เพลงประกอบถือเป็นตัวช่วยโปรโมทคอนเทนต์ต่างๆ ในอุตสาหกรรมบันเทิงมาอย่างยาวนาน นี่ทำให้เพลงนำในหนังและซีรีส์หลายเพลงยังคงอยู่ในความทรงจำของทั่วโลก แบบที่เปิดขึ้นเพียงไม่กี่โน้ตก็นึกถึงคอนเทนต์ โดยเฉพาะฉากสำคัญขึ้นได้ทันที ไม่ว่าได้ดูหนังและซีรีส์เรื่องนั้นมานานเท่าไรแล้วก็ตาม
อนิเมะญี่ปุ่นก็มีเพลงประกอบเช่นกัน ซึ่งเรียกกันในชื่อ Anisong โดยปัจจุบัน Anisong มีหลายประเด็นน่าสนใจให้กล่าวถึง เช่น การเป็นหนึ่งตลาดเพลงใหญ่ในหมู่ Gen Z เป็นประตูสู่ความโด่งดังของศิลปินนักร้องญี่ปุ่น และต่อยอดสู่การจัดคอนเสิร์ตในเวทีใหญ่ๆ ระดับโลก
นอกจากนี้ยังเป็นการสะท้อนว่า Anisong คืออีกหนึ่งใน Soft Power ที่แข็งแกร่งของญี่ปุ่นและสามารถทำเงินเข้าประเทศได้มหาศาลในแต่ละปี แม้ “ความญี่ปุ่น” ในด้านอื่นๆ เช่น เทคโนโลยี ยานยนต์ และสื่อบันเทิง ไม่ได้โด่งดังเหมือนในอดีตอีกแล้วก็ตาม

Anisong มีการทำขึ้นครั้งแรกจากอนิเมะขนาดสั้นเรื่อง The Dull Sword เมื่อปี 1917 แต่ด้วยญี่ปุ่นยังไม่เจริญ และตัวอนิเมะเองก็แทบไม่เป็นที่รู้จักในญี่ปุ่น หมุดหมายสำคัญดังกล่าวจึงเป็นเพียงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่คนวงการอนิเมะเท่านั้นที่รู้
ข้ามมาอีกหลายสิบปี Anisong ก็เริ่มเข้ามามีเป็นเพลงประกอบในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น โดยในปี 1963 สถานีรถไฟย่านชินจูกุของกรุงโตเกียวนำ Theme of Astro Boy จาก Astro Boy มาเปิดทุกครั้งเมื่อรถไฟออกจากชานชาลา Anisong เพลงนี้จึงดังไปทั่วและเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น
พอยุค 80 ที่ญี่ปุ่นมีการนำมังงะมาทำเป็นอนิเมะกันมากขึ้น ดังนั้น Anisong จึงมีมากขึ้นตามไปด้วย โดยในจำนวนนี้บางเพลงอย่าง Ai Oboete Imasu ka จากอนิเมะ Macross และ Cat’s Eye จากอนิเมะชื่อเดียวกัน ก็ดังถึงขนาดขึ้นไปติดชาร์ตเพลงในตำแหน่งสูงๆ
หมุดหมายสำคัญของ Anisong ในยุค 80 ยังไม่หมดแค่นั้น โดยปี 1987 Anisong จากอนิเมะเรื่อง City Hunter ดังมากถึงขนาดที่ทางผู้จัดงานร้องเพลงช่วงส่งท้ายปีเก่าในสถานีโทรทัศน์ญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า งานขาว-แดง ต้องเชิญวง TM Network ที่ร้อง Anisong ดังกล่าว มาร่วมร้องเพลงในงานด้วย
พอถึงต้นๆ ยุค 90 สถานีโทรทัศน์หลายประเทศ รวมถึงไทย ก็เริ่มมีการซื้อลิขสิทธิ์อนิเมะญี่ปุ่นมาออกอากาศ ขณะเดียวกัน อนิเมะก็ฮิตตามร้านเช่าวิดีโอ ดังนั้น Anisong จากอนิเมะหลายเรื่องจึงดังตามไปด้วย
นี่ทำให้ Pegasus Fantasy และ Cha-La Head Cha-La จากอนิเมะเรื่อง Saint Seiya และ Dragon Ball Z เป็น Anisong ที่เด็กไทยที่โตมาในยุคนั้นต่างรู้จักดี และยังจำได้มาถึงทุกวันนี้
หลังจากนั้นตลาด Anisong ก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนในปี 2010 ชาร์ตเพลง Billboard ญี่ปุ่นได้มีการจัดอันดับ Anisong ขึ้นมา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เหล่านักพากย์และศิลปินที่ร้องเฉพาะ Anisong เริ่มมีฐานแฟนของตัวเอง
ข้ามมาปี 2021-2024 ซึ่งพฤติกรรมการฟังเพลงของผู้คนเปลี่ยนไป โดยสตรีมมิ่งเป็นหนึ่งในช่องทางหลัก และอิทธิพลของสถานการณ์โควิดที่ต้องอยู่ติดบ้าน การดูอนิเมะจึงมีมากขึ้น โดยผลดีตามมาคือยอดการฟัง Anisong มากขึ้น
Spotify เผยว่าในกรอบเวลาดังกล่าว ยอดการฟัง Anisong ของผู้ใช้ทั่วโลกในแพลตฟอร์มโตขึ้นมากถึง 395% และ 70% ของกลุ่ม Gen Z ก็ฟัง Anisong เป็นประจำ

ความโด่งดังของ Anisong ยังทำให้นักร้องและวงญี่ปุ่นอย่าง LiSA, Yoasobi และ Ado ดังขึ้นมา จนสามารถไปจัดคอนเสิร์ตในต่างประเทศได้ แถมยังขายบัตรได้หมดเกลี้ยงอีกด้วย เช่น Ado ที่เพิ่งจัดคอนเสิร์ตในสนาม O2 ของอังกฤษไปเมื่อกลางปี 2025
มีการวิเคราะห์กันว่า ความดังของ Anisong ในตลาดโลก เกิดจากหลายปัจจัย โดยนอกจากมีโอกาสได้ฟังมากขึ้นผ่านการดูอนิเมะช่วงโควิด และอนิเมะญี่ปุ่นหาดูได้ง่ายขึ้นผ่านสตรีมมิ่ง
เสน่ห์แบบเพลง J-pop ญี่ปุ่น ที่ซับซ้อนแต่ติดหู และถ้าเพลงไหนฮิตก็จะถูกนำไปใส่ในคลิปกับมีมต่างๆ ตามสื่อโซเชียล ก็ช่วยส่งให้ Anisong นั้นๆ ดังขึ้นไปอีก
การเติบโตของ Anisong ยังทำให้เกิดอีกเทรนด์หนึ่งตามมา นั่นคือ ศิลปินนักร้องจากประเทศตะวันตกสนใจเข้ามาทำ Anisong ด้วย เช่น Yungblud และ OneRepublic ที่ทำ Anisong ให้อนิเมะ Kaiju No.8 ซีซั่น 1 และ 2
ความสนใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นทั้งอนิเมะและ Anisong ยังทำให้วงดนตรีบางวงในประเทศตะวันตกนำทั้ง 2 อย่างนี้มาใช้โปรโมทได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย
ย้อนไปเมื่อปี 2000 วง Daft Punk ของฝรั่งเศส ทำมิวสิกวิดีโอเพลงต่างๆ ในอัลบั้ม Discovery ออกมาเป็นอนิเมะ ซึ่งวาดโดย Leiji Matsumoto ที่ดังมาจากอนิเมะเรื่อง Galaxy Express 999 ซึ่งเมื่อนำมารวมกันแล้วกลายเป็นหนังอนิเมะธีมท่องอวกาศ
จนอาจกล่าวได้ว่า ด้านหนึ่ง Daft Punk ใช้อนิเมะญี่ปุ่นเพื่อโปรโมทเพลง แต่หากมองอีกด้าน เพลงในอัลบั้มดังกล่าวของทางวงก็ถือเป็น Anisong ได้เช่นกัน ♦ / bbc, wikipedia
