ตลาดสุขภัณฑ์ ในไทย 20,000 ล้าน สมาร์ททอยเล็ต มีศักยภาพ แต่ยังต้องสร้างการรับรู้
TOA (ทีโอเอ) จับมือ JOMOO (โจมู่) แบรนด์สุขภัณฑ์พรีเมียมจีน ลุยตลาดสุขภัณฑ์ในไทย 20,000 ล้าน มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ด้วยสมาร์ตทอยเล็ต เซกเมนต์มีศักยภาพ แต่ยังต้องสร้างการรับรู้ มองวางมาช่วยขยายพอร์ตโฟลิโอจากฐานกลุ่มผลิตภัณฑ์วัสดุปกปิดพื้นผิว

คุณจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA กล่าวว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท คือ วัสดุปกปิดพื้นผิวที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และมีโซลูชั่นต่าง ๆ อย่างครบระบบ ทั้งสีทาอาคาร สีตกแต่งพิเศษ สีงานไม้ สีอุตสาหกรรม กลุ่มฮาร์ดแวร์ สเปรย์ กาว กระดาษทราย เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง เช่น ปูนกาวซีเมนต์ กระเบื้องเซรามิกสำหรับปูพื้นและผนัง แผ่นฝ้ายิปซัม (ปัจจุบันเป็นเบอร์ 2 ในตลาด)
ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายพอร์ต แตกไลน์ธุรกิจไปสู่ตลาดสุขภัณฑ์ ที่ปัจจุบันมูลค่าตลาดในไทยอยู่ที่ราว 20,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตประมาณ 4-6% ต่อปี ตลาดยังมีศักยภาพ แม้ภาพรวมตลาดบ้านใหม่ชะลอตัว แต่ตลาดรีโนเวตยังเติบโต ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคหลังการเกิดโควิด-19 ที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
บริษัทประเมินว่าสัดส่วนลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง (1 หมื่นบาทขึ้นไป) ในตลาดสุขภัณฑ์ในไทย มีสัดส่วนประมาณ 20% ซึ่งเป็นกลุ่มที่พร้อมใช้จ่ายในเซกเมนต์ ‘สมาร์ตทอยเล็ต (Smart toilet)’ ที่เป็นตลาดเป้าหมายของบริษัท โดยเพื่อเจาะกลุ่มดังกล่าว บริษัทเลือกจับมือเป็นผู้แทนจำหน่ายแบรนด์สุขภัณฑ์พรีเมียมจากประเทศจีน ‘JOMOO (โจมู่)’ ผู้นำเบอร์ 1 ในตลาด Smart toilet ของจีน
การเริ่มต้นเข้าตลาดสุขภัณฑ์ด้วยกลุ่มพรีเมียม นอกจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีศักยภาพ ยังทำให้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แบรนด์ไปในตัว
บริษัทวางการดำเนินงานเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ JOMOO สู่ผู้บริโภคในตลาดไทย เป็น 3 เฟส

เฟสที่ 1: เน้นเจาะกลุ่มตลาดงานโครงการ ซึ่งเป็นจุดแข็งของ TOA พร้อมสร้างการรับรู้ผ่าน Project reference โดยการเปิดตัวเรือธง Smart Toilet นำโดยผลิตภัณฑ์กลุ่มโถสุขภัณฑ์
นอกจากนี้ บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ภายใต้แบรนด์ JOMOO ครอบคลุมทุกความต้องการ อาทิ อ่างอาบน้ำ, อ่างล้างหน้า, ฝักบัว, ก๊อกน้ำ, วาล์ว และอุปกรณ์เสริมกว่า 200 รายการ สินค้าจะวางจำหน่ายผ่านร้านค้านำร่องกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ที่เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของบริษัทในการบุกตลาดร้านค้าปลีก
บริษัทยังเตรียมเปิดตัวโชว์รูมแฟลกชิปซึ่งปรับปรุงมาจากโชว์รูมกระเบื้องเดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 26 ตลอดจนมุ่งเน้นบริการ Before & After Service ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นใจและการยอมรับในตลาด
เฟสที่ 2: การขยายตลาดไปสู่ร้านค้าตัวแทนจัดจำหน่ายกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ และขยายฐานลูกค้าตลาดงานโครงการ ครอบคลุมทั้งแนวราบและแนวสูง รวมถึงงานปรับปรุงและงานราชการอีก 20-30% รวมทั้งการเปิดโชว์รูมเพิ่มอีกเป็น 5 แห่ง
เฟสที่ 3: มุ่งสู่การเป็น SMART & Digital Intelligence Bathroom แบบเต็มรูปแบบ ด้วยการเพิ่มสินค้าที่มีระบบดิจิทัลมากขึ้น เช่น ระบบ Voice Control, Health Checkup system, Seamless Digitalization System & Eco-friendly เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 200 ล้านบาท ใน 3 ปีหลังจากนี้ ระยะแรกจะเป็นการรับรู้ยอดขายจากงานโครงการ ก่อนกระจายไปยังร้านค้าตัวแทนจำหน่ายมากขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบรนด์ JOMOO อย่างเป็นทางการในงาน ‘สถาปนิก’68’ ซึ่งจะจัดตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. – 4 พ.ค. 2568 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ตลาดสุขภัณฑ์ ในไทย มีการแข่งขันสูง กลุ่มทอป 3 มีแบรนด์ข้ามชาติซึ่งมีความแข็งแรงของมาร์เก็ตแชร์ ทั้งการเข้ามาในตลาดนี้ของบริษัทยังคงมีความท้าทายในการสร้างการรับรู้กลุ่มสุขภัณฑ์อัจฉริยะ ซึ่งยังเป็นเรื่องใหม่ของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าจะเป็นการช่วยขยายศักยภาพพอร์ตโฟลิโอของบริษัท และสอดคล้องกับตำแหน่งแบรนด์ของ TOA
–
Website : Marketeeronline.co /
