ชาจีในไทยมีพลังแข่งขันมากกว่าเดิม เมื่อบริษัทร่วมทุนใหม่ที่ชื่อ ไทยเพรซิเดนท์เบเวอร์เรจ จำกัด เข้าลงทุนในบริษัท ชาจี (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ทำธุรกิจชาจีในประเทศไทย ด้วยวงเงิน 142,417,500 บาท ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 51%

ส่วน 49% ที่เหลือเป็นของบริษัท ชาเอ็กซ์พลอเรอร์ จำกัด มีเมี่ยน ลู่, ซี ฝู และกิตติรัฐ ฦาชา เป็นกรรมการบริษัท ซึ่งบริษัท ชาเอ็กซ์พลอเรอร์ จำกัด เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาใหม่จากเจ้าของบริษัท ชาจี (ไทยแลนด์) เดิม เพื่อปรับรูปแบบการถือหุ้นพร้อมรับไทยเพรซิเดนท์เบเวอร์เรจ ผู้ลงทุนใหม่เข้ามา

โดยบริษัท ชาเอ็กซ์พลอเรอร์ จำกัด มีเมี่ยน ลู่, ซี ฝู และกิตติรัฐ ฦาชา มีชื่อเป็นคณะกรรมการบริษัท แจ้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ส่วนบริษัท ไทยเพรซิเดนท์เบเวอร์เรจ จำกัด เป็นบริษัทที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 มีเป้าหมายลงทุนในเครื่องดื่ม โดยก่อตั้งจากผู้ถือหุ้นสามราย ได้แก่

 

บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์มาม่า สัดส่วน 55%

คมสันต์ แซ่ลี ผู้ก่อตั้ง Flash Express สัดส่วน 25%

ชานนท์ เรืองกฤตยา CEO แห่งอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ สัดส่วน 20%

 

การลงทุนในชาจีครั้งนี้ทำให้บริษัท ชาจี (ประเทศไทย) เป็นบริษัทร่วมทางอ้อมของบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) โดยปริยาย

สำหรับชาจีในประเทศไทย ถือเป็นความท้าทายบนโอกาสที่สำคัญของผู้ร่วมทุนใหม่อย่างไทยเพรซิเดนท์เบเวอร์เรจ

ความท้าทายมาจากแบรนด์ชาจีที่ยังมี Brand Awareness อยู่เฉพาะกลุ่ม แม้ชาจีจะเป็นแบรนด์ชาที่ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดในประเทศจีนก็ตาม

ชาจีเพิ่งเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ในเดือนธันวาคม 2566 จากการมองเห็นโอกาสในกลุ่มผู้บริโภคชานมที่มีจำนวนมาก และให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ด้วยจุดเด่นชาพรีเมียมจากชาแท้ 100% ที่แตกต่างจากชานมทั่วไป

ก่อนที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมในกรุงเทพฯ เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้ามากขึ้นในปีถัดมา

จนถึงเดือนเมษายน 2568 ชาจีประกาศปิดทุกสาขาชั่วคราวเพื่อรีแบรนด์ ก่อนกลับมาอีกครั้งในคอนเซ็ปต์ใหม่

ในเดือนพฤษภาคม 2568 ชาจีกลับมาอีกครั้ง โดยเปิดพร้อมกัน 3 สาขา ได้แก่ Exchange Tower, Park Silom และ Vanit Village ในคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ใช้โทนไม้สีทองดูอบอุ่น ชาเน้นความชัดเจนในวัตถุดิบ โดยใช้ชานูนานชงสด ใช้นมสด ไม่มีครีมเทียม พร้อมเรื่องเล่าที่อธิบายแหล่งที่มาผ่านเมนูต่างๆ และบรรจุภัณฑ์ที่หรูหรา สะดุดตา ช่วยสร้างการรับรู้และจดจำ พร้อมกับขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เช่น สาขาท่าอากาศยานดอนเมือง และเซ็นทรัลเวิลด์

การขยายสาขาของชาจี เป็นหนึ่งในโอกาสของการเติบโตทางธุรกิจ ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานและนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำระบบสมาชิกเพื่อสร้าง Brand Loyalty กับลูกค้าผ่านดาต้าเบสและแคมเปญการตลาด

พลังของภาพลักษณ์และเทคโนโลยีต่างๆ จากประเทศต้นกำเนิดอย่างจีน ยังช่วยผลักดันให้แบรนด์เติบโตในไทยได้อีกเช่นกัน เนื่องจาก Zhang Junjie ผู้ก่อตั้งแบรนด์วางคอนเซ็ปต์เป็น Modern Oriental Tea ที่เน้นวัตถุดิบชาจากยูนนานซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกชาสำคัญของจีน ผ่านวิธีการชงแบบโบราณกว่า 900 ปี ผสมผสานเทคโนโลยีที่ทำให้การชงชาได้คุณภาพมาตรฐานทุกแก้ว

ยังมีการร่วมมือกับเกษตรกรปลูกชา โรงงานวัตถุดิบ และผู้ผลิตอุปกรณ์ที่สามารถควบคุมคุณภาพให้กับสาขาจำนวนมากในจีนและต่างประเทศ

พร้อมการทำตลาดผ่านการขยายสาขา ใช้โซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์ สร้างการรับรู้แบรนด์เครื่องดื่มจากใบชาแท้ นมสดแท้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่

จากรายงานนักลงทุนสัมพันธ์ ชาจี ไตรมาส 1/2568 พบว่าแบรนด์มีสาขาทั้งหมด 6,681 สาขา แบ่งเป็นในจีน 6,512 สาขา และต่างประเทศ 169 สาขา ทั้งในรูปแบบดำเนินการเองและแฟรนไชส์

Aaron Huang CFO ของ Chagee Holding Limited กล่าวในงานประชุม Chagee Holdings Limited First Quarter 2025 ว่าแม้รายได้จากต่างประเทศจะคิดเป็น 2.5% ของรายได้รวม แต่ถือเป็นโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจ โดยในไตรมาส 1/2568 บริษัทมีรายได้ 3,393 ล้านหยวน (ประมาณ 15,310 ล้านบาท) เติบโต 35.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดใหม่ของ Chagee Holding Limited อาจมีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อผลักดันการเติบโตผ่านแนวทางต่างๆ

ประกอบกับจุดแข็งของบริษัท ไทยเพรซิเดนท์เบเวอร์เรจ จำกัด ที่มีผู้ถือหุ้น 3 รายซึ่งมีความถนัดต่างกัน สามารถรวมพลังเพื่อผลักดันแบรนด์ชาจีในประเทศไทยให้เติบโตได้ดี

 

Marketeer FYI

CHAGEE (ชาจี) เป็นแบรนด์ชาพรีเมียมสัญชาติจีน ก่อตั้งเมื่อปี 2560 ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน โดย Zhang Junjie นักธุรกิจหนุ่มชาวยูนนาน

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ชาจี มาจากความตั้งใจจะคืนชีพวิธีการชงชาโบราณของจีน ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับชาพรีเมียมที่แตกต่างจากตลาดชานมทั่วไป โดยเน้นชาคุณภาพสูง ไม่เน้นใส่น้ำตาลและไข่มุก

โลโก้เป็นภาพหญิงสาวในเครื่องแต่งกายโบราณ สื่อถึงความคลาสสิกผสมความเรียบหรูแบบจีน

 

cr ภาพจาก Facebook Chagee Thailand


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer