ด้วยตระหนักในภารกิจสำคัญของการเป็นสถาบันการศึกษาที่มีหน้าที่ผลิตบุคลากรระดับคุณภาพสู่สังคมไทย MBA จุฬาฯ ไม่เคยหยุดนิ่งพัฒนาการเรียนการสอน โดยมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรได้สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ 3i หรือ innovative Learning Hub ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นิสิตมีทักษะการคิดวิเคราะห์ และจัดการปัญหา (Soft skill) ซึ่งปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างผลสำเร็จให้กับงาน

นวัตกรรมการเรียนรู้ 3i หรือ innovative Learning Hub ประกอบด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ 3 ด้าน ได้แก่รูปแบบการสอนที่ทันสมัย (i – Approach) ด้านการเสริมสร้างประสบการณ์อย่างแท้จริง (i – Experience) และด้านสิ่งแวดล้อมทางการเรียนที่ทันสมัย (i – Facility) ซึ่งเป็นแนวทางการเรียนการสอนแบบบูรณาการที่จะสร้างมหาบัณฑิตให้คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น

การคว้ารางวัล Finalist สามปีซ้อนในการแข่งขันวิเคราะห์กรณีศึกษาทางธุรกิจ โครงการ SCB Future Leader Challenge ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงศักยภาพการเรียนการสอนผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้ i – Experience หนึ่งในแนวคิด innovative Learning Hub หรือ 3i ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมให้นิสิตมีทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

ดร.คณิสร์ แสงโชติ

กรรมการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า องค์ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างบัณฑิตที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับสังคมการทำงานในยุคปัจจุบันได้ แต่ยังต้องอาศัยทักษะการคิดวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาได้ด้วย โดยนวัตกรรมการเรียนรู้ i – Experience เป็นการสอนผ่านการปฏิบัติจริง ซึ่งนอกจากการเรียนผ่านสถานการณ์จำลองเพื่อให้นิสิตเข้าใจสถานการณ์ในแง่มุมต่างๆ ทางธุรกิจได้ดีขึ้นแล้ว หลักสูตรฯ ยังสนับสนุนนิสิตให้ไปแข่งขันเวทีประกวดด้านธุรกิจทั้งระดับชาติ และนานาชาติ ด้วยการจัดอบรมความพร้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้นิสิตมีความมั่นใจพร้อมรับกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะเพิ่มคุณค่าให้กับองค์ความรู้ที่ได้รับ

“เราเน้นให้นิสิตทุกคนได้รับโอกาสเท่ากันหมด เมื่อผ่านเข้ารอบการแข่งขัน เราจะจัดรุ่นพี่ที่เคยผ่านการแข่งขันในรายการนั้นๆ มาก่อนให้มาช่วยถ่ายทอดประสบการณ์ให้ เพื่อเป็นการแนะนำให้เห็นภาพรวมเบื้องต้น เมื่อนิสิตผ่านเข้าไปสู่รอบชิงก็จะจัดอาจารย์ที่ปรึกษาให้เหมาะสมกับเนื้อหาการแข่งขัน ในขณะเดียวกันเราใช้กระบวนการเดียวกันนี้ พัฒนานิสิตที่ไม่ได้เข้าแข่งขัน ให้ได้รับประสบการณ์เดียวกัน ผ่านวิชาที่จะเปิดเพิ่มในอนาคตอีกด้วย” ดร.คณิสร์กล่าว

กรรมการหลักสูตร MBA จุฬาฯ และอาจารย์ที่ปรึกษาของทีมแข่งขัน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการคิดวิเคราะห์แล้ว เรายังเสริมด้วยทักษะการเล่าเรื่อง (Storytelling) ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันการแข่งขัน แต่ยังมีความสำคัญต่อโลกแห่งความเป็นจริงในการทำงานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำที่สามารถถ่ายทอดความคิดของตัวเองออกมาให้ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานเข้าใจและเห็นภาพย่อมสร้างโอกาสความสำเร็จได้ดีกว่าผู้นำที่ไม่สามารถบอกเล่าความคิดของตัวเองออกมาให้ผู้ตามเข้าใจได้โดยง่าย

ทั้งนี้ โครงการ SCB Future Leader Challenge เป็นหนึ่งในเวทีการแข่งขันที่ MBA จุฬาฯ ให้การส่งเสริมนิสิตเข้าร่วมแข่งขันมาตลอดสามปีนับแต่โครงการเริ่มต้นในปีแรก โดยนิสิต MBA จุฬาฯ คว้ารางวัล Finalist อย่างต่อเนื่องสามปีซ้อน รางวัลแห่งความสำเร็จนี้ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจให้กับคณะกรรมการหลักสูตร แต่ยังพิสูจน์ชัดถึงศักยภาพการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จริงที่สะท้อนผ่านความสำเร็จของนิสิต

 

ธนัท โชติรสเวคิน หัวหน้าทีม BARESOUL ผู้คว้ารางวัล Finalist ปีล่าสุด กล่าวว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงบนเวทีการแข่งขัน แม้จะเป็นเพียงส่วนเสริมให้กับการเรียนรู้ในห้องเรียน แต่ก็สร้างคุณค่าต่อการจดจำซึ่งทำให้ตนมีความพร้อมมากขึ้นกับการทำงานในโลกแห่งความเป็นจริง

“ในการแข่งขันเราจะเจอกับเคสที่มีโอกาสได้เจอกับชีวิตการทำงานจริงๆ มากกว่า และยากกว่าเรียนผ่านเคสในห้องเรียน เพราะในการทำงานจริง เราต้องวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยตัวเอง ต้องมองปัญหาให้ออก ตีโจทย์ให้แตก ถึงจะเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมได้ อีกประเด็นคือการเรียนผ่านเคสในห้องเรียนเป็นการสื่อสารทางเดียว ต่างจากการแข่งขันที่จะมีผู้บริหารมาให้ฟีดแบ็กเรา ทำให้เรารู้สึกท้าทายกับสิ่งที่เราคิด แล้วก็มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น”

ทางด้านกฤษฎา เพียรเสมอ รองหัวหน้าทีม BARESOUL กล่าวเสริมถึงความสำคัญของทักษะการเล่าเรื่องว่า นอกจากช่วยให้ผู้เล่าสามารถสื่อสารได้ตรงประเด็นให้ผู้รับสารเข้าใจได้ง่ายแล้ว ยังช่วยให้ผู้เล่ามีโอกาสได้ฝึกฝนทักษะการลำดับความคิดซึ่งสำคัญกับชีวิตการทำงานมาก

“บางทีเราต้องเข้าใจว่าคนฟังเขาไม่ได้คิดมากับเราตั้งแต่ต้น เขาไม่รู้หรอกว่าเราคิดอะไรไว้อยู่บ้าง ถ้าพูดออกไปแบบไม่มีเรื่องราวไม่มีลำดับขั้นตอน เขาอาจตามความคิดเราไม่ทัน อย่างตอนแข่งขันทุกทีมจะได้โจทย์เดียวกัน เวลาวิเคราะห์ปัญหาและเสนอแนะกลยุทธ์บางทีอาจไม่ได้แตกต่างกันมากนัก การจะบอกกรรมการว่ากลยุทธ์ที่เราคิดดีกว่านะ เราต้องโน้มน้าวให้ท่านเชื่อให้ได้ การมีแนวทางในการเล่าเรื่องที่ดี เช่น เริ่มจากปัญหาของเขาคืออะไร บอกถึงกลยุทธ์ที่เรานำเสนอ และบอกว่ากลยุทธ์ของเราดีอย่างไร ซึ่งทักษะเหล่านี้เราจะได้รับการเทรนอยู่ตลอดเวลาในแต่ละวิชาที่เรียน”

ทั้งนี้ BARESOUL เป็นทีมที่คว้ารางวัล Finalist จากเวทีประกวดระดับโลก เป็นการแข่งขันวิเคราะห์กรณีศึกษาทางธุรกิจ ในโครงการ SCB Future Leader Challenge 2016 โดยทางธนาคารไทยพาณิชย์จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 สมาชิกในทีมประกอบด้วย นายธนัท โชติรสเวคิน, นายกฤษฎา เพียรเสมอ, นายภารุจ หลิมสมบูรณ์ และนายเขมนาท ซิลวา