเดียวในการซื้อของหรือใช้บริการ แต่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจด้วย ดังนั้นเราจึงไม่ควรใช้สมองซีกซ้ายอย่างเดียวในการคิดเพราะจะไม่ตอบโจทย์

“ต้องใช้สมองซีกขวาให้มากขึ้นมีจินตนาการให้มากขึ้น การที่เราใช้สมอง 2 ซีกคิด ยังไงก็ชนะคนใช้สมองซีกเดียวคิด นี่คือวิธีการคิดในการทำงานของผ มที่ต้องการให้คนรุ่นต่อๆ ใน กฟน.คิดแบบนี้ด้วย”

เปิดทศวรรษใหม่ของ กฟน.

ชัยยงค์กล่าวต่อว่า กฟน.ให้ความสำคัญกับนโยบายเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลเป็นอย่างมาก และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือตาม แผนพัฒนามาตรฐาน (standard) ที่ภาครัฐกำหนดขึ้น เพื่อผลักดันและวางแผนให้สอดรับ กับการมุ่งเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (National Single Window) ระหว่างหน่วยงาน ให้เกิดการทำธุรกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วยระบบใดระบบหนึ่ง

โดยในปี 2560 กฟน.ได้มีการวางแผนขับเคลื่อนระ บบการให้บริการทั้งหมดเป็น Mobile / Digital Service ทั้งหมดอยู่แล้ว รวมทั้งเรื่องของนโยบายสังคมผู้สูงอายุทาง กฟน. ก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เหมือนกัน เช่นมีการเก็บข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่เพื่อพัฒนาการบริการรองรับผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มนี้ด้วย

ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับ กฟน. ต่อจากนี้ไป ระบบไฟฟ้าต้องมั่นคง บริการที่ทันสมัย มั่นใจ เหนือความคาดหวังและความรับผิดชอบห่วงใยต่อสังคม จะถูกบูรณาการเข้ากับระบบ ICT มากยิ่งขึ้น นับว่าเป็นการเปิดศักราชใหม่ในโลกดิจิทัลของ กฟน. เลยทีเดียว

“ผมอาจจะมีข้อจำกัดในวาระการทำงานเพียงแค่ 2 ปี แต่สิ่งที่สำคัญคือผมต้องพยายามเพาะคนพันธุ์ที่ดีในองค์กร บำรุงรักษาคนพันธุ์ใหม่นี้ให้ดีและเพาะต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนขององค์กร” ผู้ว่าการ กฟน. คนใหม่สรุปอย่างมุ่งมั่น

 

วิถีชีวิตผู้ว่าการดิจิทัล

“เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคิดเลยครับว่าวันหนึ่งผมจะก้าวมาเป็น ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงได้ เพราะปู่ผมคือหัวหน้าจับกัง พ่อผมเป็นช่างฟิต เป้าหมายชีวิตก็เลยไม่ได้ตั้งไว้สวยหรู พอเรียนจบชั้นมัธยมศึกษ ปีที่ 3 ที่วัดราชโอรสก็เลยอยากเรียนต่อทางด้านช่างกล เพราะเด็กช่างกลเมื่อ 30 กว่าปีก่อนนั้น มันเท่ (ลากเสียงยาว)”

ชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงคนใหม่ ที่รับตำแหน่งไปเมื่อเดือนกันยา ยน 2559 ที่ผ่านมา กล่าว กับ Marketeer
อย่างคนอารมณ์ดี วันนั้นเขาอยู่ในลุคที่ดูสบาย ๆ ดูแตกต่างไปจากผู้บริหารระดับสูงขององค์กรทั่วไป

เรื่องราวในชีวิตและวิธีคิด ของคนที่จะเข้ามาเตรียมพร้อมองค์กร เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกน่าสนใจทีเดียว เป็นเพราะเป็นเด็กหัวดี พอจบชั้น มศ.3 ชัยยงค์สามารถสอบเข้าสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “เทคนิคไทย-เยอรมัน” ในสมัยนั้น (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือในปัจจุบัน)

เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเพราะการมาเรียนที่เทคนิค ไทย-เยอรมัน หลักสูตรจะเน้นในเรื่องปฎิบัติอย่างเข้มข้นตามหลักสูตรของเยอรมนีไม่ว่าจะเข้ามาเรียนในสาขาไหน ทุกวันต้องฝึกงานฝีมืออย่างหนัก ทั้งตะไบ เลื่อย กลึง ไส เชื่อม ตีเหล็ก ทุกอย่างที่เป็นงานช่าง

“สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในช่วงการทำงาน ในเวลาต่อมาได้อย่างดีมาก ๆ จะใช้ใคร หรือสั่งงานอะไร เราจะมองเห็นหมดถึงความยากง่าย หรือระวังอันตรายในเรื่องไหนอย่างไรบ้าง เพราะตอนเรียนเราเจอมาหมดแล้ว”

“บางช่วงผมเกเรมากเรียนได้เฉลี่ยเพียง 1.6 แต่บางครั้งที่มีความมุมานะ ก็สามารถทำไปได้ถึง 3.7 และเรียนจบปริญญาตรีสาขาไฟฟ้ากำลัง เกียรตินิยมอันดับ 2”

เรียนจบก็มาสอบเข้าการไฟฟ้านครหลวงและวางเป้าหมายไว้ว่าจะต้องต่อโททางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า แต่พอได้เข้าทำงานเป็นช่วงที่ กฟน.เริ่มเอาคอมพิวเตอร์มาควบคุมการจ่ายพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจ เลยเบนเข็มไปศึกษาต่อปริญญาโท สาขาคอมพิวเตอร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจนจบ พร้อมด้วย วิทยานิพนธ์ในระดับ “ดีมาก” ในหัวข้อเรื่อง การใช้ไมโครคอมพิวเตอร์เพื่อการควบคุมระยะไกล “Use of Microcomputer in Remote Control System”

ความรู้พื้นฐานดั้งเดิม เรื่องการไฟฟ้าผนวกรวมกับศาสตร์ใหม่ๆ ทางด้านคอมพิวเตอร์ที่เขาเรียนด้วยความสนุก ทำให้เขาเป็นหนุ่มใหญ่รุ่นใหม่ที่ มีความสามารถคนหนึ่งขององค์กร

ผลงานที่สร้างชื่อก่อนขึ้นมารับ ตำแหน่งคือเป็นผู้บริหารโครงการ GIS 1:1000 ซึ่งเป็นแผนที่ที่มีความละเอียด ที่สุดเท่าที่มีในปัจจุบัน รวมทั้งการนำระบบ ICT เข้ามาใช้ในการให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้า เช่น MEA Smart Life ซึ่งเป็น Application บนสมาร์ทโฟนของหน่วยงานภาครัฐแห่งแรก ๆ ที่สามารถให้บริการประชาชนผ่านมือถือมาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีการขยายผลไปเชื่อมต่อกับระ บบงานภาคสนาม (Field Force Management) สำหรับการรับแจ้งและแก้ไขเหตุไฟฟ้าขัดข้องด้วยความรวดเร็ว เป็นต้น

ปี 2553 เขา ได้เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้ านครหลวงที่มีอายุน้อยที่สุด เท่าที่เคยมีมาของ กฟน.

จากวิธีคิดและผลงานต่างๆ ของชัยยงค์ และการเป็นคนที่มีคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ซึ่งสะท้อนให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่แค่การขายฝัน ดังนั้นไม่ใช่เรื่องเกินความคาด หมายเลยเมื่อ คณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง ได้มีมติเห็นชอบให้ ชัยยงค์ พัวพงศกร เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กฟน. คนที่ 16 ตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ กฟน. เสนอ เมื่อเดือน กันยายน 2559 ที่ผ่านมา



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer