Anna Wintour ในวัย วัย 75 ปี ผู้ที่อยู่คู่กับ Vogue มาเกือบสี่ทศวรรษ
จนกลายมาเป็นสัญลักษณ์นิตยสาร ประกาศก้าวลงจาก
ตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของ American Vogue
แต่แม้ว่าเธอจะลาออกจากตำแหน่งสูงสุดในฉบับสหรัฐอเมริกา
แต่ยังไม่ได้ลาออกจาก Condé Nast หรือ Vogue โดยสิ้นเชิง
เพียงแต่ลดหน้าที่ตัวเองลง
ที่ผ่านมาหน้าที่ของเธอครอบคลุมการดูแลนิตยสารระดับโลกของบริษัท
ควบคู่ไปกับการทำงานเป็นบรรณาธิการของ American Vogue
และดูแลงานต่างๆ รวมถึง Vogue World และ Met Gala
การเพิ่มหัวหน้าฝ่ายบรรณาธิการคนใหม่ Vogue US
จะทำให้ Anna มีเวลาไปดูตลาดระดับโลกอื่นๆ ที่ Condé Nast ให้บริการ
ทั้งยังไปช่วยผลักดันบรรณาธิการหน้าใหม่ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลังแฟชั่น
ให้ก้าวขึ้นสู่วงการคนถัดไป
ซึ่ง Anna Wintour ได้กล่าวในที่ประชุมทีมงานของ Vogue
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า “ทุกท่านในสายงานสร้างสรรค์
ต่างรู้ดีว่าการไม่หยุดพัฒนาตัวเองในงานของตัวเองนั้น มีความสำคัญเพียงใด
เมื่อฉันได้เป็นบรรณาธิการของ Vogue ฉันกระตือรือร้นที่จะพิสูจน์
ให้ทุกคนเห็นว่านิตยสารแฟชั่นของอเมริกามีความน่าตื่นเต้นรออยู่เพียงใด”
ความสำเร็จที่ผ่านมาของ Anna ต่อ American Vogue คือการปลุก
นิตยสารให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอทะลายขีดจำกัดแฟชั่น
ตั้งแต่การที่ Louis Vuitton จ้าง Pharrell Williams มาเป็น
ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และการเข้ายึดครองใจกลาง
กรุงปารีสทั้งย่าน เพื่อเปิดตัวโชว์ ไปจนถึงนิทรรศการ
แฟชั่นย้อนหลังของ Coco Chanel ที่ V&A
ล้วนเป็นเพราะวิสัยทัศน์ของ Anna
เธอทำให้โลกแฟชั่นกลายเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่และทรงพลัง
ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยการกุมบังเหียน
หากอยากรู้จักนิสัยเธอมากกว่านี้ แนะนำให้ไปดู
หนังเรื่อง The Devil Wears PRADA เพราะได้เธอเป็นต้นแบบหนัง
Anna เป็นที่รู้จักกับฉายา “ราชินีแฟชั่น” ในงานแฟชั่นโชว์ใด ๆ
ตำแหน่งฟรอนท์โลว์มุมที่ดีที่สุดในงานจะต้องล็อคไว้ให้เธอคนนี้
เธอเป็นบุคคลที่มีบุคลิกสง่าผ่าเผยอยู่เสมอ
มาพร้อมผมบ็อบ และสวมแว่นกันแดดตลอดเวลา
ทำให้คนไม่เห็นว่า สีหน้าภายใต้แว่นดำนั้นกำลังคิดอะไร
Anna จะยังดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบรรณาธิการระดับโลกของ Vogue
รวมถึงหัวหน้าฝ่ายเนื้อหาระดับโลกของ Condé Nast
ซึ่งดูแลงานด้านบรรณาธิการให้กับแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลก
เช่น WIRED , Vanity Fair, GQ , AD , Condé Nast Traveler,
Glamour , Bon Appétit , World of Interiors , Allure,
Teen Vogue, Ars Technica และ Them รวมถึงผู้อำนวยการ
ฝ่ายบรรณาธิการระดับโลกของนิตยสาร Vogue
การประกาศก้าวลงจากตำแหน่งดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของ
การปรับโครงสร้างใหม่ของบริษัทในระดับโลก
เมื่อสองปีก่อน Chioma Nnadi กลายเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรก
ที่เป็นผู้นำนิตยสาร British Vogue โดยเธอสืบทอดตำแหน่ง
บรรณาธิการบริหารผิวสีคนแรกของนิตยสารต่อจาก Edward Enninful
ซึ่งครองตำแหน่งมาเป็นเวลา 6 ปี
ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งต่อจาก Anna Wintour ยังคงไม่เปิดเผย
แต่จะต้องเป็นคนที่ถูกจับตา เพราะจะต้องมาชี้ชะตางการแฟชั่น
และกำหนดเส้นทางของ Vogue Worlds ในอนาคต
ที่มา : Vogue, CNN, BBC, The Guardian
ขอบคุณภาพจาก : Anna Wintour IG
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
