Trend/หนึ่งในความเคลื่อนไหวใหญ่สุดของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกช่วงราว 10 ปีมานี้คือการมุ่งผลิตรถอีวีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% และทยอยลดสัดส่วนผลิตรถใช้น้ำมันลงของค่ายรถมากมาย

Volvo ก็ไม่ตกเทรนด์ ด้วยการประกาศในปี 2021 ว่าเพิ่มสัดส่วนการผลิตรถอีวีเป็น 50% และมุ่งสู่การผลิตแต่รถอีวีทั้งหมดให้ได้ภายในปี 2030 แต่ล่าสุดมีเหตุให้เปลี่ยนแผน
แบรนด์รถสวีเดนประกาศว่า แผนปักหมุดผลิตแต่รถอีวีทั้งสายพานการผลิตในปี 2030 ไม่สามารถทำได้ตามเป้าเสียแล้ว เพราะตลาดรถอีวีโดยเฉพาะยุโรปที่เป็นตลาดสำคัญของบริษัทโตช้าลง

ตามความต้องการของผู้บริโภค หลังรัฐบาลบางประเทศยกเลิกมาตรการสนับสนุนผ่านการลดภาษีซึ่งเคยสามารถจูงใจในการซื้อรถอีวี ประกอบกับการสร้างจุดชาร์จรถอีวีในบ้านก็ลดลง
และยังมาเกิดสงครามระหว่างรอบใหม่ระหว่างยุโรปกับจีนอีก หลังสหภาพยุโรปเพิ่มกำแพงภาษีต่อรถอีวีผลิตในจีนที่นำเข้ามาในยุโรป จาก 17.4% เป็น 37.6% ซึ่ง Volvo ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ

จากการที่สายการผลิตส่วนใหญ่อยู่ในจีน และบริษัทยังอยู่ใต้ Geely ของจีนจากการถูกซื้อกิจการเมื่อปี 2010 อีกด้วย
แม้โปรเจกต์รถอีวีช็อตไป แต่ Volvo ก็ยังคงเดินหน้าต่อแบบลดเกียร์และรถอีวียังมีความสำคัญ โดยตั้งเป้าว่าในปี 2030 รถอีวีกับไฮบริด จะครองสัดส่วน 90% ของสายการผลิตทั้งหมด

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของ Volvo มีขึ้นหลังสมาคมบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ยุโรปรายงานว่า เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมายอดขายรถอีวีทั่วทวีปยุโรปลดลง 10.8%
และสัดส่วนรถอีวีในตลาด ณ กรอบเวลาเดียวกันก็อยู่ที่ 12.1% ลดลงจาก 13.5% จากกรกฎาคมปี 2023
สำหรับ Volvo ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยุโรปแบรนด์เดียวที่ปรับแผนหรือเปลี่ยนเป้าในการผลิต โดย Mercedes-Benz ของเยอรมนีก็เลื่อนแผนผลิตรถอีวี

ให้ได้ 50% ของสัดส่วนการผลิตทั้งหมด จากปี 2025 ไปเป็นปี 2030 หลังความต้องการผู้บริโภคลดลง และรัฐบาลเยอรมนียกเลิกการลดภาษีรถอีวี
ข้ามไปสหรัฐฯ GM กับ Ford ก็ลดการผลิตรถอีวีลง และเลื่อนเป้าหมายในการผลิตออกไป หลังตลาดรถอีวีโตช้ากว่าที่คาดไว้

ในส่วนของ Ford เผยว่า แม้ยอดขายรถอีวียังถือว่าดีอยู่ แต่ความต้องการก็ไม่มากอย่างที่คาดไว้ ทำให้ปีกธุรกิจรถอีวีขาดทุนไปแล้ว 2,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 83,800 ล้านบาท) นำมาสู้แผนแก้เกมต่าง ๆ

เช่น ลดเงินลงทุนในการผลิตรถอีวี โดยจากที่เคยครองสัดส่วน 40% ของการลงทุนทั้งหมด ต่อไปจะลงมาอยู่ที่ 30%
และย้ายฐานผลิตแบตฯ รถอีวีจากโปแลนด์กลับมาสหรัฐฯ เพื่อลดต้นทุนและให้ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐฯ
สถานการณ์ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์ยังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถใช้น้ำมันไปเป็นรถอีวี ถือเป็นโอกาสให้รถเครื่องยนต์ลูกผสมหรือไฮบริดได้สอดแทรกเข้ามา จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ยอดขายไฮบริดอาจเพิ่มขึ้นจากนี้/bbc, japantoday, cnn, reuters
–
