ไปรษณีย์ไทย ลุยตลาด Pet Parents 6 แสนล้าน Co-branding กับจุฬาฯ ส่งยาสัตว์เลี้ยง

พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่หันมาเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว (Pet Parents) กำลังเป็นเทรนด์สำคัญที่ขับเคลื่อนมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปี 2566 ที่ผ่านมา ตลาดบริการรักษาสัตว์มีมูลค่าสูงถึง 6.64 แสนล้านบาท

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ Pet Parents ไทย ไปรษณีย์ไทยจึงร่วมกับ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงพยาบาลสัตว์ กรุงเทพฯ เปิดตัวแคมเปญ “พี่ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก”

โดยผสานจุดแข็งของไปรษณีย์ไทยที่มีทัพบุรุษไปรษณีย์และเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างสรรค์บริการสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมด้วยประสิทธิภาพ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า นี่เป็น Co-branding ครั้งสำคัญของแบรนด์ไทยที่ชาวไทยทั้งประเทศรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็มีจุดแข็งและเป็นผู้นำในตลาด

โดยมีเป้าหมายเพื่อเจาะตลาดสัตว์เลี้ยงของประเทศไทยที่ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น โดยประชาชนส่วนใหญ่นิยมการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว และบริการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงครั้งนี้เป็นการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้บริการที่ Pet Parents มีแนวโน้มจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย

ศาสตราจารย์ สพ.ญ.ดร.สันนิภา สุรทัตต์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า คณะฯ ไม่ได้มองเพียงการเป็น “ผู้รักษา” แต่พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “ผู้สร้างระบบสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่ดีแห่งอนาคต” ที่มีองค์ประกอบครบทั้งการวิจัย บริการ และการเข้าถึง

ศาสตราจารย์ สพ.ญ.ดร.สันนิภา ยังเชื่อว่าแคมเปญนี้จะช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล ทำให้สัตว์เลี้ยงเข้าถึงการรักษาได้ แม้เจ้าของติดปัญหาการจราจรจากการที่ตัวโรงพยาบาลจุฬาฯ อยู่ย่านใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพจิตดีขึ้น และจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษาสัตว์ผ่านการสื่อสารระยะไกล (Televet) ที่อยู่ภายใต้แคมเปญนี้อีกด้วย

ด้าน ณัฐวีร์ ลิมปนิลชาติ ผู้ก่อตั้งเพจ “หมาจ๋า” สนับสนุนแคมเปญนี้เต็มที่ เพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งการดูแลรักษาสัตว์และคุณภาพชีวิตของเจ้าของสัตว์เลี้ยงเองด้วยอย่างแน่นอน

ดร.ดนันท์ ทิ้งท้ายว่า แคมเปญนี้จะเป็นการต่อยอดทางธุรกิจจากองค์ความรู้ (Know How) ในการออกแบบระบบขนส่งให้เหมาะสมกับการขนส่งสิ่งของทุกประเภท (Parcel Defined Logistics)

เช่น การขนส่งปลากัด ผลไม้ รถจักรยานยนต์ และยา ก็ใช้โนว์ฮาวที่แตกต่างกันของไปรษณีย์ไทย เพื่อขยับขยายสู่การเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์มากขึ้น มุ่งสู่ Information Logistics ที่นำข้อมูลมาเป็นพลังขับเคลื่อนทางธุรกิจ ขณะเดียวกันก็เป็น Social Distribution ที่ส่งผลดีต่อสังคมด้วย

สำหรับแคมเปญ “ไปรฯ ส่งยา สัตวแพทย์ จุฬาฯ ส่งรัก” ต่อยอดจากบริการส่งยาดูแลรักษาคนของไปรษณีย์ไทย โดยจะใช้ระบบ EMS ของไปรษณีย์ไทยที่การันตีมาตรฐานการจัดส่งภายใน 1-2 วันทำการ ส่งตรงถึงบ้าน Pet Parents ด้วยบรรจุภัณฑ์และวิธีการขนส่งที่เหมาะสม ในการช่วยรักษาประสิทธิภาพของยาและเวชภัณฑ์

ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และด้วยเครือข่ายของ ไปรษณีย์ไทย กว่า 50,000 จุด และบุรุษไปรษณีย์กว่า 25,000 คน ด้วยอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 120 บาทต่อครั้ง

FYI

  • ปี 2568 จำนวนสัตว์เลี้ยงในไทยจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 6% คิดเป็นสัตว์เลี้ยงมีเจ้าของราว 5.38 ล้านตัว โดยสุนัขและแมวยังคงเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมสูงสุด
  • ไปรษณีย์ไทย เปิดบริการส่งยาและเวชภัณฑ์มาตั้งแต่ปี 2555 โดยปัจจุบันมีโรงพยาบาลกว่า 400 แห่งทั่วประเทศที่ใช้บริการนี้ และได้จัดส่งยาและเวชภัณฑ์ไปแล้วกว่า 2.32 ล้านชิ้น

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer