ร้านซูชิ เปิดเยอะจนล้นตลาด ปี 67 ต้องแห่ปิดตัว ร้านอาหารญี่ปุ่นโดยรวมก็ชะลอตัวตามไปด้วย (วิเคราะห์)

การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยทำให้กำลังการซื้อของผู้บริโภคลดลง ส่งผลให้การแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในไทยเสมอมา ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวได้ ส่งผลให้ในปี 2567 อัตราการเพิ่มขึ้นของร้านอาหารญี่ปุ่นชะลอตัว โดยเพิ่มขึ้นเพียง 2.9% จากปีที่แล้ว 

องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) แถลงผลการสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยประจำปี 2567 จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นมีทั้งหมด 5,916 ร้าน เพิ่มขึ้น 165 ร้าน อัตราการเพิ่มขึ้นคิดเป็น 2.9% เมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งที่แล้ว (ปี 2566 มี 5,751 ร้าน)  โดยร้านยังคงกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นสัดส่วนใหญ่ ด้วยจำนวน 2,672 ร้าน เพิ่มขึ้น 2.7% ในต่างจังหวัด 2,371 ร้าน เพิ่มขึ้น 3.1% และ 5 จังหวัดปริมณฑล จำนวนร้าน 873 ร้าน เพิ่มขึ้น 2.7%

สำหรับร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างจังหวัด เชียงใหม่ มีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 23 ร้าน รวมเป็น 280 ร้าน นครปฐมมีเพิ่มขึ้น 15 ร้าน รวมเป็น 104 ร้าน ภูเก็ตมีเพิ่มขึ้น 11 ร้าน รวมเป็น 142 ร้าน ทั้งนี้ มีร้านอาหารญี่ปุ่นดำเนินกิจการอยู่ในทุกจังหวัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563

[ร้านอาหารญี่ปุ่นแบ่งตามประเภทร้านอาหาร]

โดยภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นเป็นประเภทร้านที่มีจำนวนร้านมากที่สุด คือ 1,439 ร้าน โดยมีอัตราเพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ตามด้วยร้านซูชิ แต่ร้านซูชิมีแนวโน้มลดลง เมื่อวิเคราะห์ตามประเภทร้านอาหารพบว่า ร้านประเภทโซบะ/อุด้ง ร้านคาเฟ่ และร้าน Izakaya มีอัตราการเพิ่มขึ้นมากที่สุด แต่ร้านซูชิซึ่งเป็นประเภทร้านที่มีจำนวนร้านมากที่สุดตั้งแต่ปี 2563 ถึงปี 2566 ลดลงเหลือ 1,279 ร้าน หรือ -6.8% ลดอันดับลงไปอยู่รองจากภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น

เหตุผลที่ ร้านซูชิ มีจำนวนลดลง มาจากจำนวนการเปิดที่สูงติดต่อกันหลายปี จนเกิด  Over Supply ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองหารสชาติต้นตำรับ เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น ทำให้ได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นที่ละเอียดขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องการรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ทำให้ร้านต้องแข่งขันกันด้านคุณภาพ เลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง แต่ก็ต้องแบกรับราคาวัตถุดิบที่มีต้นทุนเพิ่มสูง เมื่อบริหารจัดการต้นทุนไม่ได้ จึงทำให้หลายร้านต้องโบกมือลา

นอกเหนือจากปัญหากำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง และการแข่งขันระหว่างร้านอาหารที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ยังมีอุปสรรคสำคัญอื่นอีก เช่น ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อาทิ หอยเชลล์ ในบางเกรดที่มีราคาแพงขึ้น อีกทั้งค่าแรง และค่าเช่าพื้นที่ร้าน ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย  

[ข้อมูลระดับราคาเฉลี่ยต่อหัว]

เมื่อวิเคราะห์ร้านตามระดับราคาเฉลี่ยต่อหัว พบว่า ร้านระดับราคาเฉลี่ยต่อหัวมากกว่า 1,000 บาท มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูง  แต่ร้านที่มีราคาเฉลี่ยต่อหัว 101-250 บาท มีจำนวนมากที่สุด (2,057 ร้าน) รองลงมาคือระดับราคา 251-500 บาท (1,401 ร้าน) ตามด้วยระดับราคาต่ำกว่า 100 บาท (749 ร้าน) ระดับราคา 501-1,000 บาท (681 ร้าน) และระดับราคามากกว่า 1,000 บาท (270 ร้าน) โดยร้านระดับราคามากกว่า 1,000 บาทมีอัตราเพิ่มมากขึ้นถึง 13.9%

 

เทรนด์ต่อไปในอนาคต ร้านซูชิ

การแข่งขันระหว่างร้านอาหารทวีความรุนแรงขึ้นรวมทั้งธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ประเทศไทยมีการรับประทานอาหารญี่ปุ่นมาเป็นเวลานาน ชาวไทยจึงคุ้นเคยกับอาหารญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ผู้บริโภคมีความเข้าใจในเรื่องของรสชาติต้นตำรับญี่ปุ่นมากขึ้น จึงทำให้ผู้ประกอบการต้องพิถีพิถันมากขึ้นอีก

เนื่องจากร้านอาหารญี่ปุ่นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นไปสู่นานาประเทศทั่วโลก พร้อมกันนั้นยังเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นปัจจัยขยายการส่งออกผลผลิตเกษตร ป่าไม้ ประมง และสินค้าอาหารจากประเทศญี่ปุ่น 

คุณคุโรดะ จุน ประธานเจโทร กรุงเทพฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการขยายการส่งออกสินค้าอาหารจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยหลังจากนี้ไป คือ การเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคในตัวเมืองที่ชอบอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับหรือของแท้ดั้งเดิม และเสริมสร้างความรู้ เปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ยังไม่แพร่หลายให้แก่ผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค 

ในปีงบประมาณ 2567 เจโทรจัดงานเจรจาธุรกิจและกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารญี่ปุ่นทั่วประเทศไทย โดยเริ่มกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารญี่ปุ่น “Japan Premium Food สัมผัสความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้” ตั้งแต่เดือนตุลาคมในหลายจังหวัด และจัดงานเจรจาธุรกิจที่จังภูเก็ตเมื่อเดือนกันยายนและเชียงใหม่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ ยังมีกำหนดจัดงานเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการจากประเทศญี่ปุ่นที่จังหวัดกรุงเทพฯ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ทั้งแบบพบหน้า (5 – 6 ก.พ.) และแบบออนไลน์ (25 – 27 ก.พ.) ทั้งนี้ เจโทร กรุงเทพฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการนำเข้าและขยายการค้าวัตถุดิบอาหารจากประเทศญี่ปุ่นให้มีมากยิ่งขึ้นต่อไป

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer