Real Estate Real Marketing/ศ. วิทวัส รุ่งเรืองผล witawat@tbs.tu.ac.th
กระแสการดำเนินธุรกิจแบบรักษ์โลก หรือธุรกิจเพื่อความยั่งยืน เป็นกระแสของโลกที่มีมาระยะหนึ่งแล้ว และมีความเข้มข้นมากขึ้น ด้วยทิศทางที่เรียกกันว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) หรือบางองค์กรเรียกว่า แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG ที่มาจากคำว่า Environment-ดูแลสิ่งแวดล้อม, Social-ความรับผิดชอบต่อสังคม, Governance-หลักธรรมาภิบาลหรือความโปร่งใส)
สำหรับธุรกิจที่ต้องติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศในประเทศที่มีระดับความเจริญสูง เช่น ยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่น แนวคิดเรื่องความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจหรือในการผลิตสินค้าและบริการถูกนำมาใช้ประกอบในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการของลูกค้าในประเทศดังกล่าว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ที่มีความเกี่ยวข้องกับลูกค้าต่างชาติมากที่สุด ก็น่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ทำให้มีโรงแรมในประเทศไทยพยายามจะประกาศว่าโรงแรมของตนเป็นโรงแรมประเภท Green หรือ Eco Hotel ที่ผมขอเรียกเป็นภาษาไทยว่า โรงแรมสีเขียว
แน่นอนว่า การจะประกาศเป็นโรงแรมสีเขียวได้คงไม่ได้ประกาศกันเอง แต่ตามลักษณะของธุรกิจที่มีความเป็นสากล ก็ต้องหาหน่วยงานภายนอกที่น่าเชื่อถือเข้ามาให้การรับรอง สำหรับโรงแรมในประเทศไทยมีการใช้มาตรฐานใดรับรองบ้าง และมาตรฐานความเป็นโรงแรมสีเขียวพิจารณาจากประเด็นใดบ้าง มีนักศึกษาปริญญาโทโครงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลักสูตร Master in Real Estate คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คุณศศินา ทักษาดิพงศ์ (ที่มา: การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโรงแรม Eco Hotel ระดับ 5 ดาว, 2567) ได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ ผมขอนำข้อมูลมาเรียบเรียงใหม่ให้กระชับและเข้าใจง่ายขึ้น
มาตรฐาน Green Hotel ที่โรงแรมในประเทศไทยนำมาใช้รับรอง
มาตรฐานที่โรงแรมในประเทศไทยนำมาใช้รับรองความเป็น Green Hotel มีความหลากหลายมากครับ ผมขอแบ่งเป็นมาตรฐานสากลกับมาตรฐานของไทยนะครับ
มาตรฐาน Green Hotel ระดับนานาชาติ
เท่าที่โรงแรมในไทยใช้อยู่และรวบรวมได้ มีอยู่ 8 มาตรฐาน ประกอบด้วย
1. มาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) โดย United States Green Building Council (USGBC), สหรัฐอเมริกา เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ประเมินอาคารสีเขียว หรืออาคารที่ออกแบบและก่อสร้างโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาคารที่ประหยัดพลังงาน และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า โดยคำนึงถึงผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
มาตรฐานนี้มีการนำมาใช้กับอาคารสำนักงานในประเทศไทยอยู่หลายแห่ง และถือได้ว่าเป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับค่อนข้างสูงในวงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสูง โดยค่าใช้จ่ายในการรับรองเท่าที่ผมทราบค่อนข้างสูงกว่ามาตรฐานอื่น ๆ สำหรับธุรกิจโรงแรมในประเทศที่ได้รับการรับรองผ่านมาตรฐานนี้ได้แก่: Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok, Kimpton Maa-Lai Bangkok Hotel
2. มาตรฐาน ISO 14001: 2015 โดย International Organization for Standardization (ISO), สวิตเซอร์แลนด์ มาตรฐาน ISO เป็นการรับรองคุณภาพที่ถูกนำมาใช้ในหลายอุตสาหกรรมโดยเฉพาะภาคการผลิต โดยมีรหัสการรับรองเป็นตัวเลขอยู่หลายประเภท แต่สำหรับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Green คือ ISO 14001: 2015 เพื่อช่วยยกระดับระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้กับองค์กรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมการผลิตหรือภาคบริการทั้งรัฐกับเอกชน และองค์กรที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นั่นหมายถึงมาตรฐานดังกล่าวไม่ได้ถูกใช้กับเฉพาะธุรกิจโรงแรมอย่างเดียว ต้องบอกว่า ISO เป็นมาตรฐานที่ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่ถูกนำมาใช้กำหนดการคัดเลือกผู้ประกอบการที่ได้มาตรฐานในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการในหลายประเทศ โดยโรงแรมในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานนี้รับรอง ได้แก่: Sheraton Hua Hin Resort & Spa, The Peninsula Bangkok, Dusit Thani Pattaya
3. มาตรฐาน GSTC (Global Sustainable Tourism Council) Certified โดย Global Sustainable Tourism Council (GSTC) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับนานาชาติ ที่ให้การรับรองว่าธุรกิจหรือแหล่งท่องเที่ยวแห่งนั้นได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานสากลด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โรงแรมในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานนี้รับรอง ได้แก่: โรงแรมในเครือเซ็นทารา 12 แห่ง เช่น Centara Kata Resort Phuket
4. Green Globe Certification, สหรัฐอเมริกา โดย Green Globe เป็นมาตรฐานสากลสำหรับการรับรองความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวและการบริการ (tourism and hospitality industry) ซึ่งมุ่งเน้นการจัดการอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน https://www.greenglobe.com/criteria-indicators โรงแรมในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานนี้รับรอง ได้แก่: SAii Laguna Phuket, Santiburi Koh Samui, Pimalai Resort & Spa
5. Green Key โดย Foundation for Environmental Education (FEE), เดนมาร์ก Green Key เป็นมาตรฐานสากลสำหรับการรับรองความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ ซึ่งรวมถึงโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และสถานประกอบการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยเน้นไปที่การปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคการท่องเที่ยว โรงแรมในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานนี้รับรอง ได้แก่: ไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค, Novotel Bangkok Suvarnabhumi Airport Hotel, โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
6. Green Growth 2050 โดย VisionCSR, ออสเตรเลีย เป็นมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยองค์กรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมปรับตัวกับความท้าทายทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม โรงแรมในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานนี้รับรอง: Anantara Riverside Bangkok Resort
7. EarthCheck, ออสเตรเลีย เป็นมาตรฐานที่มุ่งเน้นให้ธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรม รีสอร์ตและสปา ดำเนินงานอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชน และเศรษฐกิจ
โรงแรมในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานนี้รับรอง ได้แก่: Banyan Tree Bangkok, Capella Bangkok, Silavadee Pool Spa Resort
8. มาตรฐานโรงแรมสีเขียวอาเซียน (ASEAN Green Hotel Standard) เป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจโรงแรมในภูมิภาคอาเซียนดำเนินงานอย่างยั่งยืน มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างสรรค์การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โรงแรมในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานนี้รับรอง ได้แก่: โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท, Asita Eco Resort, Sheraton Samui Resort
มาตรฐาน Green Hotel ของไทย
ในประเทศไทยก็มีผู้กำหนดมาตรฐานโรงแรมสีเขียวทั้งภาครัฐและหน่วยงานไม่มุ่งหวังกำไร โดย 3 มาตรฐานที่โรงแรมไทยนิยมใช้กัน ได้แก่
1. Green Hotel ถูกพัฒนาขึ้นโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นมาตรฐานที่ส่งเสริมให้โรงแรมและสถานที่พักต่าง ๆ ดำเนินการในลักษณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โรงแรมในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานนี้รับรอง ได้แก่ : โรงแรม มันดาราวา รีสอร์ท แอนด์ สปา, โรงแรมคาลิมา รีสอร์ท แอนด์ สปา เขาหลัก
2. มาตรฐานใบไม้เขียว (Green Leaf Standard) เป็นมาตรฐานที่พัฒนาโดยมูลนิธิใบไม้เขียว เพื่อส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีในอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยว โรงแรมในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานนี้รับรอง ได้แก่: โรงแรมบุรี รสา วิลเลจ, โรงแรมชาเทรียม เรสิเด้นท์ สาทร
3. Green Health Hotel คือมาตรฐานที่พักที่ส่งเสริมสุขภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งพัฒนาโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้เข้าพักว่าโรงแรมที่ได้รับการรับรองนี้มีมาตรการด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานสากล โรงแรมในประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานนี้รับรอง ได้แก่: เมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์, โรงแรม สเตย์บริจ สวีท กรุงเทพ ทองหล่อ
สำหรับเกณฑ์ที่ใช้พิจารณารับรองมาตรฐานโรงแรมสีเขียวนั้นมีเกณฑ์อะไรบ้าง ผมขอยกไปต่อในฉบับหน้านะครับ ขอบอกไว้ก่อนว่ามีเกณฑ์ค่อนข้างหลากหลาย และสามารถนำมาปรับใช้ได้กับหลายธุรกิจ
–
