ปัจจัยหลัก ๆ ที่ผู้คนจะตัดสินใจเลือกใช้โอเปอเรเตอร์ค่ายต่าง ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของความเร็วของสัญญาณ โปรโมชั่นที่คุ้มค่า และการบริการที่เข้าถึงหัวใจ ซึ่งทั้ง 3 ค่ายในไทยอย่าง AIS, DTAC และ TrueMove H ก็สามารถทำปัจจัยที่กล่าวมาได้ในคุณภาพที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน

จุดตัดสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์เพื่อที่จะรักษาฐานลูกค้าเดิมพร้อมกับเพิ่มลูกค้าหน้าใหม่ให้ย้ายเข้ามาอยู่ในค่ายของตัวเองได้ จึงเป็นเรื่องของ “การสื่อสารแบรนด์ไปยังผู้คน” หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ นั่นก็คือการโฆษณา ที่ไม่ได้บอกแค่ในเรื่องของความเร็ว แรง และพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณ แต่ยังรวมไปถึงประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ ที่ผู้บริโภคจะได้รับจากค่ายต่าง ๆ อีกด้วย

โดยทั้ง 3 ค่ายต่างก็งัดกลยุทธ์เด็ดมาแข็งขันกันอย่างดุเดือด เริ่มจากค่ายสีเขียวอย่าง AIS ในเมื่อจุดแข็งของแบรนด์คือคุณภาพของสัญญาณ แบรนด์จึงต้องการตอกย้ำการรับรู้ของลูกค้าที่ใช้บริการ 4G อยู่แล้ว หรือลูกค้าเดิมที่กำลังจะเปลี่ยนมาสู่ 4G อย่างเต็มตัวด้วย message ของ “ความไว้ใจ” เพื่อไม่ปล่อยให้ลูกค้าย้ายไปค่ายของคู่แข่งที่มาแรงอย่าง TrueMove H เพราะปัจจุบันสัญญาณ 4 G ของ TrueMove H นั้นครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย และครอบคลุม 98% ของประชากรไทยเรียบร้อยแล้ว

มาถึงค่ายสีฟ้าอย่าง DTAC บ้าง ที่แม้จะมีจุดเด่นในเรื่องของค่าบริการที่ถูกกว่าค่ายอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้น DTAC ก็ยังไม่สามารถเจาะตลาดรากหญ้าได้เท่ากับ AIS และไม่ได้มีจุดแข็งในเรื่องของสัญญาณที่มีคุณภาพอย่าง AIS หรือ TrueMove H

และเมื่อกำลังในการต่อสู้ไม่เพียงพอ DTAC จึงตัดสินใจเล่นในเกมของตัวเอง ด้วยการสื่อสารที่เน้น Emotional กับภาพลักษณ์ของความใจดี, เข้าถึงง่าย, เป็นกันเอง กับ Message หลักของแคมเปญล่าสุดอย่าง “ทุกความรู้สึกดีๆ ต้องดีได้อีก” เพื่อจุดประสงค์ในการรักษาฐานลูกค้าเก่าไม่ให้ย้ายออกไป และดึงลูกค้าเดิมให้กลับมาอยู่กับ DTAC อีกครั้ง

มาถึงค่ายสุดท้ายที่แม้ส่วนแบ่งในตลาดโอเปอเรเตอร์จะอยู่อันดับ 3 แต่ด้วยสรรพกำลังและความพร้อมที่มีอยู่ในมือ TrueMove H จึงเป็นคู่แข่งที่ 2 ค่ายในข้างต้นต้องมีหวั่น ๆ กันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนความถี่ของคลื่นที่มีอยู่ในมือครบทั้ง 4 ความถี่ นั่นคือ 850, 900, 1800 และ 2100 ขณะที่ AIS และ DTAC มีเพียงแค่ 3 คลื่นความถี่กันเท่านั้น และด้วยจำนวนคลื่นความถี่ที่มากกว่าจึงทำให้ TrueMove H มีสัญญาสัมปทานที่นานกว่า และจำนวนช่องสัญญาณที่มากกว่าไปโดยปริยาย

ยิ่งไปกว่านั้น Message ที่ TrueMove H สื่อสารไปยังผู้บริโภคยังเป็น Message ที่ครอบคลุมสิ่งที่ AIS และ DTAC ใช้ในการสื่อสาร นั่นคือความไว้ใจ และเรื่องของ emotional

โดยสะท้อนออกมาในรูปแบบของการเป็นปัจจัยที่ 5 ที่จะเชื่อมต่อและช่วยทำให้ปัจจัยที่ 4 อย่าง ที่อยู่อาศัย อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เป็นเรื่องที่สะดวกสบายมากขึ้น สิ่งที่ TrueMove H พูดถึงจึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ Lifestyle แต่ยังรวมไปถึงความจำเป็นที่จะต้องมีเครือข่ายที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืนอยู่ในชีวิตของทุกคนอีกด้วย

สุดท้ายแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริโภคว่าแบรนด์ไหนจะตอบรับไลฟ์สไตล์ในยุค 4G ของพวกเขาได้อย่างรอบด้านที่สุด