Splitwise แอปสำหรับคนที่ต้อง หารค่าใช้จ่าย กับเพื่อน แต่ไม่ชอบทวงเงิน

ผมกำลังจะไปเที่ยวสิ่งมหัศจรรย์ของโลกพร้อมทดลองแอปช่วย หารค่าใช้จ่าย

 

ที่โรงเรียนธุรกิจ Kellogg โรงเรียนจะหยุดยาว 9 วัน ช่วงวันขอบคุณพระเจ้า

 

ผมและเพื่อนคนไทยและคนเอเชียจึงไม่พลาดที่จะจัดทริปไปสถานที่ที่พวกเราหลายคนตั้งเป้าไว้ว่าต้องไปให้ได้ นั่นคือ มาชูปิชู หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ประเทศเปรู ในทวีปอเมริกาใต้

 

เมื่อพวกเราทั้ง 11 คนมาถึงกรุงลิม่า เมืองหลวงของประเทศเปรู พี่นิค รุ่นพี่คนไทย ได้บอกทุกคนให้ดาวโหลดแอป Splitwise และบอกพวกเราว่าให้จดบันทึกค่าใช้จ่ายส่วนกลางในแอปนี้

 

พี่นิคได้ส่งอีเมล์ให้ทุกคนในทริปเพื่อให้เข้ามาในกรุ๊ป Kellogg Does Peru ที่สร้างขึ้นเพื่อทริปนี้โดยเฉพาะ

 

ผมดาวโหลดแอป ลงทะเบียน และคลิกร่วมกรุ๊ป เมื่อเข้าไป ผมจะเห็นรายชื่อเพื่อนในทริปและยอดรวมว่าในกรุ๊ปนี้เราเป็นหนี้คนอื่นอยู่เท่าไร เราจ่ายเผื่อคนอื่นไปเท่าไร และยอดรวมว่าตอนนี้เราบวกหรือลบเท่าไร

 

วิธีการเพิ่มรายการนั้นก็ง่ายมาก กดปุ่มเครื่องหมายบวก ใส่ชื่อรายการและค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถเลือกสกุลเงินได้ ทีเด็ดของแอปนี้คือเลือกได้ว่าค่าใช้จ่ายนี้จ่ายโดยใคร และจะหารอย่างไร หารทุกคนหรือไม่ และหารเท่ากันหรือไม่

 

เมื่อจบทริปก็จะมีคนที่มียอดบวกและยอดลบ ทางแอปก็จะเสนอว่าจะให้ใครโอนเงินให้ใคร เพื่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายในทริป

 

เวลาโอนเงินให้เพื่อนนั้นสามารถทำผ่านแอป Venmo ซึ่งเป็นแอป Mobile Payment ที่ฮิตที่สุดในอเมริกา

 

พอลองใช้แล้วผมพบว่าแอปนี้ตอบโจทย์เป็นอย่างมาก เวลาต้องแชร์ค่าใช้จ่ายหลายรายการกับคนอื่น ตัวแอปใช้ง่ายมากและใช้ได้ในทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะหารทุกคนหรือหารเฉพาะบางคนในกลุ่ม

 

ถ้าไม่มีแอปนี้ พวกเรานักเรียน MBA ก็คงมอบหมายให้คนนึงใช้ Excel สรุปยอดและให้ทุกคนแจ้งรายการให้คนนี้

 

ผมไม่แปลกใจเลยที่เมื่อผมไปเที่ยวเป็นกลุ่มในครั้งต่อไปใช้แอปนี้กันหมด

 

จุดเริ่มต้นของ Splitwise ไม่ได้เกิดขึ้นตอน Jonathan Bittne ไปเที่ยวเป็นกลุ่ม แต่เกิดจากปัญหาว่าตัวเขาพักอยู่ในอพาร์ทเมนท์สองห้องนอนกับแฟนและรูมเมทอีกคน ปัญหาคือเขาไม่รู้ว่าการหารค่าเช่าอย่างไรจึงแฟร์เพราะห้องนอนเขาใหญ่กว่าและอยู่สองคน

 

เมื่อเจอปัญหานี้และกำลังเบื่อกับการเขียน paper สำหรับปริญญาเอกด้านAstrophysics ที่ Harvard University ด้วยความชื่นชอบในตัวเลขเขาตัดสินใจไม่ไปเจรจาต่อรองกับรูมเมท แต่สร้างและส่งแบบสอบถามให้เพื่อนของเขาเพื่อเก็บข้อมูลว่าคนอื่นคิดอย่างไรและแบ่งค่าเช่าอย่างไร เขาวิเคราะห์ข้อมูลที่เพื่อนตอบมา และสร้างโมเดลการแบ่งค่าเช่าห้อง ตามตัวแปรต่างๆ เช่น ขนาดห้อง จำนวนห้องน้ำ จำนวนกระจก และอื่นๆ

 

เขาเห็นว่าสิ่งที่เขาสร้างน่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น เขาจึงสร้างเว็บขึ้นเพื่อช่วยคำนวณการแบ่งค่าเช่า เว็บของเขาได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีคนเข้าเว็บกว่า 1 แสนคนในเวลา 1 เดือน

 

เขาจึงตัดสินใจออกจากการเรียนปริญญาเอกมาทำไอเดียนี้เต็มตัวSplitwise ได้ปรับเปลี่ยนจากเครื่องมือที่ช่วยรูมเมทคำนวณและหารค่าใช้จ่าย กลายเป็นทางออกสำหรับทุกเรื่องที่ต้องมีการบันทึกและหารเงินกับคนอื่นโดยเฉพาะการไปเที่ยวเป็นกลุ่ม

 

ถึงจะมีผู้ใช้จำนวนมาก แก้ pain point ได้ถูกจุด แต่ Splitwise เจอปัญหาคลาสสิค คือการหารายได้ ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีรายได้ ยังไม่ได้คิดเงินลูกค้า บริษัทวางแผนว่าจะได้ส่วนแบ่งจากเวลาผู้ใช้โอนเงินให้กันผ่านแอปจ่ายเงินเช่น Venmo ที่เป็นพาร์ตเนอร์กัน

 

ด้วยโมเดลการทำเงินที่ยังไม่ชัด Splitwise จึงโตช้ากว่าสตาร์ทอัพอื่น ผ่านมา 7 ปี บริษัทมีการระดมทุนไปรอบเดียวได้เงินไปประมาณ 46 ล้านบาท 

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน Marketeeronline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


มาโนช พฤฒิสถาพร สนใจด้านสตาร์ทอัพมาก เขามีประสบการณ์ทำสตาร์ทอัพทั้งที่ไทยและอเมริกา จบ MBA จาก Kellogg School of Management ที่นั่นเขาสมัครงานบริษัทเทคโนโลยีในตำแหน่งด้านธุรกิจกว่า 3,000 งาน ศึกษาบริษัทเตรียมตัวสัมภาษณ์กว่า 200 บริษัท สุดท้ายได้งานที่ Credit Karma บริษัทสตาร์ทอัพมูลค่าแสนล้านที่ SF มาโนชกลับมาทำสตาร์ทอัพไทย มาโนชยังเป็นนักเขียนตัวยง เขาเป็นเจ้าของหนังสือ A DREAM TO DIE FOR ล้ม 3,000 ครั้ง เพื่อชนะฝันเดียว พูดคุยกับมาโนชได้ที่ https://www.facebook.com/manoje.prutthisathaporn