ในอดีต หากใครในญี่ปุ่นยอมรับว่าใช้ชีวิตคนเดียวในวันคริสต์มาส คำถามแนว “อยู่คนเดียวเหรอ?” หรือ “ไม่มีใครไปด้วยเลยเหรอ?” มักตามมาเสมอ คำว่า “โบจจิ” (botchi) ซึ่งย่อมาจาก ฮิโตริโบจจิ (hitoribotchi) แปลตรงตัวว่า “ลำพังเพียงคนเดียว” เคยเป็นคำที่คนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงจะเอ่ยถึง เพราะสังคมญี่ปุ่นมีแรงกดดันสูงให้ผู้คนหาคู่ครองและตั้งครอบครัว โดยเฉพาะผู้หญิงในวัย 20–30 ปี
แต่วันนี้ โลกเปลี่ยน ญี่ปุ่นเปลี่ยน และ “โบจจิ” ก็ไม่ใช่คำต้องห้ามอีกต่อไป
จำนวนครัวเรือนเดี่ยวพุ่ง – เศรษฐกิจโสดโตแตะ 100 ล้านล้านเยน
รายงานของ Kazuhisa Arakawa นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มโสดจากนิตยสารธุรกิจ President ระบุว่า ครัวเรือนที่อยู่คนเดียวในญี่ปุ่นมีสัดส่วนถึง 38% ในปี 2020 เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 1980 ขณะที่ในกรุงโตเกียว ตัวเลขนี้ทะลุไปถึง 52% ตามข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและความมั่นคงทางสังคมแห่งชาติ
แทนที่จะกังวลเรื่องจำนวนงานแต่งงานหรืออัตราการเกิดที่ลดลง Arakawa มองว่านี่คือโอกาสทางธุรกิจ เขาคาดการณ์ว่าตลาดผู้บริโภคเดี่ยวของญี่ปุ่นในปีนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านล้านเยน (ราว 696 พันล้านดอลลาร์) หรือประมาณ 25 ล้านล้านบาท
“การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคจากอายุ เพศ หรืออาชีพ กำลังล้าสมัย การบริโภคของคนโสดจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญทางเศรษฐกิจ” Arakawa ระบุ
อยู่คนเดียวก็มีความสุข – โควิดเปลี่ยนทัศนคติ
ช่วงโควิด-19 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แม้ญี่ปุ่นจะไม่ได้ล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ แต่หลายคนก็เลือกใช้ชีวิตแบบโบจจิอย่างเต็มใจ ผู้ชายคนหนึ่งเล่าว่า ช่วงคลายล็อก เขากลับไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไป เพราะ “ทุกคนก็อยู่ในเรือลำเดียวกัน”
แนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดกับคนโสดเท่านั้น แม้แต่คนมีครอบครัวก็เริ่มเห็นคุณค่าของการมี “เวลาอยู่กับตัวเอง” มากขึ้น เช่น การเช่าห้องพักแยกจากบ้านในวันทำงาน หรือไปแคมปิ้งคนเดียว แม่ลูกสองรายหนึ่งยอมรับว่า เธอรู้สึกผ่อนคลายที่สุดเมื่อได้อยู่ตามลำพัง และสามีของเธอก็เข้าใจจนไม่ส่งข้อความหาเลยตลอดทริป
ร้านอาหาร-ซีรีส์-สุสาน: ทุกวงการพร้อมรับ “โบจจิ”
ธุรกิจหลายประเภทปรับตัวเพื่อรับกระแสนี้ เช่น ร้านอาหารที่ออกแบบบูธเดี่ยวสำหรับลูกค้ามานั่งรับประทานคนเดียว โดยตลาดมื้ออาหารของผู้โสดในปี 2020 มีมูลค่าถึง 7.9 ล้านล้านเยน และยังคงเติบโตต่อเนื่อง
วงการบันเทิงก็ไม่พลาดจับกระแส “โบจจิ” ซีรีส์อย่าง “The Solitary Gourmet” ซึ่งดำเนินเรื่องมาถึงซีซัน 13 กลายเป็นขวัญใจผู้ชม ด้วยตัวละครหลักที่ใช้ชีวิตลำพังแต่มีความสุขกับการกินอาหารอย่างจริงจัง
แม้แต่การเตรียมตัว “จากไป” ก็ยังต้องคิดแบบโบจจิ วัดแห่งหนึ่งในย่านอาซากุสะ โตเกียว ตั้งราคาหลุมศพเดี่ยวไว้ที่ 1.9 ล้านเยน ซึ่งแพงกว่าผู้ที่มีครอบครัวร่วมหลุมกว่าครึ่ง โบรชัวร์ยังระบุว่า ผู้โสดสามารถแชร์หลุมกับคนโสดอื่น ๆ เพื่อลดค่าใช้จ่าย
คู่มือโสดอย่างชาญฉลาด: ไม่ต้องมีคู่ก็อยู่ได้
กระแสนี้ยังผลักดันหนังสือขายดีอย่าง “A Manual on How Not to Die” โดยนักเขียนหญิง Karin Amemiya ที่เป็นเสมือนคู่มือเอาตัวรอดในโลกของคนโสด ตั้งแต่การจัดการเมื่อไม่มีเงิน ต้องดูแลพ่อแม่ หรือป่วยกะทันหัน โดยมีคำแนะนำข้อแรกคือ “อย่าตกใจ” แต่ให้เตรียมพร้อมด้วยข้อมูล แทนที่จะรีบหาคู่แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง
สุดท้าย บางทีความโสดอาจไม่ใช่ช่องว่างในชีวิต แต่เป็นทางเลือกใหม่ที่เต็มไปด้วยอิสระ และโอกาสทางธุรกิจมหาศาลในญี่ปุ่นยุคใหม่
https://asia.nikkei.com/Editor-s-Picks/Tea-Leaves/Japan-embraces-the-solo-lifestyle
–
