ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมที่ผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับที่มาและผลกระทบของสินค้าที่ตนเลือกใช้มากขึ้น แบรนด์ต่างๆ จึงได้เคลื่อนไหวเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

Nespresso (เนสเพรสโซ่) ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เช่นกัน โดยได้เปิดตัวแคมเปญ My Cup of Purpose เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักและมีส่วนร่วมในวิถีชีวิตที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม 

เป้าหมายของแคมเปญนี้คือ เพิ่มอัตราการส่งคืนแคปซูลกาแฟอะลูมิเนียมที่ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล จากปัจจุบันที่ 25% ให้สูงขึ้นเป็น 27% ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2568 

พร้อมกันนี้ยังได้ริเริ่มความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างกรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity) ให้เกิดขึ้นได้จริงในสังคมไทย

แคมเปญ My Cup of Purpose ถูกนำเสนอภายใต้แนวคิดที่ว่า การดื่มกาแฟไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาแห่งความสุขส่วนตัว หรือ Me Moments เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลกได้อีกด้วย 

คุณอีลิส ทัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เนสเพรสโซ ประเทศไทย กล่าวว่า เราขอเชิญชวนผู้ที่หลงใหลในกาแฟมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ เพื่อทำให้กาแฟทุกแก้วมีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น แคมเปญนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเสาหลักแห่งความยั่งยืนด้านการหมุนเวียนให้เป็นรูปธรรมและเห็นผลได้ชัดเจน 

หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้คือการทำให้กระบวนการรีไซเคิลเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้สะดวกที่สุดสำหรับผู้บริโภคทุกคน โดย คุณอมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เนสเพรสโซ ประเทศไทย เน้นย้ำในประเด็นนี้ว่า ความยั่งยืนควรกลมกลืนไปกับกิจวัตรประจำวัน เนสเพรสโซจึงเป็นแบรนด์กาแฟเพียงหนึ่งเดียวที่ออกแบบเส้นทางการรีไซเคิลให้ราบรื่นและครอบคลุม ผ่านช่องทางการส่งคืนแคปซูลใช้แล้วที่หลากหลาย 

ไม่ว่าจะเป็นที่เนสเพรสโซบูติกทั้ง 8 สาขา, จุดขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, การส่งคืนทางไปรษณีย์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือแม้แต่บริการรับคืนถึงหน้าบ้านเมื่อมีการสั่งซื้อสินค้าครั้งถัดไป

นอกเหนือจากการอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคแล้ว เนสเพรสโซยังได้สร้างความร่วมมือกับองค์กรในไทยเพื่อให้มั่นใจว่าแคปซูลทุกชิ้นจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกวิธี โดยได้ร่วมมือกับ บริษัท วงษ์พาณิชย์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะเพื่อรีไซเคิล 

ในกระบวนการนี้ แคปซูลอะลูมิเนียมที่ใช้แล้วจะถูกแยกออกจากกากกาแฟ โดยตัวอะลูมิเนียมจะถูกนำไปหลอมเพื่อผลิตเป็นสิ่งของชิ้นใหม่ ส่วนกากกาแฟจะถูกนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยเพื่อมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างครบวงจร

เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เห็นเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา เนสเพรสโซได้ร่วมมือกับสำนักงานสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ภายใต้โครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” ณ สวนป่าเอกมัย เขตวัฒนา โดยพนักงานของบริษัทได้ร่วมกันปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ 20 ต้น ต้นสะเดา 15 ต้น และพืชผักสวนครัวอีก 100 ต้น 

โดยใช้ดินที่ผสมปุ๋ยจากกากกาแฟของเนสเพรสโซ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์และคืนสารอาหารสู่ดิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้จริง

ความพยายามด้านความยั่งยืนของเนสเพรสโซไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กิจกรรมในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ระดับโลกผ่านโครงการ AAA Sustainable Quality™ ที่ริเริ่มมาอย่างยาวนาน โดยโครงการนี้ทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกว่า 168,550 ราย ใน 18 ประเทศทั่วโลก

เพื่อส่งเสริมการทำไร่กาแฟที่ฟื้นฟูระบบนิเวศ แก้ไขปัญหาการทำเกษตรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งรับประกันราคารับซื้อเมล็ดกาแฟที่เป็นธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนเกษตรกรไปพร้อมกัน


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer