เมื่อพูดถึงการแข่งขันทางธุรกิจ หลายคนมักโฟกัสไปที่การเป็น “ผู้นำตลาด” หรือ “ผู้ท้าชิง” แต่แท้จริงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ Market Follower หรือ “ผู้ตามตลาด” ซึ่งแม้จะไม่ได้ขึ้นมาท้าทายผู้นำโดยตรง แต่กลับสามารถสร้างความมั่นคงและผลกำไรได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ทำไมไม่ควรท้าชนผู้นำเสมอไป
ไม่ใช่ว่าทุกบริษัทที่ตามหลังจะอยากขึ้นมาท้าทายผู้นำตลาดโดยตรง เพราะผู้นำมีทรัพยากรและประสบการณ์มากกว่า จึงสามารถตอบโต้ได้รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการลดราคา การเพิ่มบริการ หรือการอัปเกรดฟีเจอร์สินค้า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Kmart ที่พยายามท้าชน Walmart ด้วยแคมเปญราคาถูก แต่กลับไม่สามารถต้านทานสงครามราคาได้ สุดท้ายต้องถอยจนแทบหายไปจากตลาด
ข้อได้เปรียบของการเป็น Follower
การเป็น Market Follower ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่กลับมีข้อดีหลายอย่าง เช่น
- ประหยัดต้นทุนการพัฒนา เพราะไม่ต้องลงทุนสูงในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เอง แต่สามารถเรียนรู้จากผู้นำและนำมาปรับใช้
- ลดความเสี่ยง ผู้นำมักต้องแบกรับต้นทุนการให้ความรู้แก่ตลาด การสร้างระบบจัดจำหน่าย และการทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งผู้ตามสามารถเข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้
- โอกาสทำกำไรสูง แม้จะไม่ได้เป็นเบอร์หนึ่ง แต่ก็สามารถทำกำไรได้ใกล้เคียง หากบริหารต้นทุนและหาตลาดเป้าหมายได้ถูกต้อง
ผู้ตามที่ดีไม่ใช่เงาของผู้นำ
อย่างไรก็ตาม การตามตลาดไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นเงาหรือเลียนแบบทั้งหมด ผู้ตามที่ฉลาดจะต้องรู้จัก
- รักษาฐานลูกค้าเดิม และหาส่วนแบ่งตลาดใหม่
- หาความแตกต่างเล็ก ๆ ที่ช่วยให้โดดเด่น เช่น ทำเลที่สะดวกกว่า บริการที่เป็นมิตร หรือการเงินที่ยืดหยุ่น
- รักษาคุณค่า ของสินค้าและบริการ โดยอาจเลือกแข่งที่ราคาถูกกว่า หรือคุณภาพสูงกว่าก็ได้
บทสรุป
กลยุทธ์ของ Market Follower อาจไม่หวือหวาเหมือนผู้นำหรือผู้ท้าชิง แต่กลับเต็มไปด้วยโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางธุรกิจ ด้วยการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้นำ ลดความเสี่ยง และปรับใช้กลยุทธ์อย่างชาญฉลาด ผู้ตามตลาดจึงไม่ใช่ผู้แพ้ แต่คือผู้ที่รู้จัก “เล่นเกมธุรกิจ” ในแบบของตนเอง 🟥
