หลังจากปิดปรับปรุงนานหลายปี ในที่สุด แฟล็กชิปสโตร์สุดหรูในนครนิวยอร์ก ที่สหรัฐฯ ของ Dior ก็ได้กลับมาเปิดประตูต้อนรับลูกค้าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะส่วนสำคัญคือ สปา ที่เพิ่มเข้ามา 

แฟล็กชิปสโตร์โฉมใหม่นี้ตั้งอยู่บนหัวมุมถนน East 57th Street ตัดกับ Madison Avenue ซึ่งเป็นย่านชอปปิงระดับไฮเอนด์ ออกแบบโดย ปีเตอร์ มาริโน สถาปนิกที่ร่วมงานกับ Dior มานาน 

สำหรับส่วนของสปา ในชื่อ Dior Spa นี้ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคาร มาพร้อมประสบการณ์สุดหรูแบบ Haute Couture ในการผ่อนคลายต่างๆ ตั้งแต่การวิเคราะห์ระดับความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น คอลลาเจน และค่า pH ของผิว

ก่อนจะเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการฉายแสง LED, การใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ (Microcurrent), การบำบัดด้วยความเย็น (Cryotherapy) หรือการเติมออกซิเจนให้ผิว 

นอกจากนี้ยังมีห้อง Light Suite ที่ให้ลูกค้าเลือกทำทรีตเมนต์บำบัดผิวด้วยแสงได้ถึง 4 รูปแบบ ซึ่งพัฒนาร่วมกับ ดร. ฟรองซัวส์ ดูฟอเรซ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับชาวฝรั่งเศสที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นสารเซโรโทนินและโดพามีน 

ซึ่งช่วยปรับสมดุลอารมณ์และปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ และยังสามารถใช้เป็นจุดขายดึงดูดชาวนิวยอร์กในฐานะ เมืองที่ไม่เคยหลับใหล ได้อย่างลงตัว 

Dior Spa ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสปาสาขาที่ 8 ของ Dior สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การบรรจบกันของโลกแห่งความหรูหราและธุรกิจสุขภาพ (Wellness) เมื่อกลุ่มลูกค้าผู้มีกำลังซื้อสูงหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพแบบองค์รวมควบคู่ไปกับประสบการณ์ที่หรูหรา 

ดังนั้นปัจจุบันเราจึงได้เห็นแบรนด์น้ำหอมอย่าง Orebella ของ เบลล่า ฮาดิด หรือ Vyrao ที่อ้างว่ากลิ่นของพวกเขาสามารถช่วยปรับอารมณ์และสมาธิได้ ขณะที่แบรนด์อย่าง Celine และ Hermès ก็ผลิตเสื่อโยคะและอุปกรณ์ออกกำลังกายระดับไฮเอนด์ออกมา 

โธมัส เซอร์ดารี ผู้เชี่ยวชาญตลาดสินค้าหรูในสหรัฐฯ วิเคราะห์ว่า สำหรับหลายๆ คน สุขภาพที่ดีคือสินทรัพย์ล้ำค่า ซึ่งอาจมีค่ามากกว่าวัตถุสิ่งของเสียอีก ดังนั้น การที่แบรนด์หรูหันมาจับธุรกิจสุขภาพจึงไม่ต่างจากการที่แบรนด์มีร้านอาหารหรือเครื่องดื่มในแฟล็กชิปสโตร์ 

เหมือนที่ Gucci, Ralph Lauren, Prada และ Louis Vuitton ได้ขยายธุรกิจไปสู่โลกของอาหาร เปิดคาเฟ่และร้านอาหารทั่วโลกมาแล้ว ขณะเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้ แบรนด์ดังในกลุ่มแฟชั่นค้าปลีกอย่าง H&M ก็เพิ่งเปิดร้านกาแฟที่สาขาในเกาหลีใต้ 

อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจสปาของ Dior ครั้งนี้ยังมีอีกประเด็นน่าสนใจ เพราะมีขึ้นท่ามกลางยอดขายที่ซบเซาของตลาดสินค้าหรู จากเศรษฐกิจขาลง และปัจจัยลบต่างๆ ดังนั้นทุกแบรนด์ในตลาดนี้จึงต้องหาทางกระตุ้นยอดขายและสร้างรายได้ 

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า แบรนด์หรูยุคนี้ ต้องขยายธุรกิจและเพิ่มการรับรู้แบรนด์ ซึ่งสปา ก็เป็นอีกธุรกิจที่กำลังไปได้สวย เพราะเพียงแค่การขายสินค้าหรู เสื้อผ้า กระเป๋าและแฟชั่นไอเท็มต่างๆ ไม่พออีกต่อไป / cnn