เมื่อโลกของโซเชียลแบ่งพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ออกเป็น 2 ฝั่ง และแนวคิดที่กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือ JOMO (Joy of Missing Out) และ FOMO (Fear of Missing Out)
คนทั้งสองกลุ่มมีวิธีคิดและพฤติกรรมที่แตกต่าง รวมถึงยังมีแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อที่ต่างกันเช่นกัน ทำให้นักการตลาดต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันเพื่อดึงดูดพวกเขาให้ได้
Marketeer เลยอยากยกตัวอย่าง พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสินค้า พร้อมแนวทางกลยุทธ์ในการสื่อสาร และตัวอย่างแบรนด์ที่ทำแคมเปญได้ตรงกลุ่ม มาให้ได้ติดตามกัน

JOMO (Joy of Missing Out)-ความสุขที่ไม่ต้องตามกระแส

กลุ่ม JOMO ไม่รู้สึกว่าการพลาดโอกาสเป็นเรื่องแย่ พวกเขาเลือกโฟกัสที่คุณค่าของสิ่งที่ทำและให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากกว่าการวิ่งตามเทรนด์
คนกลุ่มนี้ชอบสินค้าและบริการที่ตรงใจพวกเขา ไม่จำเป็นต้องเป็นที่นิยม แต่ต้องตอบโจทย์ชีวิตของพวกเขาได้
ลักษณะของกลุ่ม JOMO
– สนใจความเรียบง่าย ความยั่งยืน และคุณภาพมากกว่าความเร่งรีบ
– ใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติ เลือกติดตามเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตนเอง
– ไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะเป็นเทรนด์ แต่ซื้อเพราะสินค้านั้น “เหมาะกับตัวเอง”
กลยุทธ์การตลาดสำหรับ JOMO
– เน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling) เกี่ยวกับคุณค่าและคุณภาพของสินค้า-ผู้บริโภคกลุ่มนี้สนใจที่มาของสินค้า เช่น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือผลิตจากแหล่งที่ยั่งยืน
– ใช้ Content Marketing ที่ให้ความรู้-บล็อก พอดแคสต์ หรืออีเมลที่ส่งเสริมไลฟ์สไตล์เรียบง่าย จะช่วยดึงดูดพวกเขา ไม่ใช้กลยุทธ์เร่งด่วนหรือแรงกดดันในการขาย-ไม่ต้องบอกว่า “รีบซื้อก่อนหมด” เพราะพวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องนั้น
– เน้นสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแรง ดึงดูดคนที่ชอบอะไรเหมือนกันให้มารวมตัวกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน
FOMO (Fear of Missing Out)-กลัวพลาดโอกาสและกระแส

ตรงกันข้ามกับ JOMO คนที่มีอาการ FOMO จะรู้สึกกลัวที่จะพลาดบางสิ่ง พวกเขาต้องการอยู่ในทุกกระแส ไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ลักษณะของกลุ่ม FOMO
– ใช้โซเชียลมีเดียอย่างหนัก ติดตามเทรนด์และข่าวสารตลอดเวลา
– ตัดสินใจซื้อตามกระแส กลัวพลาดโอกาสพิเศษ หรือโปรโมชั่นดี ๆ
– เชื่อรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ และให้ความสำคัญกับ “สินค้าฮิต”
กลยุทธ์การตลาดสำหรับ FOMO
– ใช้การตลาดที่สร้างความเร่งด่วน-แคมเปญที่กระตุ้นให้ต้องซื้อเดี๋ยวนั้น เช่น “Flash Sale” หรือ “สินค้ารุ่นลิมิเต็ด”
– ใช้โซเชียลมีเดียเป็นหลัก-ทำคอนเทนต์ที่สร้างกระแส ทำให้คนพูดถึง เช่น TikTok Challenge หรือรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์
– สร้างความรู้สึก Exclusive-ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของสิ่งพิเศษ เช่น การเป็นสมาชิก VIP หรือ Early Access ก่อนคนอื่น
–
