ใครที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย เบื่อเพื่อนร่วมงาน เบื่องาน เบื่อเมือง เบื่อมลภาวะ โอกาสดี ๆ มาถึงแล้ว เมื่อ British Antarctic Survey (BAS) กำลังประกาศรับสมัครพนักงานหลายตำแหน่งไปทำงานสถานีวิจัยในแอนตาร์กติกา
BAS คือองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 มีสำนักงานใหญ่ในเมืองเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร มีหน้าที่สำรวจความซับซ้อนของพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งของโลก ที่อาจส่งผลกระทบต่อส่วนอื่น ๆ ของโลก นักวิทยาศาสตร์ขององค์กรนี้เคยเป็นศูนย์กลางของการค้นพบครั้งสำคัญของโลกหลายครั้ง เช่น การระบุรูรั่วในชั้นโอโซน หรือการเสนอหลักฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในน้ำแข็งโบราณ
ตำแหน่งงานใหม่รอบแรกเปิดรับสมัครไปแล้วในเว็บไซต์ BAS ได้แก่ เจ้าหน้าที่ดำน้ำ นักสังเกตการณ์อุตุนิยมวิทยา และนักวิทยาศาสตร์ด้านมหาสมุทร จะปิดรับสมัครเดือนมีนาคมนี้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ จะมีตำแหน่งว่างสำหรับเชฟ ช่างซ่อมรถ และผู้ช่วยภาคสนามด้านสัตววิทยาเพิ่มขึ้น โดยสัญญาการร่วมงานคาดว่าจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2568 สัญญามีความยืดหยุ่น แต่คาดว่าอย่างต่ำจะมีระยะเวลาร่วมงานมากกว่า 6 ไปจนถึง 18 เดือน
เงินเดือนเริ่มต้นที่ 29,273 ปอนด์ต่อปี หรือราว 1.2 ล้านบาท ขณะที่ตำแหน่งเชฟ ช่างประปา และช่างไฟฟ้า อาจได้ค่าตอบแทนสูงขึ้นอีกราว 50,000 ปอนด์ หรือ 2.1 ล้านบาท
พร้อมโบนัสตามเงินเดือน 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อทำทัวร์แอนตาร์กติกาสำเร็จ ทั้งยังมีสวัสดิการและค่าใช้จ่ายภายนอกให้ เช่น ที่พัก อาหาร การเดินทาง เสื้อผ้าเฉพาะทาง เครื่องมือ และการฝึกอบรม สถานีออกให้หมด
โดยบุคลากรใหม่จะมีหน้าที่ดูแลสถานีวิจัย BAS ทั้งห้าแห่งที่กระจายอยู่ทั่วทวีปแอนตาร์กติกา
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่งานที่ใครจะไปทำก็ได้อย่างแน่นอน เพราะ ณ สถานีวิจัยแอนตาร์กติกาต้องเผชิญกับอุณหภูมิเย็นยะเยือกที่ติดลบถึง 49°C ในฤดูหหนาวและไม่มีแสงอาทิตย์ให้ได้เห็นเป็นเวลาหลายเดือน ทั้งยังแห้งแล้งที่สุด ลมแรงที่สุด กว่า 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (100 กม./ชม.) และห่างไกลที่สุด
นั่นทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรับมือกับความท้าทายให้ได้ อย่างเช่นผู้จะมาเป็นเชฟต้องเข้าใจว่าฐานทัพอยู่ลึก สามารถส่งอาหารได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น นั่นหมายความว่าเชฟจำเป็นต้องมีความรู้ วางแผนมื้ออาหารที่สมดุลและมีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับพนักงานทุกคนในสถานีได้ และต้องวางแผนล่วงหน้าไปถึง 18 เดือน
อย่างไรก็ดี มารู้จักกับภูมิศาสตร์แอนตาร์กติกาก่อน แผ่นน้ำแข็งของทวีปแอนตาร์กติกาประกอบด้วยน้ำจืดของโลก 70% หากแผ่นน้ำแข็งทั้งหมดละลายเนื่องจากภาวะโลกร้อน ทวีปแอนตาร์กติกาจะทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอย่างน้อย 183 ฟุต (56 เมตร)
ซึ่งเมื่อพิจารณาจากขนาดของมันแล้ว การเสียแผ่นน้ำแข็งแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจสร้างผลกระทบต่อคนทั้งโลกได้
นอกจากนี้ น้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งยังทำให้การหมุนเวียนของมหาสมุทรทั่วโลกช้าลง ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงแนวลมอาจส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในซีกโลกใต้ด้วย
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นาซ่าเปิดเผยว่าเหตุการณ์เอลนีโญทำให้แผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาละลายถึง 10 นิ้วทุกปี เอลนีโญและลานีญาเป็นเหตุการณ์แยกจากกันที่ทำให้อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเปลี่ยนแปลง
และนาซ่าได้เปิดเผยว่าธารน้ำแข็งขนาดยักษ์เท่ากับประเทศฝรั่งเศสในทวีปแอนตาร์กติกา ลอยอยู่บนมหาสมุทรมากกว่าที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ น่ากังวลว่าน้ำแข็งอาจละลายเร็วขึ้นเมื่อสภาพอากาศอบอุ่นขึ้น และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น
ผู้ที่ทำงานในสถานีจึงเปรียบเสมือนคนที่คอยช่วยจับตาดูเหตุการณ์สำคัญที่อาจพลิกหายนะทั้งโลกได้
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่สถานี โปรยคำเชิญชวนคนมาสมัครงานผ่านสื่อว่า
“ลองเสี่ยงโชค และสมัครมาทำงานที่นี่สักครั้งในชีวิต คุณจะไม่เสียใจเลย”
–
